Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อัยการไต้หวันมีการสั่งฟ้องจำเลย 10 ราย ในข้อหาเป็นสายลับให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยในจำนวนนี้มีทั้งทหารไต้หวันที่ยังคงประจำการอยู่และปลดประจำการแล้วรวมอยู่ด้วย จำเลยเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าได้ส่งข้อมูลลับทางทหารและถ่ายวิดีโอให้กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนแลกกับการรับสินบน ซึ่งอัยการบอกว่านับเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของไต้หวัน


สำนักงานอัยการไต้หวันเขตเฉียวโถวเปิดเผยว่ามีการสั่งฟ้องจำเลย 10 ราย ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับให้กับจีน | ภาพจาก: Google Maps

สำนักงานอัยการไต้หวันเขตเฉียวโถวเปิดเผยว่ามีการสั่งฟ้องจำเลย 10 ราย ฐานต้องสงสัยว่าเป็นสายลับให้กับจีน ในจำนวนนี้มี 9 รายที่เป็นทหาร ทั้งทหารประจำการอยู่และทหารปลดประจำการแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 1 ราย

จำเลยเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าได้ทำการ "ถ่ายวิดีโอให้สัตย์ปฏิญาณตนว่าจะจงรักษ์ภักดี" ต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน และได้ "เก็บรวบรวมข้อมูลลับของทางการทหาร" ของไต้หวันแล้วส่งต่อให้กับทางการจีนเพื่อแลกกับเงินสินบน

ไต้หวันกับจีนมีความขัดแย้งกันเรื่องการอ้างอธิปไตยเหนือพื้นที่ของไต้หวัน โดยที่จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน ในขณะที่ไต้หวันบอกว่าพวกเขาเป็นประเทศที่มีอธิปไตยของตนเองและไม่ใช่ส่วนหนึ่งของจีน ความขัดแย้งนี้เริ่มทวีความตึงเครียดมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยมีการยกระดับการกดดันจากจีนทั้งทางการทหารและทางการเมือง

โดยที่ทั้งจีนแลัไต้หวันต่างก็มีการใช้สายลับสืบราชการลับกันและกันมาหลายสิบปีแล้ว มีนักวิเคราะห์มองว่าฝ่ายไต้หวันจะเสี่ยงภัยมากกว่าเพราะจีนขู่ว่าจะใช้กำลังในการทำให้ไต้หวันตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับจำเลยของไต้หวันคือ ในตอนที่พวกเขารับราชการทหารและยามชายฝั่ง ก็มีกลุ่มที่สื่อเรียกว่าเป็น "อริต่างชาติ" ที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เข้าหาบุคคลเหล่านี้ผ่านทางโซเชียลมีเดียและได้ติดสินบนพวกเขา โดยที่อัยการระบุว่ามีการโอนเงินให้กับจำเลยเหล่านี้ทั้งเงินธนาคารและเงินคริปโต เป็นวงเงินตั้งแต่ 72,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 73,000 บาท) ถึง 1.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (ราว 1.7 ล้านบาท)

มีจำเลยรายหนึ่งเป็นพลเรือนผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดด้วยการให้บัญชีธนาคารของตนเองกับ "อริต่างชาติ" ในการใช้ติดสินบนทหารไต้หวันแลกกับเงินค่าตอบแทนรายเดือน

อัยการระบุว่าตัวการของคดีนี้คือพลเรือนชาวไต้หวันชื่อ "เฉิน" ที่มีสายลับจากจีนเข้ามาติดต่อให้เขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดผ่านทางโซเชียลมีเดียเมื่อราวเดือน กันยายน 2024 ขอให้เขาเปิดบัญชีธนาคารของตนเองกับหน่วยข่าวกรองจีนในการใช้ติดสินบนทหารไต้หวันแลกกับเงินค่าตอบแทนรายเดือน แล้วใครก็ตามที่ได้ยืมเงินจากบัญชีของเฉินก็จะถูกบังคับให้ต้องถ่ายวิดีโอของตัวเองให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะ "แปรพักตร์" ไปอยู่ฝ่ายจีน

อัยการระบุว่า การที่ทหารประจำการและทหารที่ปลดประจำการแล้วให้ข้อมูลลับทางราชการต่อ "อริต่างชาติ" นั้น นับเป็นการ "ทำให้ความมั่นคงของชาติตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างร้ายแรง" บุคคลเหล่านี้ได้กระทำการละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน กฎหมายคุ้มครองข้อมูลลับด้านความมั่นคงของชาติ กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และกฎหมายควบคุมการฟอกเงิน

ทางอัยการระบุอีกว่าพวกเขาต้องการให้มีการตัดสินลงโทษหนักกว่าเดิมเพื่อเป็น "การเตือนและการป้องปราม" ในช่วงที่มีการแทรกซึมจากต่างชาติมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ก่อเหตุจารกรรมในไต้หวันจะถูกตัดสินลงโทษจำคุก 10 ปีขึ้นไป

จากข้อมูลของทางการไต้หวันทำให้เกิดข้อสังเกตว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีคนที่ถูกดำเนินคดีข้อหาเป็นสายลับให้กับจีนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ทางการจีนมักจะเข้าหาเจ้าหน้าที่ในกองทัพไต้หวันทั้งที่ยังคงประจำการอยู่และปลดประจำการแล้ว เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการแทรกซึม

คดีนี้ยังเป็นคดีความมั่นคงคดีแรกที่จะพิจารณาโดยระบบผู้พิพากษาพลเมืองร่วมด้วย หลังจากที่มีการผ่านร่างกฎหมาย Citizen Judges Act เมื่อปี 2023 ซึ่งจะเป็นการนำประชาชนทั่วไปเข้าไปมีส่วนในการตัดสินคดีคล้ายกับระบบลูกขุนพลเรือนของประเทศอื่นๆ โดยที่คดีนี้เข้าข่ายให้ใช้ระบบผู้พิพากษาพลเมืองร่วมด้วยได้ตามกฎหมาย Citizen Judges Act ของไต้หวัน


เรียบเรียงจาก
Active, former military officers indicted for leaking intelligence to China, Focus Taiwan, 14-04-2026
10 Taiwanese charged with spying for China, HKFP, 14-04-2026
Ten Taiwanese charged with spying for China, The Star, 14-04-2026
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง