Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

‘จิราพร’ ท้วงนโยบายรัฐบาลอยากพัฒนาทรัพยากรมนุษย์รับมือความเปลี่ยนแปลง แต่งบลงทุนการศึกษายังลดต่อเนื่องหนักแต่ค่าใช้จ่ายประจำ ลดงบวิจัยและพัฒนา งบไม่พอใช้ในโครงการพัฒนาทักษะแรงงาน 

30 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จิราพร สินธุไพร สส.จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความกังวลถึงปัญหาการตั้งงบประมาณขาดดุลที่ต้องกู้มาถึง 7.88 แสนล้านบาทของรัฐบาลเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ ซึ่งจะเป็นการดีกว่าหากรัฐบาลจะหารายได้มากขึ้นเพื่อลดการกู้เงินลง โดยต้องวางรากฐานทุนมนุษย์ของประเทศเพื่อให้รัฐจัดเก็บรายได้อย่างยั่งยืน และเมื่อประชาชนมีทักษะมากขึ้นก็สามารถขับเคลื่อน GDP กว้างขึ้นมูลค่าสูงขึ้้น ส่งผลให้รัฐเก็บรายได้จากภาษีได้มากขึ้นโดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษี

อย่างไรก็ตาม สส.จากพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อถึงปัญหาการจัดสรรงบประมาณในส่วนของการพัฒนาทักษะประชาชนของปี 2570 โดยย้อนกลับไปว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของไทยมีสัญญาเตือนที่น่ากังวล

จิราพรกล่าวถึง งบประมาณส่วนการศึกษาที่สำคัญต่อการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทยลดลงมาเรื่อยๆ เหลือเพียง 12.7% ในปี 2568 และเพิ่มมาเล็กน้อยในปี 2570 จากเดิมที่เคยสูงถึง 20.6% ของงบประมาณประเทศ หรือหายไปประมาณ 8% สะท้อนให้เห็นว่างบประมาณแผ่นดินเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เด็กไทยกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง 

นอกจากนั้นสัดส่วนงบประมาณสำหรับยุทธศาสตร์พัฒนาทรัพยากรมนุษย์งบประมาณก็ลดลงจาก 19.7% ในปี 2561 เหลือเพียง 15.5-16% เนื่องจากงบประมาณแผ่นดินส่วนใหญ่ถูกดึงไปใช้กับรายจ่ายจำเป็นที่เป็นภาระผูกพันคงที่ทั้งการชำระหนี้สาธารณะและสวัสดิการของบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 

จิราพรได้อธิบายแจกแจงตามรายกระทรวงต่อว่า 

  1. กระทรวงศึกษาธิการได้งบประมาณที่สูงเป็นอันดับต้นๆ แต่กลับเหลืองบลงทุนไม่มากและในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ยังปรับลดไปอีก 1,224 ล้านบาท ทำให้เห็นว่าโรงเรียนในต่างจังหวัดมีโครงสร้างอาคารทรุดโทรมไม่ได้มาตรฐานแล้วกระทรวงเองก็มีนโยบายสร้างโอกาสเรียนฟรี อีกทั้งการจัดสรรงบรายหัวที่ไม่ยืดหยุ่นทำให้มีงบประมาณไม่เพียงพอในการจัดสรรเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ จนต้องพึ่งพาการทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา
     
  2. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีโครงสร้างงบประมาณในการวิจัยที่คาดความต่อเนื่องภาพรวมงบลงทุนของกระทรวงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสวนทางกบัเป้าหมายของประเทศที่ต้องการลงทุนการวิจัยและพัฒนาให้ถึง 2% ของ GDP ภายในปี 2580 แต่ในปี 2570 ปรากฏว่ากองทุนส่งเสริมวิจัยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมยังถูกปรับลดลง 38.87% แทนที่จะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การขับเคลื่อนโครงการสำคัญของไทยอย่างการเป็นศูนย์กลางการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และนวัตกรรมขั้นสูงตามนโยบายของรัฐบาลอาจจะติดขัดปัญหาได้
     
  3. กระทรวงแรงงาน  จากที่รัฐบาลประกาศว่าจะดึงดูดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจดิจิทัลระดับสูงแต่งบประมาณสำหรับพัฒนาทักษะแรงงานกลับถูกปรับลดลงเช่น โครงการพัฒนาทักษะเฉพาะงานพื้นที่ทดสอบปัญญาประดิษฐ์ (AI Sandbox) หรืองานเมคาทรอนิกส์ งานความปลอดภัยไซเบอร์ถูกปรับลดลงจนไม่แน่จว่าจะเพียงพอต่อการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจหรือไม่
     
  4. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พบว่างบประมาณเกี่ยวกับเด็กและผู้สูงอายุที่ควรเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานคนไทยก็ถูกปรับลดลงสวนทางกับวิกฤติโครงสร้างประชากรทำให้นโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปรับเปลี่ยนจากการสงเคราะห์กลุ่มเปราะบางเป็นการลงทุนเสริมศักยภาพมนุษย์ให้คนเหล่านี้ดูแลตัวเองและสร้างเศรษฐกิจ รวมถึงการรับมือสูงวัยอาจบรรลุเป้าหมายได้ยาก

การลงทุนเพื่อพัฒนามนุษย์ การสร้างคนไทย ไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่คือการลงทุนกับสินทรัพย์สำคัญ ซึ่งเป็นการลงทุนที่จะช่วยเพิ่มการจัดเก็บรายได้และช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาวซึ่งรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณอย่างมีนัยยะสำคัญถ้ารัฐบาลไม่เริ่มลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจิรงจังแล้วก็ต่อเนื่องประเทศไทยก็ยากที่จะเติบโตเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจมูลค่าสูงได้ 

รัฐต้องลงทุนกับการยกระดับคุณภาพของคนคู่ขนานไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาระบบการศึกษา วิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานขนานใหญ่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเห็นความจำเป็นที่จะต้องลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 แต่ว่าก็ขอฝากข้อเสนอแนะถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายนี้หลังผ่านวาระ 1

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง