องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT รวบรวม "บัญชีดำ 13 กรณีอื้อฉาว" ที่เป็นข่าวดังในรอบครึ่งปี 2569 ตั้งแต่โกงสอบข้าราชการมูลค่า 4,500 ล้านบาท ไปจนถึงสินบนทองคำพัวพันกรรมการ ป.ป.ช. ชี้จุดอ่อนหลักนิติธรรมไทย 4 มิติ เรียกร้องปฏิรูปเชิงระบบไม่ใช่แค่ลงโทษรายคดี
24 กรกฎาคม 2569 องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT รวบรวมข้อมูล "กรณีอื้อฉาว" ที่เป็นข่าวดังในรอบครึ่งปี 2569 พบอย่างน้อย 13 กรณีที่สมควรบันทึกไว้เป็น "บัญชีดำคอร์รัปชัน" (Hall of Shame) โดยนายมานะ นิมิตรมงคล ประธาน ACT เปิดเผยว่าเพียง 6 เดือนแรกของปี 2569 เกิดเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชันขนาดใหญ่มากเป็นประวัติการณ์ อ้างอิงสถานะข้อมูล ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2569
13 กรณีที่ ACT รวบรวมไว้ ประกอบด้วย การโกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมูลค่าสินบน 4,500 ล้านบาท ผลสำรวจของ กกร. ที่พบ 10 หน่วยงานรัฐเรียกรับสินบนจากเอกชน กรณีตุนน้ำมัน 57 ล้านลิตรมูลค่าราว 2,300 ล้านบาท โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท เหตุเครนถล่มงานก่อสร้างทางด่วนพระรามสองมีผู้เสียชีวิต 2 คน กรณีอธิบดีกรมฝนหลวงลาออกหลังปฏิเสธคำขอจากหลานรัฐมนตรี สินบนทองคำหนัก 246 บาทมูลค่า 16 ล้านบาทที่พัวพันกรรมการ ป.ป.ช. มติ ป.ป.ช. ที่ปัดตกคดีนายศักดิ์สยามสวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณีมาเฟียภูเก็ตที่ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ ถูกโยกย้าย คดี ส.ส. 888 ที่ยังคงมีตำแหน่งใหญ่ในรัฐสภาแม้ต้องคดีพนันออนไลน์และฟอกเงิน การแจ้งเกิดเท็จโดยใช้พ่อไทยเพื่อให้บุตรได้สัญชาติไทย คดีลอบยิง ส.ส. นราธิวาสที่มีเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันหลายคน และกรณีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 นายจัดฉากช่วยจีนเทาหนีคุก
นายมานะระบุว่า คอร์รัปชันยุคนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรับเงินใต้โต๊ะหรือทำผิดกฎหมายเสมอไป แต่มีการนำกฎหมายและนโยบายรัฐมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง และคดีคอร์รัปชันที่มีนักการเมืองหนุนหลังมักสร้างความเสียหายหนักเป็นวงกว้างเสมอ นอกจาก 13 กรณีดังกล่าว ยังมีอีก 2 เรื่องที่สังคมวิจารณ์อย่างหนักว่าอาจจบลงดื้อๆ ได้แก่ คดีฮั้ว ส.ว. ที่บั่นทอนระบอบประชาธิปไตย และคดีฮุบที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากใช้กฎหมายและอำนาจของหน่วยงานคัดง้างกระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องผลประโยชน์นักการเมือง
เมื่อวิเคราะห์ 13 กรณีผ่านกรอบหลักนิติธรรม ACT พบจุดอ่อนของประเทศไทย 4 มิติหลัก ได้แก่ การปลอดจากคอร์รัปชัน ซึ่งสะท้อนจากกรณีโกงสอบ อปท. TH-AI Passport และสินบนทองคำ เสนอให้เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง การบังคับใช้กฎหมาย จากกรณีเครนถล่มและการตุนน้ำมัน เสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล กระบวนการยุติธรรมทางอาญา จากกรณีสินบนทองคำ คดี ส.ส. 888 และตำรวจ ตม. เสนอให้ยกระดับความโปร่งใสและความเป็นอิสระของกระบวนการยุติธรรม และการถ่วงดุลอำนาจรัฐ จากคดีนายศักดิ์สยามและผลสำรวจสินบน เสนอให้เสริมกลไกตรวจสอบและความรับผิดของหน่วยงานรัฐ
ACT สรุปว่า Hall of Shame ปี 2569 ที่บันทึกไว้ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมเหตุการณ์อื้อฉาว แต่เป็นภาพสะท้อนว่าจุดอ่อนของประเทศไทยอยู่ที่ใดในระบบหลักนิติธรรม การปฏิรูปที่ยั่งยืนจึงไม่ควรมุ่งเพียงการลงโทษผู้กระทำผิดเป็นรายคดี แต่ต้องเสริมสร้างกลไกป้องกัน การตรวจสอบ และการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และได้รับความไว้วางใจจากสังคม
