Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ถึงแม้ว่าในปี 2025 สถานการณ์ด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศทั่วโลกจะเผชิญกับแรงต้านและภาวะถดถอย แต่ในเอเชียกลับมีพัฒนาการเชิงบวกอยู่บ้าง เช่นในด้านกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิ และในบางประเทศก็มีการยอมรับทางสังคมมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงในบางประเทศก็เป็นไปอย่างตะกุกตะกัก เช่น ในญี่ปุ่นที่มีรัฐบาลกลางหัวอนุรักษ์ต่อต้านสมรสเท่าเทียม ขณะที่ในระดับท้องถิ่นมีความก้าวหน้าในด้านนี้ระดับนึง

ในรายงานด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศปี 2025 ของ Erasing 76 Crimes โดย ร็อบ ซาเลอโน ระบุถึงสถานะของสิทธิ LGBTQ+ และสถานการณ์เรื่องสมรสเท่าเทียมในประเทศต่างๆ ของเอเชีย โดยแบ่งเป็นภูมิภาค

สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น มีการระบุถึงประเทศไทยที่ประกาศบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมและการอุปการะเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่เมื่อเดือน มกราคม 2025 ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีกฎหมายรับรองการแต่งงานระหว่างคู่รัก LGBTQ+ แต่คู่แต่งงานหลากหลายทางเพศก็ยังคงเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติในทางกฎหมายในเรื่องการอุปการะบุตรและเรื่องการรับรองสถานะผู้อาศัยในกรณีที่เป็นคู่รักต่างสัญชาติ

นอกจากนี้แล้วในประเทศไทยยังไม่มีความคืบหน้าเลยแม้แต่น้อยในเรื่องกฎหมายรับรองเพศสภาพ ทั้งที่เคยสัญญาไว้

สำหรับในอินโดนีเซียและมาเลเซียนั้น ยังคงมีการบุกทลายงานอีเวนต์คนรักเพศเดียวกันและบาร์ของคนรักเพศเดียวกัน ในอินโดนีเซียมีการเสนอกฎหมายที่จะเป็นการแบน "พฤติกรรมแบบ LGBTQ" ในโลกออนไลน์ด้วย มีเรื่องที่แย่น้อยลงบ้างสำหรับสองประเทศนี้คือในอินโดนีเซียเริ่มมีการพิจารณาให้โทษประหารชีวิตถือเป็นทางเลือกแทนที่จะเป็นการลงโทษหลัก ส่วนในรัฐกลันตัน ของมาเลเซีย ก็มีการพิจารณาว่าจะยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยสิ้นเชิงเช่นกัน

ในสิงคโปร์มีการผ่านร่างกฎหมายต่อต้านการกีดกันเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน แต่ไม่ได้มีการคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย ขณะที่ในฟิลิปปินส์ ศาลสูงสุดตัดสินให้การรักเพศเดียวกันนับเป็นเหตุที่ส่งผลให้การแต่งงานเป็นโมฆะได้ อย่างไรก็ตาม ในจังหวัดอักลันก็มีการผ่านร่างกฎหมายต่อต้านการกีดกันเลือกปฏิบัติ

เวียดนามก็มีการปราบปรามงานอีเวนต์คนรักเพศเดียวกันในช่วงหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำในพรรคคอมมิวนิสต์ ทำให้การพูดถึงการขยายสิทธิความหลากหลายทางเพศและเรื่องสมรสเท่าเทียมอาจจะเงียบไปสักระยะหนึ่ง ขณะที่กฎหมายรับรองเพศสภาพในเวียดนามก็ยังคงค้างอยู่ในสภา ไม่ได้คืบหน้าไปไหน

ญี่ปุ่นยังคงตะกุกตะกักในเรื่องสมรสเท่าเทียม

ทางด้านเอเชียตะวันออก ประเทศจีนมีการปราบปรามการแสดงออกในเชิงความหลากหลายทางเพศมากขึ้น เช่นการสั่งแบนแอปพลิเคชันเครือข่ายคนรักเพศเดียวกันออกจากแอปสโตร์ การเซนเซอร์ภาพยนตร์ต่างชาติโดยการตัดต่อตัวละครผู้มีความหลากหลายทางเพศออกไปไม่ให้ปรากฏตัวในภาพยนตร์ และมีการจับกุมนักเขียนเรื่องคนรักเพศเดียวกัน

ในฮ่องกงที่พยายามผลักดันร่างกฎหมายคู่ชีวิตคนรักเพศเดียวกันก็ถูกโหวตคว่ำโดยรัฐบาล ทั้งๆ ที่กฎหมายนี้ก็ไม่ได้ให้สิทธิมากเท่าคู่แต่งงานที่เป็นคู่รักชายกับหญิงอยู่แล้ว มีกรณีหนึ่งที่ฮ่องกงทำได้ดีอยู่บ้างคือในช่วงต้นปี 2025 ศาลฮ่องกงตัดสินว่าการสั่งห้ามคนข้ามเพศไม่ให้ใช้ห้องน้ำที่ตรงกับเพศสภาพของพวกเขานั้น นับเป็นการสั่งห้ามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ฮ่องกง ประสบปัญหาอีกหนึ่งอย่างที่สืบเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงทั้งจากจีนแผ่นดินใหญ่และจากรัฐบาลฮ่องกง ทำให้พื้นที่ทางการเมืองและพื้นที่ภาคประชาสังคมลดน้อยถอยลง กลุ่มสนับสนุนสิทธิ LGBTQ+ ก็เผชิญปัญหานี้ไปด้วย เช่น กรณีของงาน Pink Dot งานความหลากหลายทางเพศที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง ซึ่งมักจะจัดข้างนอกเป็นประจำทุกปี แต่ด้วยการคุมเข้มจากกฎหมายของฮ่องกง ทำให้พวกเขาไม่สามารถหาพื้นที่จัดงานได้ จนต้องหันมาจัดในรูปแบบออนไลน์แทน

ในไต้หวันมีความคืบหน้าเรื่องสิทธิคู่สมรสเพศเดียวกัน เมื่อรัฐบาลเสนอกฎหมายที่จะเปิดทางให้มีการช่วยเหลือคนรักเพศเดียวกันและผู้หญิงโสดในการมีลูก แต่ก็ไม่ได้มีเนื้อหาอนุญาตเรื่องการอุปการะบุตรบุญธรรมด้วย ซึ่งจะเป็นกฎหมายแยกไว้พิจารณาหลังจากนี้ อีกทั้งในไต้หวันยังมีกฎหมายรับรองเพศสภาพแล้วแต่กฎหมายรับรองเพศสภาพเดิมมีข้อจำกัดให้ยังต้องผ่าตัดแปลงเพศก่อนถึงจะได้รับการรับรองทางกฎหมาย แต่ในปีที่แล้วก็มีการฟ้องร้องให้ยกเลิกข้อกำหนดเรื่องนี้

ในปี 2025 ควรจะเป็นปีที่ไต้หวันสามารถเป็นเจ้าภาพงานไพรด์ระดับโลกอย่าง WorldPride ได้ แต่พวกเขาก็ถอนตัวเมื่อปี 2022 หลังจากที่ WorldPride สั่งห้ามไม่ให้พวกเขาใช้ชื่อ "ไต้หวัน" ในการจัดงาน ทำให้มีการจัดงานที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐฯ แทนในปี 2025

เกาหลีใต้มีการเสนอร่างกฎหมายคู่ชีวิตแต่ก็ไม่ได้มีความคืบหน้าใดๆ เลยในสภา ขณะเดียวกันก็มีคู่รักที่ยื่นฟ้องศาลสูงสุดเพื่อเรียกร้องสิทธิสมรสเท่าเทียม และรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ประกาศว่าจะระบุให้คู่รักเพศเดียวกันถูกนับเป็น "คู่สมรส" ในการสำรวจสัมมะโนประชากรครั้งถัดไป ส่วนรัฐมนตรีด้านความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่งได้รับตำแหน่งในปีที่แล้วก็บอกว่าจะผ่านร่างกฎหมายต่อต้านการเลือกปฏิบัติโดยมีการคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศด้วย แต่ก็ยังไม่มีข่าวคราวเพิ่มเติมในเรื่องนี้

ประเทศญี่ปุ่น มีความลักลั่นบางอย่างในประเด็นสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีศาลสูงสามแห่งในประเทศตัดสินเรื่องที่ว่าการห้ามสมรสเท่าเทียมนั้นเป็นการห้ามที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยในขณะที่ศาลในนครนาโกยา และในจังหวัดโอซากา ต่างก็ตัดสินว่าการสั่งแบนสมรสเท่าเทียมนั้นขัดหลักรัฐธรรมนูญ แต่ศาลสูงโตเกียวตัดสินว่าการแบนเป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ทำให้เกิดความย้อนแย้งกันเองซึ่งจะต้องตัดสินอีกรอบหนึ่งในศาลสูงสุด

นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงข้ามเพศที่ยื่นฟ้องร้องต่อศาลสูงสุดขอเปลี่ยนเพศทางกฎหมายโดยไม่ต้องหย่ากับภรรยาของเธอ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นในเกียวโตและโอซากาไม่อนุญาต

แต่ในปีเดียวกัน ศาลสูงสุดของญี่ปุ่นก็ได้ตัดสินให้คู่รักเพศเดียวกันต่างสัญชาติฝ่ายที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่นไม่สามารถใช้ความเป็นคู่รักของชาวญี่ปุ่นในการขอวีซาผู้อาศัยในญี่ปุ่นได้

สิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าในด้าน LGBTQ+ ได้บางคือความคืบหน้าเกี่ยวกับ กฎหมายคู่ชีวิต ซึ่งจะให้สิทธิบางด้านในแบบเดียวกับคู่แต่งงานชายกับหญิง แต่ก็จะไม่ได้สิทธิเทียบเท่ากัน เช่น ทำให้พวกเขาเข้าถึงบริการของรัฐบาลส่วนท้องถิ่นได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงที่พักอาศัยหรือโรงพยาบาล โดยการยอมรับว่าคู่รักของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวในแบบเดียวกับคู่แต่งงาน ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงการธุรกรรมต่างๆ ได้แบบเดียวกับคู่แต่งงานหรือครอบครัว

ในปี 2024 ศาลญี่ปุ่นเคยตัดสินให้คู่รักเพศเดียวกันมีสิทธิที่จะได้รับเงินช่วยเหลือถ้าหากคู่รักของพวกเขาเสียชีวิตจากอาชญากรรม เช่น กรณีชายคนหนึ่งสูญเสียคู่รักชายของเขาจากการถูกฆาตกรรม ศาลสูงสุดของญี่ปุ่นก็ตัดสินให้ชายคนนี้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากการสูญเสียบุคคลที่รักจากการตายเช่นเดียวกับคู่รักชายกับหญิง

อีกทั้งในปี 2025 ญี่ปุ่นก็เริ่มขยายให้คู่รักเพศเดียวกันได้รับสิทธิเท่าเทียมตามกฎหมายรวม 33 ฉบับ เช่น กฎหมายว่าด้วยความรุนแรงในครอบครัว กฎหมายสัญญาเช่าและปล่อยเช่า และกฎหมายการได้รับความช่วยเหลือจากภัยพิบัติ แต่คู่รักเพศเดียวกันก็ยังคงไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคู่รักชายกับหญิง เพราะยังมีกฎหมายอีก 120 ฉบับที่ไม่ครอบคลุมพวกเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกฎหมายประกันสังคมและบำนาญ

ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลายเขตพื้นที่ของญี่ปุ่นเริ่มมีการอนุญาตให้คู่รักหลากหลายทางเพศจดทะเบียนคู่ชีวิตได้มากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะยังไม่มีการออกกฎหมายในระดับประเทศ และในปี 2025 ก็มีจังหวัดโอกินาวา ที่เริ่มอนุญาตให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิต กับจังหวัดนางาซากิ ที่ประกาศว่ามีแผนการจะเสนอกฎหมายนี้ในระดับท้องถิ่นภายในปี 2026 ทำให้ในตอนนี้มีอยู่ 32 จังหวัดจากทั้งหมด 47 จังหวัดของญี่ปุ่น และเขตเทศบาลมากกว่า 500 แห่ง ที่มีการอนุญาตจดทะเบียนคู่ชีวิตสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน

แต่การเมืองญี่ปุ่นก็มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีคนใหม่เป็น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยมห้วชนฝาและแสดงออกต่อต้านสมรสเท่าเทียมอย่างมาก ทำให้อนาคตสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่นยังดูริบหรี่ในปีนี้

เอเชียใต้ มีทั้งสัญญาณบวกและลบ บางรัฐในอินเดียนำโด่งด้านสิทธิคนข้ามเพศ

ขณะที่กลุ่มประเทศเอเชียกลางยังมีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากหลายประเทศเริ่มใช้กฎหมายในเชิงตั้งเป้าปราบปรามชาว LGBTQ+ เช่น คาซัคสถานที่ออกกฎหมายในแบบเดียวกับรัสเซีย ส่วนอัฟกานิสถานภายใต้การนำของกลุ่มตอลีบัน ก็ได้รับหมายจากศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC ในเรื่องที่มีผู้นำตอลีบันสองคนก่ออาชญากรรมต่อผู้หญิง เด็กหญิง และชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นครั้งแรกที่ ICC ออกหมายในเรื่องอาชญากรรมต่อชาว LGBTQ+

แต่ก็มีสัญญาณบวกบ้างเล็กน้อยจากปากีสถานที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายยกเลิกโทษประหารชีวิตอาชญากรรม 2 ประเภทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่พวกเขาทำไว้กับสหภาพยุโรป

สำหรับเอเชียใต้ รัฐบาลอินเดียเริ่มเสนอกฎหมายบางด้านที่จะครอบคลุมสิทธิของคู่รักเพศเดียวกัน แต่ก็ยังต่อต้านการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกัน ขณะที่ศาลในอินเดียเริ่มกลับมาพิจารณาคดีเก่ยวกับการรับรองสิทธิความหลากหลายทางเพศในหลายเรื่องโดยเฉพาะกับคนข้ามเพศและอินเตอเซ็กส์ (บุคคลผู้มีลักษณะกายภาพทางเพศแบบกำกวมหรือมีลักษณะแบบทั้งสองเพศ ซึ่งเป็นมาโดยกำเนิด หรือในระหว่างพัฒนาการโดยที่ควบคุมไม่ได้) เช่น การพิจารณาเรื่องเพศศึกษาที่มีการคำนึงถึงอย่างครอบคลุมความหลากหลายด้วย

ในรัฐต่างๆ ของอินเดียก็มีการออกกฎหมายที่ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ เช่น รัฐอานธรประเทศ ทางตะวันออกเฉียงใต้บนชายฝั่งของประเทศอินเดีย ก็มีการออกกฎหมายรับรองให้ผู้หญิงข้ามเพศนับเป็นผู้หญิงในกฎหมายของรัฐ รัฐเกรละ ที่ศาลสูงตัดสินให้ภาครัฐต้องรับรองเพศของผู้ที่ต้องการระบุเพศแบบเป็นกลางเทียบเท่า "พ่อและแม่" ในใบสูติบัตรของลูกตัวเอง

นอกจากนี้ ศาลในเมืองเจนไน รัฐทมิฬทาฑู ก็ได้ตัดสินให้คู่รักเพศเดียวกันมีสิทธิในการใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันได้โดยไม่ถูกพ่อแม่บังคับใช้แยกทางกัน สำหรับรัฐทมินาฑูเองก็ออกกฎหมายให้แพทย์ทุกคนต้องผ่านการฝึกอบรมด้านความเข้าใจและเห็นหัวอก (sensitivity training) ของกลุ่มชาว LGBTQ+ รัฐกรณาฏกะ ก็ได้ออกกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมจากความเกลียดชังและวาจาปลุกปั่นความเกลียดชังต่ออัตลักษณ์ตัวตน ซึ่งมีการคุ้มครองชาว LGBTQ+ ด้วย อีกทั้งยังมีกฎหมายใหม่ที่ห้ามการกีดกันเลือกปฏิบัติในการคุ้มครองเด็ก

ในศรีลังกาดูจะไม่มีความคืบหน้ามากนักในเรื่องการยกเลิกกฎหมายห้ามการรักเพศเดียวกัน มีผู้นำศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกที่ปลุกปั่นด้วยการด้านทฤษฏีสมคบคิดมาต่อต้านกฎหมายนี้ ส่วนเนปาลก็ยังรอคำตัดสินสุดท้ายจากศาลสูงสุดในเรื่องการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันหลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีคำตัดสินให้เป็นเรื่องถูกกฎหมายเมื่อปี 2023 ทำให้ในปี 2025 มีการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน 17 คู่

เมื่อพิจารณาจากแผนที่เอเชียใน Map of LGBT Rights in Asia ของ Erasing 76 Crimes แล้ว พบว่ายังคงมีหลายประเทศโดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่การรักเพศเดียวกันยังผิดกฎหมาย แต่ก็มีอีกหลายประเทศที่เริ่มมีพัฒนาการมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าในเอเชียก็ยังคงไม่สม่ำเสมอ ในหลายพื้นที่ยังคงเผชิญแรงต้านจากสังคมและการเมืองอยู่สูง


เรียบเรียงจาก
2025 LGBTQ rights update: Many bright spots in Asia amid the gloom, 76Crimes, 03-01-2026
สิบปีระบบ 'จดทะเบียนคู่ชีวิต' คู่รัก LGBTQ+ ในญี่ปุ่น ความเปลี่ยนแปลงที่ปูทางสู่ 'สมรสเท่าเทียม'
'Pink Dot' งาน LGBTQ+ ที่ใหญ่สุดในฮ่องกง เบนเข็มจัดออนไลน์ หลังถูกปฏิเสธใช้พื้นที่จัดงาน
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง