Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • เครือข่ายแรงงานยื่นหนังสือถึง กมธ.แรงงาน สว. คงระบบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 1 สิทธิ 1 เสียง เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2566 หลังจากเมื่อ 8 ส.ค. 68 มีสื่อรายงานว่าที่ประชุมอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม วุฒิสภา มีข้อเสนอเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง จำนวน 4 สูตร โดยหนึ่งในนั้นเป็นระบบคล้ายการเลือกกันเองของ สว.
  • ด้าน ‘ชินโชติ’ แจงสูตรเลือกตั้งบอร์ด สปส.ใหม่ เป็นเพียงข้อเสนอ ส่วนกระทรวงแรงงานจะเอาไปปฏิบัติตามหรือไม่ เป็นดุลยพินิจของกระทรวงแรงงาน กมธ.หรืออนุ กมธ. ไม่มีสิทธิแทรกแซง

 

25 ส.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (25 ส.ค.) ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เมื่อเวลา 13.30 น. เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน นำโดย ธนพร วิจันทร์ สหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง นำโดย ศรีไพร นนทรีย์ สหภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย นำโดย สุทัศน์ เอี่ยมแสง และ เซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมาธิการการแรงงาน และ อนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ภายใต้กรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เพื่อเรียกร้องให้คงระบบการเลือกตั้งทางตรง 1 คนต่อ 1 สิทธิ ซึ่งก็คือระบบเดียวกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566 โดยมี ชินโชติ แสงสังข์ ประธานอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

ธนพร วิจันทร์ เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน อ่านรายละเอียดในหนังสือว่า กรณีนี้สืบเนื่องจากหลังจากเมื่อ 8 ส.ค. 2568 เป็นต้นมา เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ นำเสนอข่าวอ้างอิงรายงานผลการดำเนินงานของที่ประชุมของอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ภายใต้คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา เมื่อ 23 ก.ค. 2568 โดยในการประชุมวันนั้นได้มีวาระพิจารณาข้อสังเกตและข้อพิจารณาเกี่ยวกับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อ ธ.ค. 2566 ซึ่งได้มีการเชิญหลายฝ่ายมาให้ข้อมูล และข้อเท็จจริง และที่ประชุมได้มีมติเสนอหลักเกณฑ์และข้อเสนอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฝั่งตัวแทนนายจ้างและลูกจ้าง จำนวน 4 หลักเกณฑ์ ดังนี้

สูตรที่ 1 ผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกผู้แทนได้เพียง 1 คนจากผู้สมัครทั้งหมด (จากเดิมสามารถเลือกได้ 7 คน)

สูตรที่ 2 แบ่งการเลือกตั้งออกเป็น 2 ชั้น คือ 2.1 ให้ “ผู้ประกันตน” เลือกผู้แทน จำนวน 200 คน  2.2 จากนั้นให้ผู้แทนทั้ง 200 คน มาเลือกกันเอง เพื่อให้ได้ผู้แทนฝ่ายละ 7 คนทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง คล้ายกับระบบการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

สูตรที่ 3 เสนอหลักเกณฑ์และการเลือกตั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง โดยมีสาระสำคัญ 5 ประการ ประกอบด้วย 1. กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 40 ต้องมีการส่งสมทบอย่างต่อเนื่อง 2. ใช้ระบบเลือกตั้ง 2 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ 3. อนุญาตให้เลือกผู้สมัครมากกว่า 1 คน เพื่อลดการครอบงำ 4. ใช้กลไกระดับพื้นที่ เช่น อนุกรรมการจังหวัด ในการจัดเลือกตั้ง และ 5. ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในทุกขั้นตอนตั้งแต่การสมัครจนถึงการประเมินผล เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและยอมรับทุกฝ่าย

สูตรที่ 4 การเลือกตั้งโดยเป็นการเสนอกระบวนการเลือกตั้งผู้แทนนายจ้างและผู้แทนผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ผู้แทนแต่ละฝ่ายจะมาจากการเลือกตั้งตามสัดส่วนจำนวนสมาชิก ผู้แทนระดับจังหวัดจะเลือกกันเองเป็นกรรมการกลางฝ่ายละ 7 คนกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครและกรรมการอย่างเคร่งครัด แต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งกลางและระดับจังหวัด หน่วยเลือกตั้งในสำนักงานประกันสังคมจังหวัด และนิคมอุตสาหกรรม โดยมีวันเลือกตั้งล่วงหน้า 7 วัน และเลือกตั้งจริง 1 วัน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นธรรมและโปร่งใส

ก่อนหน้านี้ ชินโชติ แสงสังข์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม วุฒิสภา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อในวันที่ 17 ส.ค. 2568 เผยว่า กรณีที่จะมีการเสนอให้ยกเลิกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หรือผลักดันให้มีการเลือกผู้แทนบอร์ดประกันสังคม ให้มีลักษณะคล้ายกับวุฒิสภา เป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงประมาณ 70-80%

ชินโชติ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ซึ่งใช้งบประมาณสูงถึง 68 ล้านบาท แต่มีคนมาใช้สิทธิเพียง 158,000 คน จากผู้ประกันตนทั้งหมด 24 ล้านคน ทำให้เกิดข้อกังขาว่าใช้งบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า และยังถูกวิจารณ์ว่ามีพรรคการเมืองเข้ามาแทรกแซงการหาเสียงเลือกตั้ง

ชินโชติ ระบุต่อว่า ที่ประชุมจึงมีการเสนอหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง แบบ 5 สูตร โดย 4 สูตรเป็นสูตรใหม่ และ 1 สูตรเดิม โดยมีเพียงสูตรที่ 2 คือระบบขั้นตอนการเลือกตั้งแบบ 2 ขั้นตอน คือ การเลือกตั้งคัดเลือกตัวแทน 200 คน และใน 200 คนนี้มาเลือกกันเองคล้ายระบบเลือกกันเองของสมาชิกวุฒิสภา ให้เหลือตัวแทนผู้ประกันตน และนายจ้าง ฝั่งละ 7 คนเท่านั้น ส่วนสูตรเลือกตั้งอื่นๆ ยังมีการเลือกตั้งเช่นเดิม เพียงแต่มีการปรับเชิงรายละเอียด

สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ตั้งข้อสงสัยว่า แม้ว่าทางชินโชติ จะให้เหตุผลว่าการเสนอระบบการเลือกตั้งใหม่เป็นการประหยัดงบประมาณ และเพื่อให้ปลอดอิทธิพลทางการเมือง แต่การที่ชินโชติ แสงสังข์ และพนัส ไทยล้วน ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่เป็นสมาชิกคณะอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม แต่เคยเป็นอดีตคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน และเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในปี 2566 แต่สอบตก ดังนั้น จึงมีการตั้งคำถามว่าการเสนอเช่นนี้มีเจตนาอื่นหรือไม่ และการใช้อำนาจตามกลไกของวุฒิสภา เสนอรูปแบบและวิธีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ถือเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร 

เครือข่ายแรงงานฯ ระบุว่า การไม่มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมนับ 10 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีอำนาจ ทำให้แรงงาน และผู้ประกันตน สูญเสียสิทธิประโยชน์จำนวนมาก อีกทั้งยังเปิดช่องให้มีการใช้เงินกองทุนอย่างไม่เหมาะสม เช่น การลงทุนในตึก SKYY9 ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่พอมีตัวแทนผู้ประกันตนที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้เราได้เห็นผลงานการผลักดันสิทธิประโยชน์ ได้เห็นว่าการใช้เงินกองทุนฯ ถูกใช้อย่างไร และมีการตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงานประกันสังคม 

"การเลือกตั้งที่ไม่มุ่งเน้นการสะท้อนเสียงจากผู้ประกันตนอย่างตรงไปตรงมาก็อาจมิใช่การประหยัดงบเลือกตั้งครั้งละ 68 ล้านบาท หรือ “การช่วยลดการแทรกแซงทางการเมือง” แต่เป็นการลดทอนอำนาจประชาธิปไตยของผู้ประกันตนในการเลือกผู้แทนของตนเองมาบริหารกองทุนสวัสดิการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ 

"พวกเราเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน จึงขอคัดค้านข้อเสนอการเลือกตั้งประกันสังคมทางอ้อม ซึ่งจะกีดกันผู้ประกันตนออกจากอำนาจทางการเมือง และในขณะเดียวกันก็ขอส่งเสริมการใช้อำนาจทางการเมืองของคนส่วนใหญ่ในทุกๆ ระดับของสังคมไทยด้วยความยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย" ธนพร วิจันทร์ กล่าว

สุทัศน์ เอี่ยมแสง ประธานสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย กล่าวหลังยื่นหนังสือว่า ผู้ใช้แรงงานมีจุดยืนชัดเจนว่าการเลือกตั้งประกันสังคมต้องเป็น 1 สิทธิ 1 เสียง เพราะว่าผู้ประกันตนเป็นผู้เสียเงินเข้ากองทุนประกันสังคม ดังนั้น ก็ควรจะมีสิทธิเลือกตัวแทนของตัวเองเข้าไปเป็นบอร์ดประกันสังคม ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงาน และพัฒนาสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมกับลูกจ้าง และหวังว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะถึงนี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย 1 สิทธิ 1 เสียง

สุทัศน์ เอี่ยมแสง ถ่ายโดย แมวซาโบ

เซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า เขาเป็นหนึ่งในคนที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจากผู้ประกันตนโดยตรง จนกระทั่งมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนั้นอาจจะมีปัญหาบ้าง และเราหวังว่าทางสำนักงานประกันสังคมจะนำข้อมูลมาปรับปรุงการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ให้ผู้ประกันตนให้ออกมาใช้สิทธิ ให้เข้าถึงข้อมูล และออกมาใช้สิทธิมากๆ เนื่องจากคราวที่แล้วมีคนออกมาใช้สิทธิน้อย ซึ่งแน่นอนว่ามันมีปัญหาแต่ว่าเราต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

"ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นผู้ประกันตนด้วย ต้องขอยืนยันว่าการเลือกตั้งโดยตรง 1 สิทธิ 1 เสียง เป็นเรื่องสำคัญในการเลือกผู้แทนของพวกเราได้ ในอนาคต เราก็เห็นนะครับว่า เงินกองทุนประกันสังคมมันโตขึ้น มีวงเงินมากขึ้น การบริหารจัดการจะเป็นอย่างไรในอนาคต

"ผมคิดว่าผู้ประกันตนที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนๆ เขาควรที่จะรับรู้ว่าเงินของเขาเอาไปใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยเห็นภาพเหล่านั้นมากว่า เงินของผู้ประกันตนที่พวกเขาจ่ายไปแต่ละเดือนเอาไปใช้จ่ายอะไร เรื่องสวัสดิการของผู้ประกันตนเราไม่ค่อยเห็นภาพ แต่เมื่อมีบอร์ดมาจากการเลือกตั้ง เราเห็นภาพเหล่านั้น มีภาพการตรวจสอบ มีภาพของการลงทุนว่าจะเอาเงินไปลงทุนอะไรบ้างชัดเจนมากขึ้น ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราต้องพัฒนาต่อไปให้ผู้ประกันตนทุกคนเขาได้ใช้สิทธิของพวกเขาในการออกมาเลือกตั้งผู้แทนของเขา" เซีย กล่าว

ชินโชติ แสงสังข์ สมาชิกวุฒิสภา และเป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม ชี้แจงหลังจากการรับหนังสือ ระบุว่า ที่มาที่ไปของประเด็นนี้เนื่องมาจากมีผู้เสนอปัญหาการเลือกตั้งของบอร์ดประกันสังคม เมื่อปี 2566 ในที่ประชุมของอนุกรรมาธิการฯ ว่าไม่คุ้มค่า เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อปี’66 ใช้งบสูงถึง 68 ล้านบาท แต่มีคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 158,000 คนจากจำนวนผู้ประกันตน 24 ล้านคน หรือไม่ถึงเปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะจัดขึ้นในเดือน ก.พ. 2569 สำนักงานฯ ตั้งเป้าหมายว่าจะรณรงค์ให้คนมาใช้สิทธิจำนวน 15% หรือเท่ากับประมาณ 3,600,000 คน จากทั้งหมด 24 ล้านคน ซึ่งทางคณิตศาสตร์ประกันภัยคำนวณเงินออกมา ระบุว่าจะต้องใช้งบฯ 1,500 ล้านบาท ทำให้มีคนมองว่ามันไม่คุ้มค่า เพราะว่าเราใช้เงิน 1,500 ล้านบาท แต่ได้ตัวแทนไม่เกิน 14 คน 

ชินโชติ แสงสังข์ (ถ่ายโดยสำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)

ชินโชติ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นคือการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 มีผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝั่งผู้ประกันตนได้รับการหนุนหลังจากพรรคการเมือง และมีผู้บริหารขององค์กรฯ มาช่วยหาเสียงด้วย ซึ่งในที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯ มองว่า ผู้แทนบอร์ดประกันสังคมควรปลอดพรรคการเมือง ไม่ควรมีพรรคการเมืองเข้ามาแทรกแซง เลยเป็นที่มาของการประชุม และได้ข้อเสนอออกมาทั้งหมด 5 สูตร โดย 4 สูตรเป็นสูตรใหม่ และ 1 สูตรเป็นสูตรเดิมที่ใช้เมื่อปี 2566

"เสนอเป็น 4 สูตรแต่ละสูตร เลือกตั้งทั้งนั้นเลย แต่งตั้งไม่ได้ แต่มีสูตรเดียวที่หลายคนกังขา ก็คือเลือก 200 คน และให้ 200 คนมาเลือกกันเอง ที่มาโจมตีว่า ผมพยายามให้เลือกแบบ สว. อันนี้ไม่ใช่ สว.ไม่ได้เลือก 2 ชั้น แต่ สว.เลือกหลายชั้น ไม่ได้เลือกแบบ สว. แต่เป็นการเลือกแบบสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผมเคยเป็นสมัยนั้น" ชินโชติ กล่าว 

ชินโชติ กล่าวชี้แจงว่า หลังจากอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม สรุปมาเป็น 5 สูตรแล้ว ก็จะเสนอให้กับกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา จากนั้นจะเสนอขึ้นสภาฯ ใหญ่ และเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ครม.จะเสนอให้กระทรวงแรงงาน ส่วนกระทรวงแรงงานจะนำไปปฏิบัติตามข้อเสนอหรือไม่ เป็นสิทธิของกระทรวงแรงงาน คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา หรือคณะอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม ไม่มีอำนาจเข้าไปแทรกแซงการดำเนินการของกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง