อภิสิทธิ์พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สร้างประชาธิปไตยสุจริต-เศรษฐกิจเข้มแข็ง

พรรคประชาธิปัตย์เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลั่นไม่ตอบคำถามสื่อแล้วว่าจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคไหน เพราะประชาธิปัตย์และตัวเขาพร้อมเป็นแกนนำรัฐบาล พาประเทศเดินหน้าสู่จุดหมายอย่างเดียว โดยจะไม่เอาเผด็จการ ไม่เอาคนโกง พร้อมสร้างประชาธิปไตยสุจริต เศรษฐกิจเข้มแข็ง

22 มี.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานจากลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง มีการแนะนำตัวผู้สมัครใน กทม. และบัญชีรายชื่อ

โดยเวลาประมาณ 18.30 น. พริษฐ์ วัชรสินธุ คนรุ่นใหม่ประชาธิปัตย์หรือ New Dem ผู้สมัคร ส.ส. เขต 5 บางกะปิกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล คสช. อย่างดุเดือด กล่าวว่าถ้าให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อคงต้องแจกบัตรขอทาน ขณะที่ด้านล่างเวที ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค เดินทักทายผู้สนับสนุนและเตรียมขึ้นเวทีปราศรัย

ในเวลา 18.50 น. ชวน หลีกภัย ขึ้นเวทีปราศรัยพูดถึงครัวเรือนทั่วประเทศระหว่างปี 2554-2561 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนลดลง โดยเฉพาะหลังรัฐประหาร 2557 รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนยังคงลดลง และประชาชนไม่พอใจ ตัวเขาเคยเขียนจดหมายร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง พร้อมตำหนิ สนช. ที่ไม่เคยหยิบยกความเดือดร้อนของประชาชนไปอภิปราย ซึ่งก็เป็นเพราะ สนช. ไม่ได้มาจากประชาชนตั้ง แต่มาจากรัฐบาลตั้ง

ชวนกล่าวด้วยว่าพรรคประชาธิปัตย์ส่งเสริมนโยบายด้านการศึกษามาโดยตลอด มีการผลักดันมหาวิทยาลัยไปเปิดต่างจังหวัด สานต่อนโยบายกู้ยืมเรียน และตอนหนึ่งเขายกนโยบายนมโรงเรียนที่ริเริ่มสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่จัดงบประมาณให้เด็กดื่มนมเป็นเวลา 7 ปี (อนุบาล 1 ถึง ป.4) ทำให้เสื้อ กางเกงนักเรียน เบอร์ 1 คุรุสภา ขายไม่ออก เด็กใส่ไม่ได้ และผลทำให้คนไทยสูงขึ้น 11 ซม. ปี 2538 เด็กอายุ 14 ปี สูง 150.86 ซม. ปี 2552 สสส. สำรวจใหม่ ความสูงของเด็กอายุ 14 ปี สูงขึ้น 161.86 ซม. ปี 2560 ชายไทยสูงเฉลี่ยอายุ 170 ซม. กีฬาที่เราคิดว่าแข่งกับเขาไม่ได้อย่างวอลเลย์บอล ก็สู้กับชาติอื่นได้ ลูกหลานเติบโตด้วยโภชนาการ และแข่งขันกีฬาได้ นี่คือผลจากการสร้างคนของรัฐบาลประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ ม.ร.ว.จตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย บิดาของ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ยานนาวา เดินทางมาฟังปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยโดยบอกว่ามาดูว่า "อภิสิทธิ์หางกุดหรือยัง"

ขณะที่ในเวลาประมาณ 20.40 น. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยปิดเวที ยืนยันว่าไม่ต้องลังเล ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องโกรธ ตัวเขาและพรรคประชาธิปัตย์จะพาประเทศไทยไปข้างหน้าคือประชาธิปไตยสุจริต เศรษฐกิจเข้มแข็งให้ได้ ไม่ต้องลังเลอีกต่อไป ไม่ต้องให้ใครมาครอบงำด้วยความโกรธ ด้วยความกลัว อย่าไปเลือกด้วยอารมณ์ ว่าโกรธคนนั้น อย่าไปเลือกเพราะกลัวคนนี้ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตของท่าน เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมือง

ผมถึงไม่ตอบคำถามสื่อ ที่ถามว่าจะร่วมกับใคร สนับสนุนใคร ไม่ครับ ผมเป็นแกนนำรัฐบาล พาประเทศเดินหน้าสู่จุดหมายอย่างเดียว หมดเวลาเผด็จการ หมดเวลาคนโกง ถึงเวลาประชาธิปไตยสุจริต เดินไปด้วยกัน ก่อนเชิญชวนผู้สนับสนุนเลือกพรรคประชาธิปัตย์

โดยตอนหนึ่งอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคฝ่ายประชาธิปไตยพยายามสถาปนาว่าเป็นพรรคประชาธิปไตย แต่จะวัดว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร ผมเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มา 14 ปี ไม่มีใครเรียกว่าพรรคอภิสิทธิ์ ผมไม่ได้เป็นนายทุนของพรรค นี่คือพรรคประชาธิปไตย ต่างจากบางพรรคที่ถูกเรียกด้วยชื่อของบางคน แทนที่จะเป็นชื่อพรรค

การสถาปนาประชาธิปไตยอยู่บนฐานความคิดคับแคบ ผมประกาศจุดยืนไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯ แทนที่จะสนับสนุน แต่กลับบอกว่าแค่นี้ไม่พอ จะต้องไม่ร่วมกับพลังประชารัฐด้วย ทั้งที่ผมบอกว่าอะไรที่เกี่ยวกับการสืบทอดอำนาจผมไม่เอา ขณะเดียวกันอีกฝั่งก็เอาความกลัวเอาความกลัวทักษิณมาครอบงำ แต่ถามว่าทุกอย่างที่ทำต่างจากทักษิณไหม ลงเลือกตั้ง เอาเปรียบ ใช้อำนาจเงิน พยายามบอกว่าต้องไปต่อสู้คนเลวด้วยวิธีนี้ ผมไม่เชื่อว่าความเลวจะเอาชนะความเลว คุณแพ้แล้วเพราะคุณยอมแลว เอาโจรปราบโจร สุดท้ายมีแต่มหาโจร

ความกลัวที่สองคือเอาเรื่องที่บ้านเมืองจะไม่สงบมาบอกว่าต้องเลือกพรรคของตัวเอง โจมตีว่าตอนที่เป็นนายกฯ บ้านเมืองวุ่นวาย ผมไม่ปฏิเสธอ วุ่นวายจริง เพราะเงื่อนไขสะสมความขัดแย้งมานับหลายปี ปี 53 ที่รุนแรงพิเศษเพราะตัดสินยึดทรัพย์สี่หมื่นกว่าล้านมากสุดเป็นประวัติการ 

เราเห็นตรงกันว่าสถานการณ์วันนั้นละเอียดอ่อน ถ้าเราทำไม่ดีอาจเกิดสงครามกลางเมือง รัฐประหาร หรือสถาบันที่อยู่เหนือการเมืองจะถูกลงมา แต่เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้หมด แต่พี่น้องชาวกรุงเทพฯ อึดอัด ผมไม่ปฏิเสธ ผมรับผิดชอบ 

หลังจากนี้สถานการณ์จะไม่เหมือนเดิม หลังเลือกตั้งเราจะมีรัฐบาลใหม่ เงื่อนไขความขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง ปัญหาคือการสืบทอดอำนาจ พลเอกประยุทธ์เพิ่งขึ้นเวทีวันนี้ แต่ทุกเวีทีที่จัดดีเบตท่านไม่ไป ดังนั้นอย่างประเมินว่าใครเอาอยู่เพียง 4-5 ปีที่ผ่านมา ให้มองไปที่อดีตและอนาคตยาวๆ การที่เขาเข้ามาเล่นการเมืองอาจชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ได้แปลว่าชอบธรรม

"วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราต้องหลุดพ้นจากเศรษฐกิจและการเมืองแบบเดิมๆ ประชาธิปไตยสุจริตคือทางออกนั้น" อภิสิทธิ์กล่าว

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี และปิดการปราศรัยในเวลาประมาณ 21.50 น. 

ประชาไทเกาะติดรายงานข่าว 4 พรรคการเมืองปราศรัยใหญ่ส่งท้าย พร้อมกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยพรรคเพื่อไทยปราศรัยที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคอนาคตใหม่ปราศรัยที่อาคารกีฬาเวศน์ 1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. และพรรคพลังประชารัฐ ปราศรัยที่สนามกีฬาเทพหัสดิน และมีการเชื่อมสัญญาณไปยังเวทีต่างจังหวัด โดยในช่วงท้ายเวลา 19.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาปราศรัยเป็นเวลา 15 นาทีก่อนปิดเวทีด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร่วมเวทีปราศรัยพรรคพลังประชารัฐ, 22 มี.ค. 2562

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง