'การศึกษาเพื่อความเป็นไท' เปิด 'ท่าโหม่งโลก' ลงโทษลูกเสือ - เนตรนารี

กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เปิด 'ท่าโหม่งโลก' พฤติกรรมแปลกประหลาดที่ครูฝึกลงโทษลูกเสือ - เนตรนารี ขณะที่  ดราม่า ห้ามไว้ผมหน้าม้า ผอ.โรงเรียนหญิงล้วน รับมีกฎจริง อยู่ในคู่มือนักเรียน

11 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า เมื่อวันที่ 2-4 ธ.ค.ที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคใต้ ได้พานักเรียนเข้าค่ายลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่เหล่าอากาศ ณ ค่ายลูกเสือ กองบิน 7 ปรากฎพฤติกรรมแปลกประหลาดที่ครูฝึก (ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นทหารอากาศหรือไม่) สั่งลงโทษลูกเสือ - เนตรนารี ด้วยการให้ทำท่าโหม่งโลก ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่บนเพจทางการของโรงเรียน แต่ต่อมาถูกลบออก และเหลือไว้เพียงแต่ภาพความประทับใจ และเหตุการณ์ดี ๆ ในค่าย

นอกจากภาพที่ปรากฎแล้ว ทาง กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ได้ประสานงานไปยังนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายในครั้งนี้ และได้รับข้อมูลเพิ่มเติมว่า การลงโทษดังกล่าวเกิดขึ้น 2 ครั้งในตลอด 3 วัน รอบแรกคือที่ปรากฎในภาพ และรอบที่ 2 เป็นตอนกลางคืน โดยครูฝึกให้เหตุผลว่า “เป็นการนั่งสมาธิ ช่วยให้เลือดไหลลงสมอง ทำให้รู้สึกโล่ง” อีกทั้งยังมีเหตุการณ์แปลก ๆ อีกมากมายเกิดขึ้นในค่ายแห่งนี้โดยคำบอกเล่าจากผู้เข้าร่วม เช่น ครูฝึกอมแตงกวาแล้วให้เนตรนารีกิน , กินข้าวไม่ให้ใช้ช้อน มือเลอะดินโคลน (มีการอนุญาตให้ไปล้างมือก่อนทาน) เป็นต้น

ผอ.โรงเรียนหญิงล้วน โต้ดราม่า ห้ามไว้ผมหน้าม้า รับมีกฎจริง อยู่ในคู่มือนักเรียน

ก่อนหน้านี้ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ได้เปิดเผยข้อมูลจากนักเรียนในโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี หลังทางโรงเรียนออกกฎห้ามไว้ผมหน้าม้า โดยท้ายเอกสาร ระบุให้ผู้ปกครองและนักเรียนเซ็นชื่อยอมรับ หากไม่มาจะเชิญย้ายสถานศึกษา

โดยล่าสุดวันนี้ ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า สำเริง ศรีสิทธิชัยกุล ผู้อำนวยการโรงเรียน ศรียานุสรณ์ อ.เมือง จ.จันทบุรี กล่าวว่า เรื่องประเด็นห้ามนักเรียนไว้ผมทรงหน้าม้า เป็นระเบียบของ ร.ร.ศรียานุสรณ์ มานานด้วยความที่โรงเรียนจะครบรอบ 100 ปี ประกอบกับประเด็นทางโรงเรียน ได้ทำ MOU ไว้กับผู้ปกครอง ในเรื่องประเด็นข้อห้ามทรงผมหน้าม้า ไว้ตั้งแต่ปี 2523 และทำมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีปรากฏอยู่ในคู่มือนักเรียนมาแต่ไหนแต่ไร จวบจนถึงปัจจุบัน

ในส่วนกระข่าวที่ออกมา น่าจะเป็นเรื่องของประเด็นที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ถ้าเด็กไว้ทรงผมหน้าม้า แล้วต้องไล่ออก ซึ่งในความเป็นจริงระเบียบของโรงเรียนจะตัดสินไล่เด็กออกนั้น ต้องมีขั้นตอนระบบ และไม่เคยมีประวัติไล่เด็กออก เพราะการไว้ผมหน้าม้า ทั้งหมดทั้งมวลนี้น่าจะเป็นความหวังดีของอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่ทำงานเกี่ยวกับสภานักเรียน แล้วเกรงว่าเด็กสภานักเรียนถ้าไว้ผมหน้าม้า แล้วถูกตัดคะแนน 10 คะแนน จะไม่ส่งผลดีต่อโครงการ คนดี ศรียานุสรณ์ ซึ่งเป็นโครงการที่มีมานาน หากนักเรียนที่มีผลการเรียนดี ทำงานมามาก มีคุณสมบัติครบแต่มาถูกตัดคะแนนแค่ 15 คะแนน เพราะไว้ทรงผมหน้าม้า และก็อาจจะเป็นด้วยความห่วงใยของอาจารย์ ก็เลยมีการนำข้อความ ไปโพสต์ในกลุ่มนักเรียนว่า อย่าไว้ทรงผมหน้าม้า เพื่อเป็นการป้องปราม แต่การป้องปรามในการสื่อสารออกไปแล้ว มันเหมือนข้อความไม่ครบถ้วน จึงทำให้เกิดกระแส ดราม่า ดังกล่าวเกิดขึ้น

ข่าวสดรายงานถึงบรรยากาศภายในโรงเรียนพบว่ามีนักเรียนหญิงทั้งในระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย เดินทางมาเรียนตามปกติ และจากการสังเกตนักเรียนส่วนใหญ่หากอยู่ในระดับชั้น ม.ต้น จะตัดผมสั้นเสมอใบหู หวีแสกกลางหรือข้าง ส่วนในระดับชั้น ม.ปลายจะไว้ผมยาว มัดผมทรงหางม้าด้วยโบว์สีขาว แต่ไม่พบมีนักเรียนไว้ทรงหน้าม้า

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์