นักเรียนในพม่าบาดเจ็บจากกระสุนปืนใหญ่จากพื้นที่สู้รบ ตกใส่โรงเรียน

ในพื้นที่เมืองบูติเดาง์ รัฐยะไข่ ที่มีการสู้รบระหว่างกองกำลังกบฏชาวพุทธฯ 'กองทัพอาระกัน (AA)' กับกองทัพพม่า เกิดเหตุกระสุนปืนใหญ่ไม่ทราบฝ่ายตกใส่โรงเรียนทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บประมาณ 19-21 ราย มี 1 รายบาดเจ็บสาหัส ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกบฏต่างก็ไม่ยอมรับว่าเป็นฝีมือของตนและอ้างว่าเป็นฝีมือของอีกฝ่าย


ที่มาภาพประกอบ: Amnesty International

มีเหตุการณ์กระสุนปืนใหญ่ตกใส่โรงเรียนในหมู่บ้านคะมวยจอง (Khamwe Chuang) ในเมืองบูติเดาง์ รัฐยะไข่ ทำให้มีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 19 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดในช่วงเช้าของวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ในพื้นที่นี้มีกการสู้รบระหว่างกองกำลังกบฏชาวพุทธ 'กองทัพอาระกัน (AA)' กับกองกำลังรัฐบาล โดยที่กลุ่มกบฏปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุกระสุนปืนใหญ่ในครั้งนี้

ในพื้นที่ดังกล่าวของประเทศพม่ามีการสู้รบระหว่างกองทัพอาระกันกับกองทัพพม่า โดยที่กองทัพอาระกันชาวพุทธพยายามต่อสู้ทำให้พื้นที่ยากไร้แห่งนี้มีอิสรภาพจากรัฐบาลมากขึ้น โดยที่การสู้รบของกองทัพอาระกันยกระดับความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551

อัลจาซีราระบุว่าการต่อสู้ระหว่างกองกำลังสองกลุ่มนี้จุดให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหม่ในรัฐยะไข่ ที่ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุกองทัพพม่าสังหารหมู่ชาวมุสลิมโรฮิงญาในปี 2550 จนมีผู้คนลี้ภัยมากกว่า 730,000 ราย

สมาชิกสภาท้องถิ่นแจ้งถึงเหตุการณ์เรื่องปืนใหญ่ตกใส่โรงเรียนต่อสื่อ โดยที่บอกว่าไม่ทราบว่าเป็นฝีมือของฝ่ายใด แต่ก็มีตัวเลขของเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ 19 รายอ้างอิงจากหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข มีกรณีที่บาดเจ็บสาหัส 1 ราย อย่างไรก็ตามโฆษกของกองทัพพม่าระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตว่าอยู๋ที่จำนวน 20 ราย และกล่าวหาว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มกองทัพอาระกัน ขณะที่ครูของโรงเรียนที่เกิดเหตุบอกว่ามีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 21 ราย เด็กหญิง 1 รายอาการสาหัส

ครูของโรงเรียนที่เกิดเหตุบอกอีกว่าเด็กที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดเป็นชาวพุทธชนชาติคามี ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยในรัฐยะไข่ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาอยู่หลายกลุ่ม

ครูของโรงเรียนกล่าวอีกว่าการสู้รบเกิดขึ้นห่างออกไปราว 3 กม. จากหมู่บ้าน พวกเขาเคยนึกว่ากระสุนปืนใหญ่ไม่น่าจะยิงเข้ามาถึงโรงเรียนของพวกเขาได้

ถึงแม้จะถูกกล่าวหาจากฝ่ายกองทัพของรัฐบาล แต่กองกำลังอาระกันก็ปฏิเสธว่าพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยบอกว่าพวกเขาไม่มีปืนใหญ่แบบที่ทำให้เกิดเหตุ และกล่าวหาว่าเป็นฝีมือของรัฐบาล

แดน ชักก์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำพม่าแถลงเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง โดยบอกว่าความรุนแรงในรัฐยะไข่ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสร้างความเจ็บปวดให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ชักก์ยังกล่าวอีกว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงวันเด็กของพม่า และเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากมีเหตุการณ์การเสียชีวิตของเด็กและผู้หญิงก่อนหน้านี้เน้นย้ำให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดกับประชาชนผู้บริสุทธิ์

แถลงการณ์จากทูตอังกฤษระบุขอให้ทุกฝ่ายทำให้ดีที่สุดในการคุ้มครองความปลอดภัยของพลเรือนและเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ หลังจากมีการตัดอินเทอร์เน็ตเมื่อไม่นานนี้ โดยอ้างเรื่อง "ความมั่นคง" และ "ผลประโยชน์สาธารณะ"

เรียบเรียงจาก

Students injured in shelling at school in Myanmar's Rakhine state, Aljazeera, 14-02-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์