รบ.ทหารพม่ายกระดับ ค้นบ้านไม่ต้องใช้หมายศาล เซ็นเซอร์-ไล่จับสื่อ

รัฐบาลคณะรัฐประหารพม่าออกกฎหมายบังคับให้เจ้าบ้านแจ้งทางการหากมีคนเข้าพักค้างแรม ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าค้นอาคาร สถานที่พร้อมกับเจ้าหน้าที่การปกครองส่วนท้องถิ่น 2 คน ดักฟังโทรศัพท์ ป้องกันการให้ที่พัก ที่หลบซ่อนแก่ผู้ประท้วง สื่อโดนทหารไล่ล่า กระทรวงข้อมูลข่าวสารขู่สื่อ ใช้คำว่า "รัฐบาลรัฐประหาร" ผิดจริยธรรม

ชาวพม่าในไทยชุมนุมต้านรัฐประหารต่อเนื่องหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (แฟ้มภาพ)

15 ก.พ. 2564 ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองในพม่า (AAPPB) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ก.พ.) รายงานว่าสภาบริหารรัฐ ฝ่ายบริหารที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารพม่า ออกคำสั่งแก้ไขกฎหมายการบริหารพื้นที่อาคารและหมู่บ้าน เป็นการแก้ไขครั้งที่ 4 โดยประกาศให้เจ้าของอาคารหรือเจ้าบ้านต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่รัฐหากมีแขกเข้าพักค้างคืน

นอกจากนั้น รัฐบาลทหารยังระงับการใช้กฎหมายปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคลและความปลอดภัยของพลเมือง มาตรา 5 7 และ 8 ใจความโดยสรุปของการระงับคือการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าค้น ยึด จับกุมในพื้นที่อาคารได้โดยไม่มีหมายค้น แต่ต้องมีเจ้าหน้าที่การปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ด้วยอย่างน้อย 2 คน อนุญาตให้คุมขังบุคคลได้เกิน 24 ชั่วโมงแม้ไม่มีหมายศาล และสามารถดักฟังหรือระงับการสื่อสารได้

การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความพยายามอย่างต่อเนื่องในการควบคุมการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร หลังจากมีการประกาศกฎอัยการศึก ประกาศเคอร์ฟิว ออกคำสั่งห้ามชุมนุมและปิดกั้นการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ประกาศเคอร์ฟิว ข้อมูลเมื่อ 12 ก.พ. จาก AAPPB ระบุว่า ตั้งแต่มีการรัฐประหาร ทางการพม่าจับกุมคนไปแล้วรวม 400 คนจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจ ถูกสั่งจำคุก 2 ปีไปแล้ว 2 ราย จำคุก 3 เดือนอีก 1 ราย ปล่อยตัวไปแล้ว 25 ราย และยังคงอยู่ภายใต้การคุมขังอีก 375 ราย

นอกจากนั้น รัฐบาลทหารพม่ายังพยายามเซ็นเซอร์การรายงานข่าวของสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง สำนักข่าวฟรอนเทียร์เมียนมาร์ เผยแพร่คำเตือนจากกระทรวงข้อมูลข่าวสารพม่าที่ส่งถึงสภาสื่อมวลชน ระบุว่าการที่สื่อมวลชนใช้เรียกรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า “รัฐบาลรัฐประหาร (Coup government)” ถือว่าละเมิดจริยธรรมสื่อ การที่กองทัพพม่าประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและให้ พล.อ.อาวุโสมินห์อ่องลายขึ้นเป็นผู้นำสภาบริหารรัฐ เป็นการกระทำที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

เอกสารยังอ้างโทษตามกฎหมายสื่อมวลชนและกฎหมายการพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ที่จะลงโทษทางอาญาแก่สื่อมวลชนที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติของสื่อที่กฎหมายระบุ และห้ามตีพิมพ์สิ่งที่ทำลายความมั่นคงของชาติ ระบบนิติรัฐ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสาธารณะและสิทธิของพลเมืองตามลำดับ

แหล่งข่าวจากองค์กรประชาสังคมระหว่างประเทศในพม่าระบุว่ามีการควบคุมการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ โดยไม่อนุญาตให้ตีพิมพ์สิ่งที่อยู่นอกเหนือข่ายงานขององค์กร นอกจากนั้นทางทหารยังมีการพูดถึงร่างกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งสามารถให้โทษจำคุกกับผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ก.พ.) สำนักข่าวท่าขี้เหล็ก (Tachiliek News Agency - TNA) ถูกศาลอาญาประจำท่าขี้เหล็กออกหมายจับจากทางการและกำลังถูกตำรวจและทหารตามจับตัวสืบเนื่องจากเนื้อหาการรายงานข่าว

นับตั้งแต่รัฐประหาร สำนักข่าวท่าขี้เหล็กมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปหลังการยึดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงของประชาชน หรือการจับกุมตัวประชาชน ข้าราชการและนักการเมืองอย่างต่อเนื่องโดยทหาร

ตัวแทนประชาสังคมและสหภาพแรงงานในกัมพูชายื่นหนังสือที่สถานทูตพม่าประจำกัมพูชา

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตัวแทนจากภาคประชาสังคมและสหภาพแรงงานในประเทศกัมพูชา เดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตพม่าประจำประเทศกัมพูชา เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวบุคคลที่ถูกจับกุม คุมขังจากการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า สนับสนุนประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเรียกร้องให้ทหารเคารพเจตจำนงของประชาชนชาวพม่าด้วย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์