เรียกร้องทบทวนปัญหาการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ระยะที่ 1 และระงับการดำเนินโครงการระยะที่ 2

คณะทำงานศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ ทำจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ขอเข้าพบอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเพื่อทบทวนปัญหาการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ระยะที่ 1 และระงับการดำเนินโครงการระยะที่ 2 

เรียกร้องทบทวนปัญหาการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ระยะที่ 1 และระงับการดำเนินโครงการระยะที่ 2
แฟ้มภาพสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์เมื่อเดือน มี.ค. 2563

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2564 เพจมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม - EnLAW เปิดเผยว่าคณะทำงานศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ มีจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ขอเข้าพบอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเพื่อทบทวนปัญหาการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ระยะที่ 1 และระงับการดำเนินโครงการระยะที่ 2 

เนื้อหาบางส่วนของจดหมายเปิดผนึกระบุว่าตามที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ดำเนินโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ระยะที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในปี 2556 โดยได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นที่ปรึกษาโครงการ และว่าจ้างบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ให้ดำเนินการฟื้นฟูตามข้อกำหนดการจ้าง (TOR) และสัญญาจ้าง โดยมีมหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผู้ควบคุมงาน เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 - สิงหาคม 2563 เป็นระยะเวลา 1,000 วัน วงเงิน 454 ล้านบาท และต่อมาหลังครบกำหนดเวลา คพ. ได้อนุญาตขยายเวลาดำเนินการไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564

ปรากฏว่าการดำเนินการฟื้นฟูกลับสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ของชุมชน ขาดความโปร่งใสและไม่มีส่วนร่วมของชุมชนและภาคประชาชนอย่างแท้จริงตลอดการดำเนินโครงการ รวมทั้งถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานที่มีแนวโน้มไม่สำเร็จตามเป้าหมายการฟื้นฟูที่จะทำให้ชุมชนคลิตี้มีความปลอดภัยอย่างแท้จริง ในขณะที่ คพ.กำลังดำเนินการตรวจรับงานและเตรียมชำระเงินงวดสุดท้ายตามสัญญา และกำลังร่างกรอบการทำงานในโครงการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ ระยะที่ 2

คณะทำงานศึกษาและติดตามการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนตะกั่วในลำห้วยคลิตี้ สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความห่วงกังวลต่อการดำเนินการดังกล่าวของ คพ. และเห็นว่าการดำเนินการเช่นนี้จะก่อความเสียหายทั้งต่อรัฐและต่อชุมชนที่ต้องอยู่อาศัยพึ่งพิงลำห้วย เนื่องจาก โครงการระยะที่ 1 มีจุดบกพร่อง ไม่มีการปฏิบัติตาม TOR  และยังมีตะกั่วที่ปนเปื้อนในลำห้วยและสิ่งแวดล้อมภายหลังการดำเนินโครงการสูงเกินค่าเป้าหมายการฟื้นฟู ซึ่งเป็นอันตรายต่อชุมชนอย่างมาก 

และที่ผ่านมา ชุมชน ภาคประชาชน และกรรมการไตรภาคีได้พยายามสื่อสารปัญหาและทักท้วงข้อผิดพลาดในการดำเนินโครงการ ไปยังรองอธิบดี คพ. ตลอดมา ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนโครงการไปจนถึงการดำเนินการฟื้นฟู แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ไม่เปิดเผยข้อมูลตามที่ร้องขอ และที่สำคัญไม่นำข้อเสนอหรือข้อท้วงติงนั้นไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไขการทำงาน 

คณะทำงานฯ เกรงว่าหากไม่มีการทบทวนและปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานร่วมกัน รัฐจะยังต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้เพื่อส่งสารถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษขอให้มีการชะลอการจ่ายเงินงวดสุดท้ายตามสัญญาโครงการระยะที่ 1 และการดำเนินการโครงการระยะที่ 2 เพื่อจัดการพูดคุยทำความเข้าใจต่อประเด็นปัญหาการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ที่ผ่านมาและทิศทางที่ควรจะเป็นร่วมกันก่อน โดยมีท่านเป็นประธานในที่ประชุม เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการใช้เงินภาษีไปอย่างคุ้มค่า แก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการฟื้นฟูลำห้วยคลิตี้ให้ใสสะอาดเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่ทำให้ชาวบ้านคลิตี้ใช้ชีวิตได้ตามวิถีปกติ ปลอดภัย บรรลุตามคำพิพากษา รวมถึงใช้เงินภาษีของประชาชนซึ่งเป็นงบประมาณในการฟื้นฟูอย่างคุ้มค่า แก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์