ตร.ภูเขียว พลาด ออกหมายเรียกผู้ต้องหา ทั้งที่ไม่ได้ร่วมชุมนุมหน้า สภ.ภูเขียว ถึง 3 ราย 

ตร.สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ พลาด ออกหมายเรียกผู้ต้องหาผู้ไม่ได้ร่วมชุมนุม #ราษฎรออนทัวร์ หน้า สภ. วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ถึง 3 ราย 

1 เม.ย.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า วานนี้(31 มี.ค.64) ที่ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ หรรษชีวิน เกศรินหอมหวล และศรายุทธ นาคมณี นักกิจกรรม 2 ราย ที่ถูกออกหมายเรียกจากกรณีชุมนุม #ราษฎรออนทัวร์ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ

โดยในวันนี้ หรรษชีวินให้การปฏิเสธ และจะยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายใน 15 วัน ส่วนศรายุทธเดินทางมาเพื่อแย้งพนักงานสอบสวนว่า เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมวันดังกล่าว ก่อนที่ตำรวจ สภ.ภูเขียว จะยอมรับว่าบุคคลที่เจ้าหน้าที่บันทึกภาพไว้ เป็นคนละคนกับศรายุทธ จึงขอสอบศรายุทธเป็นพยานเพื่อจะถอนหมายเรียกรับทราบข้อหาภายหลัง 

ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา พัฒนะ ศรีใหญ่ ทนายความเครือข่ายของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และศรายุทธ แจ้งกับรองผู้กำกับ (สอบสวน) สภ.ภูเขียวว่า ศรายุทธไม่ได้อยู่ในที่ชุมนุมดังกล่าว ทั้งที่บริเวณโรงเรียนภูเขียว และหน้า สภ.ภูเขียว โดยศรายุทธนำพยาน 1 คน มายืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว พนักงานสอบสวนจึงตรวจสอบข้อมูลบุคคลในเอกสารและภาพถ่ายที่บันทึกเกี่ยวกับการชุมนุมเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา และพบว่าไม่ปรากฎว่าศรายุทธอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ จึงได้ขอสอบปากคำศรายุทธเป็นพยาน เพื่อจะถอนหมายเรียกผู้ต้องหาในภายหลัง โดยมี ร.ต.อ.รังสรรค์ เอี่ยมไธสง เป็นพนักงานสอบสวน

ศรายุทธให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ตนศึกษาอยู่ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ชั้นปีที่ 4 เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา เขาอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่ออ่านหนังสือสอบ ไม่ได้เดินทางมายังเขตอำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ แต่อย่างใด เมื่อพนักงานสอบสวนถามว่าเกี่ยวกับคดีนี้มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ใดหรือไม่ ศรายุทธตอบว่า โกรธเคืองรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะถ่ายภาพศรายุทธ พร้อมลงบันทึก

ขณะที่ หรรษชีวิน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และนักกิจกรรมกลุ่ม UNME Of Anarchy เป็นเพียงรายเดียวที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา จากการชุมนุมที่หน้า สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดย แจ้งข้อกล่าวหาหรรษชีวิน รวม 3 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันชุมนุมในสถานที่แออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรค ฝ่าฝืนข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ (ฉบับที่ 15 ข้อ 3) (ฉบับที่ 16 ข้อ 2), ร่วมกันชุมนุมในสถานที่แออัดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรค ภายในเขตพื้นที่ควบคุมพื้นที่เฝ้าระวังสูง หรือพื้นที่เฝ้าระวังแพร่โรค ฝ่าฝืนประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง และติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆ ที่อาคารในลักษณะที่สกปรกรุงรังหรือไม่เป็นระเบียบ และมีสภาพที่ประชาชนอาจเห็นได้จากที่สาธารณะ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 40

หรรษชีวินให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การในรายละเอียดเป็นหนังสือภายใน 15 วัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ยังรายงานด้วยว่า ทนายความยังได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของผู้ที่ได้รับหมายเรียกในคดีนี้อีก 10 ราย โดยแจ้งว่ามีติดภารกิจการอื่นและบางรายเพิ่งถูกจับจากกรณีสลายหมู่บ้านทะลุฟ้า ทำให้ไม่สามารถเตรียมตัวเดินทางมาให้ทันวันนี้ได้  จึงมีความประสงค์ขอเลื่อนวันนัดพบพนักงานสอบสวนออกไปเป็นวันที่ 5 เม.ย.นี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา “ทราย” อินทิรา เจริญปุระ และนักกิจกรรมกลุ่ม “ราษฎร” รวม 10 ราย เข้ารับทราบข้อกล่าวหา จากการชุมนุมครั้งดังกล่าวไปแล้ว โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหารวม 3 ข้อหา เช่นเดียวกันนี้ รวมทั้งมีเยาวชนอายุ 15 ปี เข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว ทั้งที่เธอเป็นผู้ถูกติดตามคุกคามถึงบ้านเพื่อให้เธอเลิกไปค่าย “ราษฎรออนทัวร์” 

ศูนย์ทนายความฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมดว้ยว่า คดีนี้ยังมี “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ที่ถูกออกหมายเรียก แต่เนื่องจากขณะนี้แอมมี่ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีโดยไม่ได้การปล่อยตัวชั่วคราวอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี พนักงานสอบสวนจะต้องเข้าแจ้งข้อกล่าวหาแก่แอมมี่ในเรือนจำ แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ยังไม่ได้กำหนดวันที่จะเข้าแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งจะต้องแจ้งให้ทนายความเข้าร่วมกระบวนการด้วย  ทั้งนี้ มีข้อมูลจากตำรวจด้วยว่า จะมีการออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีกในส่วนของแกนนำ ได้แก่ “ไผ่” จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก และ “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ ซึ่งจะมีข้อกล่าวหามากกว่าผู้ร่วมชุมนุม โดยปัจจุบันไผ่และไมค์ถูกขังระหว่างพิจารณาคดีโดยไม่ได้การปล่อยตัวชั่วคราวมาแล้วกว่าหนึ่งเดือน

นอกจากกรณีออกหมายเรียกผิดพลาดของศรายุทธ คดีนี้พนักงานสอบสวน สภ.ภูเขียว เคยได้ยกเลิกหมายเรียกไปแล้ว 2 ราย โดยระบุว่ามีความผิดพลาดในการตรวจสอบภาพผู้ร่วมชุมนุม รวมในคดีเดียวมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาผิดพลาดถึง 3 ราย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ชุมนุมที่หน้า สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา วอยซ์ออนไลน์ รายงานข้อมูลไว้ว่า เนื่องจากกลุ่มราษฎรจัดค่าย 'ราษฎรออนทัวร์' ครั้งที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 29-31 ม.ค. ที่หมู่บ้านนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย โดยกิจกรรมนี้ได้เปิดรับสมัครกลุ่มนักเรียนมัธยมใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของจตุภัทร์ ไปรวมกิจกรรมด้วย

หลังจากมีการประชาสัมพันธ์เปิดรับสมัครพบว่ามีนักเรียนมัธยมประมาณ 30 คน แสดงความสนใจร่วมกิจกรรม แต่เมื่อถึงเวลาออกเดินทางไปยัง จ.เลย เหลือนักเรียนมัธยมเพียง 3 คนเท่านั้นที่ร่วมเดินทางไปค่ายดังกล่าว เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อ้างตัวว่ามาจากส่วนกลางเข้ากดดันนักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อสกัดไม่ให้มีเข้าร่วมกิจกรรม ทางกลุ่มราษฎรอีสานจึงมารวมตัวกันที่ สภ.ภูเขียว เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาขอโทษกรณีการคุกคามนักเรียนมัธยม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ออกมาขอโทษตามที่ได้สัญญาไว้ ทางกลุ่มราษฎรจึงจัดเวทีชุมนุมขนาดเล็กบริเวณด้านหน้า สภ.ภูเขียว พร้อมขึ้นป้ายผ้าว่า "ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์"

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มีคำสั่งย้ายราชการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 3 โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่สังกัดเดิม นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2564 ทันที คำสั่งดังกล่าว ลงชื่อโดย พล.ต.ท.ภานุรัตน์ หลักบุญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่ง ภายหลังได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงเหตุผลของการสั่งย้าย การกระทำของกลุ่มราษฎรที่เกิดขึ้นด้านหน้า สภ.ภูเขียวนั้น ถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการกางเต็นท์ จัดเวทีปราศรัย และติดป้ายที่มีข้อความที่ไม่เหมาะสมไม่บังควร ซึ่งว่าที่ พ.ต.อ.เพิ่มสุข ศิริพละ ผู้กำกับ สภ.ภูเขียว ไม่ดำเนินการอันเป็นการป้องกันหรือระงับยับยั้งการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แสดงถึงการปล่อยปละละเลยต่ออำนาจหน้าที่ จึงได้มีคำสั่งดังกล่าวออกมา อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ภานุรัตน์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ หลังจากที่โกนผมหมดทั้งหัว โดยระบุถึงสาเหตุที่ต้องโกนผมด้วยว่า เป็นการธำรงวินัยตนเอง เนื่องจากผู้ใต้บังคับบัญชาไร้ซึ่งระเบียบ พร้อมย้ำว่า ตำรวจต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเดินทางไป สภ.ภูเขียว ด้วยนเองเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับกลุ่มราษฎรทุกคนทุกข้อหาที่ปรากฏ

หมายเหตุ : 1.45 น. วันที่ 2 เม.ย.64 ประชาไทดำเนินการปรับแก้เนื้อหาบางส่วน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์