'เพื่อไทย' ดักคอ 'ประยุทธ์' จัดงบฯ ปี 66 ซื้ออาวุธไม่แผ่ว จี้เพิ่มงบ ศธ.

'เพื่อไทย' ดักคอ 'ประยุทธ์' จัดงบฯ ปี 66 ซื้ออาวุธไม่แผ่ว จี้เพิ่มงบ ศธ.เตรียมพร้อมเยาวชนสู่โลกอนาคต แนะ รมว.ดีอีเอส ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีให้ได้ค่อยวิจารณ์นโยบาย 5 ข้อของ 'แพทองธาร'

 

28 เม.ย.2565 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย รายงานต่อสื่อมวลชนว่า อรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในต้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยคาดว่าสำนักงบประมาณจะส่งร่างคำขอจัดทำงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 17 พ.ค. 2565 ซึ่งงบประมาณปี 2566 จะมีวงเงินรวม 3,185,000 ล้านบาท เพิ่มจากงบประมาณปี 2665 เกือบ 85,000 ล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าภายใต้การบริหารงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การจัดสรรงบฯ จะยังคงฉายหนังวนซ้ำ คือ จัดงบแบบไม่ได้มุ่งเน้นประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน เพราะอิงกับความเคยชินในการจัดทำงบประมาณในโครงการเดิมของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2566 ลดลงถึง 4,526 ล้านบาท หรือลดลง 1.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ในช่วงปี 2563-2566 จะมีการปรับลดงบฯ กลาโหม ลงในภาพรวม เพราะเกิดกระแสต่อต้านจากประชาชน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดแต่ละกองทัพกลับพบว่า กองทัพอากาศยังคงได้รับการอนุมัติงบฯ ซื้อเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่จำนวน 4 ลำ วงเงินกว่า 13,800 ล้านบาท โดยเป็นงบผูกพันงบประมาณปี 2566-2569 ยิ่งตอกย้ำว่า “อาวุธสำคัญมากกว่าอนาคตของเด็กไทย”

อรุณี กล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่ปี 2559 ถึงปี 2566 ถึงแม้กระทรวงศึกษาธิการจะถูกจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับ 1 แต่งบประมาณส่วนใหญ่เป็นรายจ่ายประจำของข้าราชการ ยิ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมงบประมาณกระทรวงศึกษาธิการ กลับถูกปรับลดลงทุกปีอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจตกต่ำ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง สินค้าขึ้นราคา ผู้ปกครองแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจากการเรียนออนไลน์แทบไม่ไหว และปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย แต่พลเอกประยุทธ์ กลับไม่เคยให้ความสำคัญกับการศึกษา อนาคตเด็กไทยไม่ได้รับเหลียวแล

“เมื่อไหร่พลเอกประยุทธ์จะเข้าใจ ว่าการสร้างชาติที่แข็งแกร่ง คือการสร้างอนาคตทางการศึกษา โลกในอนาคต มนุษย์จะต่อสู้กันด้วยปัญญาของมนุษย์ และเทคโนโลยี ถ้ายังบริหารประเทศแบบนี้ งบประมาณก็จะมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีด้านอาวุธก็เปลี่ยนแปลงรวดเร็วใช่หรือไม่ ลงทุนพัฒนาเด็กไทยดีกว่า เพราะประเทศไทยตกยุค และล้าสมัยมากพอแล้วกับนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา” อรุณี กล่าว

แนะ รมว.ดีอีเอส ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีให้ได้ค่อยวิจารณ์นโยบาย 5 ข้อของ 'แพทองธาร'

ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อ้างว่าการประกาศนโยบาย 5 ข้อของแพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตรกรรม พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่และเป็นเรื่องที่รัฐบาลทำอยู่แล้วว่า เท่าที่ได้ติดตามการทำงานของรัฐบาล ยังไม่เห็นนโยบายใดที่ชัดเจน สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีให้กับประเทศที่ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้แม้แต่ชิ้นเดียว

ชญาภา กล่าวอีกว่า เมื่อย้อนกลับไปดูนโยบายหาเสียงของพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ ต้องตั้งคำถามว่าได้ทำตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ และการไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ เรียกว่าเข้าข่ายหลอกลวงได้หรือไม่ เพราะหากนโยบายสำเร็จและเป็นรูปธรรมจริง ผลประโยชน์ย่อมตกอยู่กับพี่น้องประชาชนเป็นที่ประจักษ์ และถ้าหากการบ้าน 5 ข้อของแพทองธารที่นำเสนอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลทำมาโดยตลอด ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคงไม่ยากลำบากขนาดนี้ โดยเฉพาะการปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนเผชิญกับชะตากรรมความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากการเข้าไม่ถึงเครื่องมือเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต จนทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่องทุกปี

ทั้งนี้ในการนำเสนอนโยบาย 5 ข้อของแพทองธาร เป็นการแสดงวิสัยทัศน์และการสร้างความหวังให้กับประชาชน ที่เอือมระอาและหมดหวังกับรัฐบาลปัจจุบัน สะท้อนไปถึงผู้มีอำนาจในขณะนี้ว่าประเทศต้องการการเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนด้วยผู้นำที่มีความรู้ความเข้าใจ ก้าวทันโลกอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่จมปลักแบบนี้เกือบทศวรรษ พรรคเพื่อไทยเต็มไปด้วยผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มากประสบการณ์ และยังมีคนรุ่นใหม่หลากหลายสาขาอาชีพที่พร้อมทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว และในช่วงที่ผ่านมาพิสูจน์ว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทย พลังประชาชน และไทยรักไทย ที่มาจากรากเดียวกัน ได้ออกนโยบายที่พูดแล้วทำได้จริง จนสร้างความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนจนได้มาเป็นรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การประกาศนโยบายของแพทองธาร คิด พิจารณา ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนถึงผลงานของตนเองก่อนค่อยวิจารณ์ผู้อื่น

“นอกจากพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ริเริ่มนโยบายดีๆหลายนโยบายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแล้ว ยังเป็นต้นแบบให้กับหลายพรรคการเมืองนำไปทำตามด้วย หากนโยบายใดมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน พูดแล้วทำได้จริงและเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ไม่ใช่เพียงแค่ลมปาก พรรคเพื่อไทยก็พร้อมเปิดกว้างเสมอ” ชญาภา กล่าว

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์