รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติพม่าแถลงการณ์วิพากษ์ผู้แทนยูเอ็น "จับมือ" กับเผด็จการทหาร

รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาฝ่ายต้านรัฐประหารในพม่าออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา โต้ตอบแถลงการณ์ของผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติประจำพม่า โนลีน เฮย์เซอร์ โดยระบุว่าพวกเขาผิดหวังต่อแถลงการณ์ของยูเอ็น จากการที่ NUG มองว่าแถลงการณ์ดังกล่าวละเลยปัญหาความรุนแรงหลายอย่างที่มาจากเผด็จการทหารพม่า นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ปฏิสัมพันธ์กับ NUG มากขึ้นแทนที่จะไปถ่ายรูปจับมือกับเผด็จการทหาร

แถลงการณ์ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) พม่าลงวันที่ 19 ส.ค. 2565 ระบุว่าพวกเขามีความผิดหวังอย่างมากต่อแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2565 โดย โนลีน เฮย์เซอร์ ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติในประเด็นพม่า

ในแถลงการณ์ของผู้แทนยูเอ็นนั้นมีการระบุถึงการพบปะกับผู้นำคณะรัฐประหาร มินอ่องหล่าย ที่เฮย์เซอร์ต้องการเข้าพบถึงแม้ว่าจะมีคำเตือนจากหลายฝ่าย NUG มองว่าการที่ผู้แทนยูเอ็นพบปะกับผู้นำคณะรัฐประหารในพม่ากลายเป็นสิ่งที่ลบล้างความคืบหน้าก่อนหน้านี้ที่ยูเอ็นเคยทำไว้และลดความน่าเชื่อถือของผู้แทนพิเศษของยูเอ็นรวมถึงองค์กรยูเอ็นเองด้วย

NUG ระบุว่าในขณะที่พวกเขายอมรับในเรื่องผู้แทนพิเศษชี้แจงว่าการพบปะกับเผด็จการทหารนั้นไม่ได้หมายความว่าพวกเขายอมรับเผด็จการทหารกลุ่มนี้ แต่เป็นการพบปะเพื่อเรียกร้องให้มีการยุติความรุนแรง ให้เคารพในสิทธิมนุษยชน และให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้ นอกจากนี้ยูเอ็นยังเรียกร้องให้หยุดการทิ้งระเบิดและการเผาบ้านเรือนประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ NUG ชื่นชม

อย่างไรก็ตาม NUG ก็ระบุว่าการเรียกร้องเรื่องเหล่านี้ควรจะมีมีการทำให้เกิดผลลัพธ์ได้จริงด้วย เพราะแทบจะทันทีหลังจากที่ยูเอ็นเรียกร้องในเรื่องหยุดเผาบ้านเรือนประชาชน เผด็จการทหารก็ทำการเผาหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่มีบ้านเรือนรวม 600 หลังคาเรือน ในเขตมาเกว ของพม่า ทาง NUG เรียกร้องให้ผู้แทนพิเศษควรจะแสดงการยอมรับให้ NUG เป็นรัฐบาลที่มีความชอบธรรมอย่างแท้จริงในการเป็นตัวแทนของประชาชนชาวพม่า และความชอบธรรมนี้ไม่สามารถเอาไปมอบให้เผด็จการทหารที่ NUG เรียกว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ได้

"การอนุญาตให้ตัวเธอเองถ่ายรูปจับมือร่วมกับอาชญากรสงครามและคณะรัฐมนตรีของเขา เป็นเรื่องคาดเดาได้ว่าผู้แทนพิเศษผู้นี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อของเผด็จการทหาร" NUG ระบุในแถลงการณ์โดยสื่อถึงเฮย์เซอร์และมินอ่องหล่าย

ในแถลงการณ์ของผู้แทนยูเอ็นระบุว่า "ประชาชนพม่ามีสิทธิในการได้รับประชาธิปไตยและการกำหนดการปกครองด้วยตนเองโดยปราศจากความหวาดกลัวและความขาดแคลน" และระบุอีกว่าการพบปะกับผู้นำเผด็จการทหารพม่าเป็นหนึ่งในความพยายาม "ส่งเสริมหนทางทางการเมืองที่จะนำพม่าจะกลับไปสู่การปกครองโดยพลเรือนอย่างสันติและมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเจตจำนงและความต้องการของประชาชน"

NUG วิจารณ์ว่าถึงแม้ยูเอ็นจะมีคำแถลงที่ระบุถึงเรื่องเหล่านี้ แต่การพูดคุยระหว่างผู้แทนยูเอ็นกับเผด็จการทหารกลับได้รับมาแค่ข้อตกลงที่ว่า จะ "มีการเข้าร่วมเจรจากันอย่างตรงไปตรงมา" เทียบกันแล้ว ในช่วงมากกว่า 18 เดือนที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ ประชาชนชาวพม่าได้ใช้สิทธิในการกำหนดการปกครองด้วยตนเองตัวเองผ่านทางการปฏิวัติเรียกร้องประชาธิปไตยและเรียกร้องให้มีรัฐบาลพลเรือนถึงแม้ว่าพวกเผด็จการทหารจะโต้ตอบอย่างโหดเหี้ยมและทางยูเอ็นจะยิ่งเฉยก็ตาม

นอกจากนี้แถลงการณ์ NUG ยังวิจารณ์เรื่องที่ผู้แทนพิเศษระบุถึง ที่ปรึกษาแห่งรัฐ อองซานซูจี ว่าเป็น "ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ" และระบุว่าต้องการให้เธอ "สามารถกลับบ้านได้โดยเร็ววัน" จาก "สถานการณ์ของเธอในปัจจุบัน" เป็นการที่ผู้แทนยูเอ็นละเลยเรื่องที่ว่าอองซานซูจีกำลังถูกคุมขังแบบขังเดี่ยวในเรือนจำและถูกตัดสินเพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือนในฐานะนักโทษการเมือง การตัดสินนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับที่มีการประกาศเยือนของผู้แทนพิเศษยูเอ็น

อีกกรณีหนึ่งที่ NUG ยกมาอ้างถึงในแถลงการณ์คือกรณีที่เผด็จการทหารพม่าเพิ่งจะประหารชีวิตอย่างไร้ความชอบธรรมทางกฎหมายต่อนักกิจกรรมประชาธิปไตย 4 ราย ที่ถึงแม้ว่าผู้แทนยูเอ็นจะเรียกร้องให้ "เลื่อนการประหารชีวิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตออกไปชั่วคราว" แต่ก็ไม่ได้พูดถึงการที่ศาลทหารดำเนินการพิจารณาคดีลับๆ อย่างมิชอบด้วยกฎหมายจนนำมาซึ่งคำตัดสินจอมปลอมเหล่านี้ ยังไม่นับว่าการประหารชีวิตที่เกิดขึ้นนับเป็นการฆาตกรรมในสายตาของ NUG ด้วย

ผู้แทนของยูเอ็นยังอ้างอีกว่าจุดประสงค์ของการพบปะกับเผด็จการทหารในครั้งนี้ก็เพื่อหารือ "เป็นขั้นตอนแบบปฏิบัติได้จริง" กับเผด็จการทหารพม่า แต่ NUG ก็โต้แย้งว่าสิ่งที่จะปฏิบัติได้ผลจริงคือการที่สหประชาชาติต้องใช้ความพยายามทั้งหมดในการสนับสนุนการปฏิวัติของประชาชนและหยุดยั้งความรุนแรงจากฝ่ายเผด็จการทหาร หยุดยั้งการที่เผด็จการทหารอาศัยความช่วยเหลือจากต่างชาติเป็นเครื่องมือ หยุดการตัดสินลงโทษนักโทษการเมือง และหยุดยั้งไม่ปล่อยให้เผด็จการทหารลอยนวลไม่ต้องรับผิด ทาง NUG ต้องการให้ยูเอ็นมีปฏิบัติการเช่นนี้ ที่ไม่ใช่การกระทำในทำนองเอาใจเผด็จการทหาร

NUG ระบุในแถลงการณ์อีกว่า ถ้าหากผู้แทนยูเอ็นต้องการให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพวกเขากลับคืนมา ผู้แทนยูเอ็นก็ควรจะต้องเพิ่มความสัมพันธ์กับ NUG ให้แน่นแฟ้นชึ้นรวมถึงสานสัมพันธ์กับกลุ่มแนวร่วมองค์กรชาติพันธุ์ต่อต้านเผด็จการทหาร (Ethnic Resistance Organizations) และกับกลุ่มภาคประชาสังคมในพม่า รวมถึงมีการรับฟังอย่างจริงจังและเคารพในความต้องการของประชาชนชาวพม่า

 

เรียบเรียงจาก
เพจ Acting President Duwa Lashi La

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์