หลายกลุ่มออกแถลงการณ์ต่อกรณีความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 67

หลายกลุ่มออกแถลงการณ์ต่อกรณีความรุนแรงเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 67 - สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเรียกร้องกลุ่มปกป้องสถาบันหยุดใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างทางความคิด - แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประนามความรุนแรงโดยกลุ่ม ศปปส. ต่อนักกิจกรรมทางการเมือง - กลุ่มโมกหลวงริมน้ำเรียกร้องตำรวจเร่งดำเนินการตรวจสอบ จับกุมผู้ที่กระทำผิด - ส่วนกลุ่ม ศปปส. ก็ออกแถลงการณ์ด้วย ประนามการจัดการชุมนุมของทานตะวันและกลุ่มทะลุวัง ชี้เป็นการชุมนุมที่กระทบต่อสถาบันฯ

11 ก.พ. 2567 สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่กลุ่มปกป้องสถาบันฯ ได้ปีนข้ามรั้วเหล็กของศูนย์การค้าสยามพารากอน เข้ามาหากลุ่มนักกิจกรรมที่นำโดยทานตะวัน ตัวตุลานนท์ เพื่อใช้กำลังทำร้าย และก่อกวน จนทำให้ทานตะวัน ไม่สามารถทำกิจกรรมต่อไปได้ ภายหลังกลายเป็นเหตุการณ์กระทบกระทั่ง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมานั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (11 ก.พ.) หลายกลุ่มออกแถลงการณ์ต่อกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แถลงการณ์สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรร่วม ถึง ถึงกลุ่มปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์: หยุดใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างทางความคิด

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2567 ขณะที่นางสาวทานตะวัน ตัวตุลานนท์ กลุ่มทะลุวังได้จัดกิจกรรมทำโพลตั้งคำถามถึงขบวนเสด็จฯ ในคำถามว่า “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่?” และขณะกำลังชี้แจงสื่อมวลชนบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม เกี่ยวกับกรณีบีบแตรใส่ขบวนเสด็จฯ โดยกล่าวขอโทษที่ขับรถเร็วและไม่ระมัดระวังจนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนคนอื่นที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ขอน้อมรับผิดเอาไว้

โดยขณะที่ยืนแถลงนั้น ชายสวมเสื้อสีน้ำเงินของกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ได้เดินเข้ามาและเกิดปะทะกันกับกลุ่มของนางสาวทานตะวัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามากันทั้งสองฝ่ายออกจากกัน แต่ไม่เป็นผล เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องถึงพื้นที่เอกชน (ห้างสรรพสินค้า)

การกระทำของนางสาวทานตะวันเกี่ยวกับเหตุการณ์ขบวนเสด็จฯ นั้น กลุ่ม ศปปส. และกลุ่มปกป้องสถาบันควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมายในการพิจารณาว่าเป็นความผิดหรือไม่ ส่วนการทำโพลในวันเกิดเหตุ เป็นเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองที่อยู่ในขอบเขตที่สามารถทำได้ การที่กลุ่ม ศปปส. ใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายผู้เห็นต่างทางความคิด โดยบางคนสวมเสื้อ save 112 บางคนสวมเสื้อเหลืองอันเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความจงรักภักดี แต่กลับใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายผู้อื่น การใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างทางความคิดไม่อาจถูกยอมรับให้เป็นวิธีการที่ชอบธรรมในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อสายตาชาวโลกได้

อีกทั้งยังเป็นการทำให้สังคมตกอยู่ในความหวาดกลัวว่าอาจเกิดเหตุการณ์เข่นฆ่าผู้เห็นต่างซ้ำรอยประวัติศาสตร์ที่สังคมไทยเคยเผชิญ กลุ่ม ศปปส. ควรหยุดพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวและปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลหรือข้ออ้างในการทำร้ายบุคคลใด และผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่ม ศปปส. ควรใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาแทนการใช้ความรุนแรง

กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น กลุ่ม ศปปส. , กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน ฯลฯ เป็นกลุ่มที่มักใช้ความรุนแรงต่อผู้เห็นต่างทางความคิด เช่น นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธาน ศปปส. ถูกศาลพิพากษาว่าทำร้ายร่างกายนายสายน้ำ กลุ่มทะลุวัง นอกจากนี้นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ยังไลฟ์ถ่ายทอดสดขู่เอาชีวิตนักกิจกรรม เช่น หยก ก่อนหน้าเหตุการณ์นี้เมื่อเดือนตุลาคม 2566 กลุ่ม ศปปส. ได้ข่มขู่คุกคามโดยแสดงท่าทีว่าจะเข้าทำร้ายร่างกายกลุ่มนักกิจกรรมที่ปักหลักเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังที่หน้าศาลอาญา และอีกหลายกรณีที่กลุ่มปกป้องสถาบันกลุ่มต่างๆ มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามและใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้เห็นต่างทางความคิด หลังเกิดเหตุเมื่อวานนี้ มีการโพสต์ข้อความข่มขู่เอาชีวิตตะวันเพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู

ดังนั้น เพื่อไม่ให้กลุ่มปกป้องสถาบันใช้ความรุนแรงกับผู้เห็นต่างทางความคิดอย่างต่อเนื่องต่อไป เจ้าพนักงานตำรวจควรดำเนินคดีตามกฎหมายกับกลุ่มคนดังกล่าวทุกคน และติดตามสืบสวนผู้โพสต์ขู่เอาชีวิตตะวัน เพื่อยับยั้งการใช้ความรุนแรงที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของนักกิจกรรม และควรเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีพฤติการณ์ใช้ความรุนแรงอย่างใกล้ชิดเหมือนที่เฝ้าติดตามนักกิจกรรมทางการเมืองด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างปลอดภัยตามที่รัฐธรรมนูญฯ ให้การรับรองไว้ และหากฝ่ายใดทำผิดกฎหมายก็ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

แถลงการณ์แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เรื่อง ประนามความรุนแรงโดยกลุ่มศปปส. ต่อนักกิจกรรมทางการเมือง

เนื่องจากวันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2567) ขณะที่ตะวันและเพื่อน ๆ นักกิจกรรมทางการเมือง กำลังแถลงข่าวขอโทษกรณีขบวนเสด็จก่อนหน้านี้ ได้เกิดเหตุการณ์ที่กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว ผู้อ้างตนว่าเป็นกลุ่มคนปกป้องสถาบันฯ ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมืองที่ทำกิจกรรมบริเวณห้างสยามพารากอน โดยใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายและข่มขู่นักกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะอย่างโจ่งแจ้ง และพบว่าเหตุการณ์นี้ได้มีการตระเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้วโดยการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คชื่อ เต้ อาชีวะ บุรณพนธ์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ว่า “ข่าวแว่วๆ ว่าทะลุวังจะป่วนวันที่10กพ2567 ที่พารากอน ลานน้ำพุ 13.00น ฝากกระจายข้อความถึงหูน้องๆ ว่า”พี่เตรียมวัยรุ่น ผู้หญิง คนแก่ ให้น้องครบทุกวัย” เจอกันนะน้องสายน้ำ (คนนี้ผมขอ) ที่เหลือ ทีมงานรับไป จัดหนักจัดเต็มมาแบบไหนได้แบบนั้นตามสไตล์อาชีวะถ้าเจอปะทะก่อนค่อยคุย ขอเจ้าหน้าที่ไปปิดกั้นพวกเขาอย่าปิดกั้นเรา ครั้งนี้ไม่ใช่คำเตือนแต่เดี๋ยวแสดงให้ดู** พบกันพารากอน 13.00 น” 

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เห็นว่า การกระทำที่เกิดจากการเห็นต่างและนำไปสู่ความรุนแรงที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไร้มนุษยธรรม และเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่งต่อทิศทางในอนาคตของประเทศชาติ เนื่องจากคนกลุ่มนี้ได้มีการนัดหมายเพื่อมุ่งเป้าทำร้ายนักกิจกรรมในวันเดียวกันกับที่มีการนัดหมายจาก ‘ตะวัน’ เพื่อทำโพลสำรวจความคิดเห็นอย่างสงบ คนกลุ่มนี้มิได้มีเจตนาในการแลกเปลี่ยนความคิดความเข้าใจต่อประเด็นทางการเมืองที่ทุกฝ่ายควรแสดงออกถึงความคิดเห็นได้อย่างเสรี และได้ข้ามเส้นการพูดคุยเพื่อหาทางออกอย่างสันติไปสู่การพยายามกำจัดผู้เห็นต่างทางการเมืองด้วยการใช้กำลัง ซึ่งได้สร้างความวุ่นวายและความหวาดระแวงในสังคม 

และนี่เป็นการกระทำที่เป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของร่างกายและชีวิตของประชาชนที่สัญจรบริเวณนั้น รวมทั้งทำให้เกิดความเกรงกลัวและหวาดระแวงต่อประชาชนในสังคมโดยรวม สังคมมนุษย์ซึ่งมีอารยะย่อมไม่อาจยอมรับต่อการใช้ความรุนแรงระหว่างประชาชนด้วยกัน ไม่เพียงแต่จะทำให้สังคมอยู่กันอย่างหวาดระแวงแต่ยังทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองที่เคยมีอยู่บานปลายโดยไม่จำเป็น 

เราต่างปรารถนาสร้างสังคมแห่งประชาธิปไตย ที่ความคิดเห็นอันแตกต่างสามารถอยู่ร่วมกันและมีพื้นที่ถกเถียงได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เห็นว่า ผู้ที่อ้างตนว่าปกปักษ์รักษาสถาบันฯ กำลังทำให้ทางออกของความขัดแย้งทางการเมืองแคบลง และทำให้สถาบันกษัตริย์ถอยห่างจากประชาชนมากยิ่งขึ้นด้วยการเลือกใช้ความรุนแรงเป็นการแก้ ‘ปัญหา’

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ขอประนามกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงที่ขึ้นในวันนี้ รวมถึงผู้ที่เห็นชอบและสนับสนุนในเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว และขอประนามไปถึงผู้ที่ปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทย พวกเราขอยืนยันในหลักการว่าประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ ในสังคมนั้นจำเป็นต้องถูกถกเถียงอย่างมีเสรีภาพ ไม่ควรมีใครถูกทำร้ายร่างกายจากคนที่เห็นต่างเพียงเพราะต้องการพูดถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อนในสังคม

สุดท้ายนี้เราขอส่งสารไปยังชนชั้นนำผู้ถือครองอำนาจอย่างผูกขาดด้วยความหวังดี เราไม่ต้องการเห็นภาพเหตุการณ์ความขัดแย้งที่บานปลายไปจนถึงการที่ประชาชนเปิดฉากต่อสู้และเข่นฆ่ากันเอง เราขอให้ผู้มีอำนาจเปิดพื้นที่ เพื่อให้คนทุกฝั่งได้หันหน้ามาคุยกันอย่างตรงไปตรงมาและมีวุฒิภาวะ พวกเราเชื่อว่าการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาอย่างมีวุฒิภาวะและวางอคติต่อกันลงเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองนี้ได้ มิใช่การปล่อยให้สังคมดำเนินไปด้วยการปล่อยอันธพาลจำแลงกายเป็นศาลเตี้ยที่ผดุงไว้ซึ่งความอยุติธรรมเช่นนี้ ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ความปรารถนาเดียวที่เรามีคือการเห็นประเทศพัฒนาอย่างก้าวหน้า โดยมีเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่มในสังคมเป็นที่ตั้ง

กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ แถลงการณ์เรื่องการทำร้ายร่างกายนักกิจกรรมของแนวร่วมกลุ่มปกป้องสถาบัน

เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีคลิปจากนักกิจกรรมเรื่องการปิดถนนเหตุเพราะขบวนเสด็จ ในวันนั้นทางนักกิจกรรมได้มีการตั้งคำถามถึงการปิดถนนถึงขบวนเสด็จจากตำรวจที่ปิดกั้นพื้นที่บริเวณ อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนจากการปิดใช้ถนนสาธารณะ 
           
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ทางนักกิจกรรมจึงนัดกันเพื่อชี้แจงเรื่องขบวนเสด็จและนำภาพตอนทำโพล “คุณคิดว่าขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่ ?” ไปด้วย โดยเหตุการณ์เป็นไปด้วยความสันติ หากแต่ได้มีกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ได้เข้ามาในพื้นที่บริเวณดังกล่าว และทำร้ายร่างกายนักกิจกรรม ด่าทอต่าง ๆ ไม่มีการพูดคุยด้วยหลักเหตุและผลใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความรุนแรง และได้กระทำในพื้นที่สาธารณะ ที่มีประชาชนอยู่ในบริเวณบีทีเอสสยาม หน้าห้างพารากอน สยามสแควร์วันได้รับความเดือดร้อน และอาจทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ
          
การแสดงออกเป็นสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน เป็นสิ่งที่ทำได้ปกติ ซึ่งการทำกิจกรรมเป็นไปด้วยความสันติและความเรียบร้อย ไม่ได้ทำให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนแต่อย่างใด หากแต่มีกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ที่อ้างตัวว่ารักสถาบันเข้ามาทำร้ายร่างกาย กลุ่มนักกิจกรรม เป็นสถานการณ์รุนแรงถึงที่สุดเพียงเพราะความเห็นต่าง
           
ทางเราจึงขอประณามการกระทำของกลุ่มดังกล่าว ที่เข้ามาทำร้ายร่างกายนักกิจกรรม และสร้างสถานการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องกลับไปทบทวนและตั้งคำถามว่าวิธีการทำร้าย ร่างกายกลุ่มบุคคลอื่น สมควรที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ การแสดงความเห็นต่างในประเทศไทย จะปลอดภัยได้อย่างไรหากยังมีกลุ่มที่พร้อมจะสามารถทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้ตลอดเวลา
           
และขอให้สถานีตำรวจปทุมวัน ที่ทางกลุ่มนักกิจกรรมได้แจ้งความถึงกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ในกรณีทำร้ายร่างกาย เร่งดำเนินการตรวจสอบ จับกุมผู้ที่กระทำผิด ตามกระบวนการทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด หากปล่อยไว้นานโดยปล่อยให้เรื่องนี้เงียบเฉย ประชาชนจะสามารถไว้ใจตำรวจที่มีนโยบายว่า “ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน” ได้อย่างไร

ทางเราจึงคาดหวังว่าประเทศไทยจะยังหลงเหลือความยุติธรรมอยู่บ้าง หวังว่าตำรวจจะอยู่เคียงข้างประชาชนโดยไม่มีการแบ่งฝักฝ่าย มีความเป็นกลาง เพื่อสร้างความเป็นธรรมเกิดขึ้นให้กับประชาชนทุกฝ่าย

แถลงการณ์ของกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

จากกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สยามพารากอน เมื่อวันที่ 10 ก.พ 2567 ซึ่งปรากฏต่อหน้าสาธารณชน ถึงการปะทะกันของประชาชนสองฝ่าย นั่นก็คือฝ่ายปกป้องสถาบันนำโดยศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) แล้วฝ่ายล้มเจ้า นำโดยทานตะวันทะลุวัง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางศูนย์รถประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ขอประนามการจัดการชุมนุมของทานตะวันและกลุ่มทะลุวัง เนื่องจากเป็นการจัดการชุมนุมที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการจัดการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยทานตะวันและพวกไม่ได้จัดการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธ ดังจะเห็นได้จากคลิปเหตุการณ์จากสื่อต่างๆว่า การ์ดของทานตะวันใช้กระบองเหล็กหรือติ้วที่พกพามาด้วยเป็นอาวุธ ทำร้ายร่างกายทุบตีไปที่ศีรษะ, ใบหน้าและท่อนแขนของสมาชิกศปปส. หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อีกทั้งเหตุการณ์นี้ ยังทำให้ประธานศปปส. ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ทางศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) จึงขอประณามว่าเป็นการกระทำที่ถ่อยสถุนที่สุด และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้มงวดแล้วจัดการขั้นเด็ดขาดกับทานตะวันและกลุ่มทะลุวัง ที่ ถึงขนาดขับเหิมเกริมถึงขนาดขับรถยนต์ไล่จี้ขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพฯ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท