Skip to main content
sharethis

หลายฝ่ายวางแผนเปิดโรงเรียนขั้นพื้นฐานหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ปลดปล่อยของฝ่ายต่อต้านในรัฐกะเรนนีจะมีโรงเรียนเปิดใหม่ 400 แห่ง ขณะที่กองกำลังประชาชนก้าวหน้ากะเรนนี (PKPF) ระบุว่า มีโรงเรียน 23 แห่งในรัฐกะเรนนีถูกทำลายจากการสู้รบในช่วงหลังการรัฐประหาร

 

5 มิ.ย. 2567 มีรายงานว่ามีการวางแผนเปิดสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหลายแห่งในพม่า ที่มีการจัดการโดยองค์กรหลายองค์กรและมีการดำเนินการตามมาตรฐานต่างๆ หลายด้าน

โรงเรียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการของรัฐกะเรนนีทำการเปิดภาคเรียนเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ Khu Bu Reh กล่าวยืนยันว่ามีการเตรียมความพร้อมเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนที่อยู่ในสถานศึกษาในสังกัดของพวกเขาจะได้รับความปลอดภัย

"พวกเรากำลังวางแผนให้มีสถานที่หลบภัยจากการทิ้งระเบิดตั้งอยู่รอบโรงเรียน พวกเราเคยบอกสอนนักเรียนจากพื้นที่ชายแดนว่าจะให้มีการอพยพและหลบซ่อนตัวเวลาที่ได้ยินเสียงเครื่องบินรบ พวกเราวางแผนที่จะทำแบบเดียวกันกับโรงเรียนกะเรนนีอื่นๆ ในปีการศึกษานี้" Khu Bu Reh กล่าว

เมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลทหารพม่าอ้างว่า ในเมืองหลวงของรัฐกะเรนนีนั้นรัฐบาลของพวกเขาเป็นฝ่ายกลับมาบริหารราชการอีกครั้ง และพวกเขาวางแผนที่จะเปิดโรงเรียนแค่ในลอยก่อ แต่จนถึงตอนนี้มีโรงเรียนมัธยมอยู่เพียงแค่ 3 แห่งเท่านั้นที่เปิดเรียน จากโรงเรียนทั้งหมด 125 แห่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งของตารางเปิดภาคเรียน

จากสถิติของรัฐบาลทหารพม่ามีโรงเรียนขั้นพื้นฐานของรัฐบาลอยู่ 459 แห่งในรัฐกะเรนนีก่อนที่จะเกิดรัฐประหาร ในช่วงปีการศึกษา 2566-2567 กองทัพพม่าได้เปิดโรงเรียน 109 แห่งในรัฐกะเรนนี คิดเป็นร้อยละ 25 ของโรงเรียนที่เปิดในรัฐที่อยู่ภายใต้เขตพื้นที่ฝ่ายกองทัพพม่า เมื่อเทียบกับโรงเรียนที่เปิดซึ่งอยู่ในพื้นที่ของฝ่ายต่อต้านมีอยู่ร้อยละ 75 ในรัฐกะเรนนี

โรงเรียนในพื้นที่ๆ ได้รับการปลดปล่อยโดยกลุ่มต่อต้านนั้นกำลังเตรียมการที่จะจัดการเรียนการสอนในระบบทวิ-พหุภาษาศึกษา (MTB-MLE) โดยเน้นภาษาแม่ ซึ่งในปีนี้มีโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐานประมาณ 80 แห่งที่ดำเนินการภายใต้การกำกับของกระทรวงศึกษาธิการของรัฐกะเรนนีที่มีแผนการจะใช้ระบบการเรียนการสอนแบบนี้

ระบบ MTB-MLE ที่ว่านี้ มีความต้องการนำมาใช้ในโรงเรียนที่อยู่ในดีมอโซตะวันออก, ลอยก่อตะวันออก, พรูโซตะวันออก ในขณะที่โรงเรียนอื่นๆ จะใช้หลักสูตรอีกอย่างหนึ่ง

Khu Bu Reh อธิบายว่า "ในตอนนี้การเน้นหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐานแบบเดียวนั้นไม่สามารถกระทำได้ สิ่งที่พวกเราต้องการเน้นคือการทำให้แน่ใจว่าเด็กๆ ในทุกที่จะเข้าถึงการศึกษาได้"

ผู้อาศัยในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้อพยพย้ายถิ่นชั่วคราวในช่วงที่มีการสู้รบกันและได้ตั้งรกรากในลอยก่อนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เป็นกลุ่มประชากรที่ในตอนนี้ต้องการใช้ลูกตัวเองสมัครเข้าเรียนในโรงเรียน

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา กองกำลังประชาชนก้าวหน้ากะเรนนี (PKPF) ระบุว่า มีโรงเรียน 23 แห่งถูกทำลายจากการสู้รบในรัฐกะเรนนีในช่วงหลังการรัฐประหาร

 

 

เรียบเรียงจาก

400 Basic Education Schools Open in Resistance-Controlled Areas, BNI, 31-05-2024

https://www.bnionline.net/en/news/400-basic-education-schools-open-resistance-controlled-areas

 

 

หมายเหตุ : วันที่ 6 มิ.ย. 2567 เวลา 11.46 มีการปรับปรุงเนื้อหาข่าว 

 

สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net