จากกรณีที่มีการพบศพ บุญชู ประวะเสนัง แรงงานไทยที่ลักลอบทำงานในเกาหลีใต้เสียชีวิตใกล้ๆ กับฟาร์มหมูแห่งหนึ่ง ที่เมืองโพซอน จังหวัดคยองกี เมื่อปี 2566 แล้วต่อมา ตำรวจได้ดำเนินคดีกับเจ้าของฟาร์มหมูในข้อหาทิ้งศพ เพื่อพยายามปิดบังความผิดในการจ้างงานผิดกฎหมาย หลังจากที่พบว่าแรงงานคนดังกล่าวเสียชีวิตในฟาร์มหมู
วานนี้ (18 ก.ค.) สื่อโคเรียไทมส์ ระบุว่า ศาลอุทธรณ์ในเมืองอึยจองบู จังหวัดคยองกี ประเทศเกาหลีใต้ มีคำพิพากษาคดีทิ้งศพ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 18 เดือน รอลงอาญา 3 ปี เจ้าของฟาร์มหมูคนดังกล่าว
นอกจากนี้ ศาลอุทธรณ์ตัดสินจำคุก 6 เดือน รอลงอาญา 1 ปี ลูกชายของเจ้าของฟาร์มหมูซึ่งช่วยขนย้ายและจัดการศพ โดยพิพากษายืนตามคำตัดสินของศาลชั้นต้น
เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา คิม ดัล ซุง บาทหลวงคริสต์นิกายเมธอดิสท์ซึ่งสนับสนุนแรงงานข้ามชาติ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับโคเรียไทมส์ โดยวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลว่าคำพิพากษานี้ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับแรงงานข้ามชาติในเกาหลีใต้
"ผมกังวลว่าคำพิพากษาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะกลายเป็นการส่งสารถึงภาคธุรกิจทั้งหลายให้พวกเขาแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติมากไปกว่าเดิม" คิม ให้สัมภาษณ์กับโคเรียไทมส์ทางโทรศัพท์
สำหรับ บุญชู ประวะเสนัง เป็นคนจังหวัดขอนแก่นที่เดินทางไปเกาหลีใต้ตั้งแต่ปี 2556 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเพื่อลักลอบทำงานโดยไม่มีวีซ่าทำงานถูกกฎหมาย เขาทำงานที่ฟาร์มแห่งนี้มา 10 ปี และมีแผนที่จะกลับเมืองไทยในเดือนนั้นทว่าเสียชีวิตก่อน
โคเรียนไทมส์รายงานด้วยว่า บุญชูต้องรับผิดชอบดูแลหมูกว่า 1,000 ตัว ในจำนวนนั้นรวมถึงแม่หมูที่ตั้งท้องหลายสิบตัว ดูแลลูกหมูเกิดใหม่ รวมถึงทำความสะอาดเล้าหมูด้วยตนเอง บ่อยครั้งที่เขาต้องทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวัน โดยได้เงินเดือน 1.8 ล้านวอน หรือประมาณ 48,000 บาท
โคเรียไทมส์ระบุด้วยว่า สภาพความเป็นอยู่ของเขาย่ำแย่มาก ห้องนอนและห้องครัวอยู่ในบริเวณเดียวกันกับคอกหมูแบบแทบจะไม่ได้แยกออกจากกัน ห้องของเขาเล็กมากและอบอวลไปด้วยกลิ่นมูลหมู มีห้องน้ำอยู่ด้านนอกแต่ไม่มีฝักบัว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
