เปิดขั้นตอนเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งแรก 23 ก.ค.นี้ เชิญสมาชิกอาวุโสสูงสุด เป็นประธานการประชุมชั่วคราว

เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่าการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่หนึ่ง สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในวันอังคารที่ 23 ก.ค. 2567 นี้ มีวาระการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ซึ่งการดำเนินการจะเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 หมวด 1 ข้อ 5 - ข้อ 9 ซึ่งมีข้อบัญญัติให้ปฏิบัติ สำหรับข้อ 5 ในการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาครั้งแรก ให้เลขาธิการวุฒิสภาเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุด ซึ่งอยู่ในที่ประชุมวุฒิสภาเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา หากผู้เป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานวุฒิสภาหรือรองประธานวุฒิสภา ให้สมาชิกผู้มีอายุสูงสุดในลำดับถัดไป ซึ่งอยู่ในที่ประชุม เป็นประธานชั่วคราว ส่วนข้อ 6 บัญญัติว่าในการเลือกประธานวุฒิสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้ 1 ชื่อ และต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 10 คน ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมวุฒิสภา ภายในเวลาที่ที่ประชุมกำหนด หากมีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือก แต่หากมีการเสนอ 2 ชื่อหรือมากกว่า 2 ชื่อ ให้มีการลงคะแนนเป็นการลับ โดยให้สมาชิกเขียนชื่อผู้ที่ประสงค์จะเลือกลงบนแผ่นกระดาษใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ แล้วให้เรียกชื่อสมาชิกตามลำดับหมายเลขประจำตัวสมาชิกมาลงคะแนนเป็นรายคน โดยนำซองใส่ลงในภาชนะที่จัดไว้ และสำหรับการตรวจนับคะแนน ให้ประธานของที่ประชุมเชิญสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นกรรมการตรวจนับคะแนน กรณีมีการเสนอ 2 ชื่อ ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก หากได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน ให้เลือกใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่หากคะแนนเท่ากันอีก ให้ใช้วิธีจับสลาก
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกประธานวุฒิสภา หากมีการเสนอชื่อมากกว่า 2 ชื่อ ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดและมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมเป็นผู้ได้รับเลือก แต่หากผู้ได้คะแนนสูงสุดมีคะแนนไม่ถึงกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ให้ดำเนินการ ดังนี้ หากมีผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับแรก 1 คน และผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับที่สอง 1 คน ให้นำชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุด 2 ลำดับดังกล่าวมาให้สมาชิกลงคะแนน หรือหากมีผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับแรกเกินกว่า 1 คน ให้นำชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุดดังกล่าวมาให้สมาชิกลงคะแนน หรือหากมีผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับแรก 1 คนและมีผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับสองเกินกว่า 1 คน ให้นำชื่อผู้ได้คะแนนสูงสุดลำดับแรกและลำดับสองทุกคนมาให้สมาชิกลงคะแนน ทั้งนี้ ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก แต่หากคะแนนเท่ากันให้ใช้วิธีจับสลาก โดยให้ประธานของที่ประชุมประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกต่อที่ประชุมวุฒิสภา และสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำลายบัตรออกเสียงลงคะแนนนั้นด้วย
สำหรับการเลือกรองประธานวุฒิสภาได้รับการกำหนดอยู่ในข้อบังคับการประชุมฯ ข้อ 7 โดยให้นำความในข้อ 6 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่วุฒิสภามีมติให้มีรองประธานวุฒิสภา 2 คน ให้เลือกรองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ก่อน แล้วจึงเลือกรองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และเมื่อเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาได้แล้ว ข้อบังคับการประชุมฯ ข้อ 9 กำหนดให้เลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ทั้งนี้ เมื่อพระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาแล้ว ให้เลขาธิการวุฒิสภาส่งสำเนาประกาศพระบรมราชโองการไปยังสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ เพื่อทราบด้วย
ก่อนหน้านี้ นางสาวนภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยรายชื่อสมาชิกผู้มีอายุสูงสุด ลำดับที่ 1 คือ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี อายุ 78 ปี ลำดับที่ 2 นายแล ดิลกวิทยรัตน์ อายุ 77 ปี ลำดับที่ 3 นายบุญส่ง น้อยโสภณ อายุ 75 ปี โดยหากไม่พร้อมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมก็จะเป็นสมาชิกลำดับถัดไป
