'ณัฐชา' โวยถูกเจ้าหน้าที่สภาฯ สั่งเบรกห้ามถ่ายวิดีโอชิมเมนูปลาหมอสีคางดำทอด อ้างว่า ‘พิเชษฐ’ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 สั่ง เจ้าตัวหวั่นญัตติด่วนวันนี้เป็นหมัน ด้าน CPF ส่งเอกสาร 1 ฉบับชี้แจง กมธ.อุดมศึกษาฯ แจงรายละเอียดนำเข้า และการส่งตัวอย่างให้กรมประมง
25 ก.ค. 2567 เพจเฟซบุ๊ก The reporters และมติชน ออนไลน์ ถ่ายทอดสดวันนี้ (25 ก.ค.) ที่อาคารรัฐสภา ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุเทพฯ พรรคก้าวไกล และเป็นประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้า 'ปลาหมอสีคางดำ' ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนวันนี้ (25 ก.ค.) ระบุว่า ห้องประชุมอนุกรรมาธิการฯ มีการเชิญบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) แต่ได้รับเอกสารว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ อย่างไรก็ตาม CPF ได้มีการส่งเอกสารแนบชี้แจงในข้อซักถามของกรรมาธิการฯ 1 ฉบับ ซึ่งจะมีการสรุปรายละเอียดและนำมาเปรียบเทียบกับเอกสารของกรมประมง โดยณัฐชา ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อเทียบกับเอกสารของกรมประมง ยังมีหลายๆ ข้อที่ไม่ตรงกัน และเรื่องของเอกสารที่ไม่ชอบมาพากล
ณัฐชา กล่าวว่า เบื้องต้น ทางอนุ กมธ. มีเอกสารหลายฉบับที่กรมประมงส่งให้ CPF ตั้งแต่ปี 2549-2553 มีเอกสารตอบไป-กลับหลายฉบับ โดยวันนี้ CPF ส่งเอกสารแนบให้ 1 ฉบับ ซึ่งเป็นเอกสารที่มีชื่อของนิติกร 7 ตำแหน่งนิติกร 7 ขณะนั้นเป็นตำแหน่งนิติกรชำนาญการ ซึ่งชื่อนิติกรฯ ในขณนั้นคือ บัญชา สุขแก้ว (ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมประมง)
ความเห็นส่วนตัวของณัฐชา มองว่า CPF อาจจะต้องการสื่อสารว่าข้อมูลทั้งหมดตัวของอธิบดีกรมประมงคนปัจจุบันน่าจะทราบอยู่พอสมควรอยู่แล้ว และเป็นการส่งหนังสือกลายๆ ว่าหนังสือ 1 ฉบับมีความหมายสำคัญยิ่ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องติดตามต่อ
ณัฐชา กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการเชิญอัยการสูงสุด สำนักกฤษฎีกา ผู้อำนวยการมูลนิธิ 'ไบโอไทย (Biothai)' ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และมาหาข้อสรุปในข้อกฎหมาย และมีการทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องของการสอบถามบริษัทที่ขายพันธุ์สัตว์น้ำชนิดนี้ให้กับบริษัท CPF
จนท.รัฐสภาอ้าง 'พิเชษฐ' ห้ามถ่ายวิดีโอตอนชิมเมนู 'ปลาสีคางดำทอด'
สืบเนื่องจากวันนี้ (25 ก.ค.) ณัฐชา ได้นำอาหารเมนู ‘ปลาหมอสีคางดำทอด’ มาแจกจ่ายให้เพื่อน สส.ได้ทานในห้องอาหารรัฐสภา และมีการถ่ายวิดีโอเพื่อสอบถามรสชาติอาหารเมนูดังกล่าว แต่ปรากฏว่าเกิดเหตุวุ่นวาย เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาห้ามไม่ให้มีการถ่ายวิดีโอ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งจากรองประธานสภาฯ คนที่ 2 พิเชษฐ เชื้อเมืองพาน
ห้องอาหารสภา เดือดมาก!!!!
.@Nattacha_mfp นำเมนู #ปลาหมอสีคางดำ มาให้ สส.ชิม ในห้องอาหารของ สส. ที่อาคารรัฐสภา
.
แหล่งข่าว บอกว่า รองประธานคนที่ 2 มีคำสั่งให้ตำรวจสภามาล้อมห้ามไม่ให้ “พรีเซนต์” เมนูนี้! จึงทำให้เกิดการโต้เถียงขึ้นกลางห้องอาหาร
.
โดยหลังจากนี้ สส.ณัฐชา… pic.twitter.com/fSEMgXC5Jc— Thot Limsodsai (@jaabthot) July 25, 2024
ภาพฟุตเทจวิดีโอจากผู้สื่อข่าว ทศ ลิ้มสดใส
ณัฐชา กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เขามีความตั้งใจว่าวันนี้มีญัตติด่วน เลยทอดปลาหมอสีคางดำ น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม พร้อมน้ำจิ้ม อยากให้ สส.คนอื่นๆ ได้ชิม แต่ระหว่างชิมเราอยากให้ถ่ายบรรยากาศว่า สส.รู้สึกว่ารสชาติเมนูนี้เป็นอย่างไร เพื่อจะได้นำกลับไปสื่อสารปัญหาในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดปลาหมอสีคางดำ
ณัฐชา กล่าวว่า แต่ในระหว่างชิมอาหารอยู่กลับมีปัญหาอย่างมาก เพราะพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาบอกว่า ให้เพื่อน สส.ทานได้ แต่ไม่ให้บันทึกภาพ และสั่งห้ามไม่ให้ผู้ช่วย สส.เข้ามาในห้องอาหาร
"ไม่เข้าใจว่า ปลาหมอสีคางดำจะทำให้สภาฯ มันล่มสลายหรืออย่างไร ทำไมห้องอาหารถึงถ่ายวิดีโอไม่ได้" ณัฐชา ตั้งคำถาม
สส.พรรคก้าวไกล แสดงความกังวลด้วยว่า ญัตติด่วนวันนี้อาจมีปัญหา เพราะว่าแม้กระทั่งถ่ายคลิปชิมปลาหมอสีคางดำทอดยังทำไม่ได้
"ปลาหมอคางดำมันเข้ามาสภาฯ มันเริ่มจะมีความไม่ชอบมาพากลแล้ว ทำไมมันยากเหลือเกิน การตั้งอนุกรรมาธิการในการศึกษาเรื่องนี้ทำไปเรียกว่าข้อติดขัดหลายๆ อย่าง วันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้ตั้งญัตติด่วนหรือไม่ แม้กระทั่งว่าปลาหมอทอดยังเอามาให้ สส.ชิมไม่ได้ ผมกังวลเหลือเกินว่าญัตติด่วนจะเป็นหมันหรือไม่ ก็ฝากติดตามในไม่กี่ชั่วโมง
"แต่ถ้าตั้งไม่ได้ ตายเป็นตายให้รู้ไปเลยว่าจะส่งต่อระบบนิเวศให้คนรุ่นลูกรุ่นหลัง
"วันนี้ผมขอมอบปลาหมอคางดำจำนวน 20 กม.นี้ให้เพื่อนนักข่าวสื่อมวลชนได้ชิม ให้อิ่มหนำสำราญและวิพากษ์วิจารณ์กันได้เลยเต็มที่ เพราะสภาฯ แห่งนี้ไม่มีพื้นที่พอที่จะกลับไปบอกคนในพื้นที่ได้" ณัฐชา กล่าว
เปิดเอกสาร CPF ชี้แจง กมธ.อุดมศึกษา ยืนยันส่งตัวอย่างให้กรมประมงแล้ว มีการทำลายซากปลาตามคำแนะนำ
ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 13.19 น. สื่อ The reporters เปิดหนังสือเอกสารชี้แจงคณะกรรมาธิการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ของเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เรื่องการนำเข้าปลาสีคางดำจากประเทศกานา จำนวน 2,000 ตัว โดยเอกสารชี้แจงตั้งแต่ขั้นตอนการนำเข้าจนถึงขั้นตอนการทำลายซากปลา ตามคำแนะนำของกรมประมง
สื่อ The reporters ระบุว่า เปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญบริษัทเข้าร่วมการประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหารวมถึง ผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำเพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย นั้น บริษัทได้ชี้แจงว่า ซีพีเอฟ ได้นำเข้าลูกปลาหมอคางดำ ในชื่อสามัญ “Blackchin tilapia” และชื่อวิทยาศาสตร์ “Sarotherodon melanotheron” ขนาด 1 กรัม จำนวน 2,000 ตัว จากประเทศกานา เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2553 ใช้เวลาเดินทาง 35 ชั่วโมง เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดกล่องโฟมบรรจุลูกปลาพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ที่ประจำ ณ ด่านกักกัน พบว่ามีลูกปลาตายจำนวนมาก และเมื่อรับลูกปลามาถึงฟาร์ม ได้ตรวจคัดแยกพบว่ามีลูกปลามีชีวิตเหลืออยู่เพียง 600 ตัว ในสภาพที่ไม่แข็งแรง จึงได้นำลูกปลาที่ยังมีชีวิตลงในบ่อเลี้ยงซีเมนต์ เนื่องจากปลามีสุขภาพไม่แข็งแรง ลูกปลาทยอยตายต่อเนื่องทุกวัน
เนื่องจากสภาพลูกปลาที่เหลือไม่แข็งแรงและจำนวนไม่เพียงพอต่อการวิจัย จึงโทรปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมประมง (นักวิชาการประมง 4 ตำแหน่งในขณะนั้น) กลุ่มความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบที่มีชื่อระบุอยู่ในหนังสืออนุมัตินำเข้า โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้เก็บตัวอย่างใส่ ขวดโหลแช่ฟอร์มาลีน และให้นำมาส่งที่กรมประมง ดังนั้น ในสัปดาห์ที่ 2 ของการรับปลาเข้ามา จึงเก็บตัวอย่างจำนวน 50 ตัว ดองฟอร์มาลีนเข้มข้นเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมา เมื่อ 6 ม.ค. 2554 (สัปดาห์ที่ 3) เนื่องจากมีปลาทยอยตายเหลือเพียง 50 ตัว บริษัทจึงตัดสินใจไม่เริ่มดำเนินโครงการและยุติการวิจัยทั้งหมด และได้ทำลายลูกปลาทั้งหมดโดยใช้คลอรีนใส่ลงน้ำในบ่อเลี้ยงซีเมนต์ เพื่อฆ่าเชื้อและทำลายลูกปลาที่เหลือ หลังจากนั้นได้เก็บลูกปลาทั้งหมดแช่ฟอร์มาลีนเข้มข้น 24 ชั่วโมง แล้วนำมาฝังกลบพร้อมโรยปูนขาวในวันที่ 7 ม.ค. 2554 รวมระยะเวลาที่ลูกปลาชุดนี้มีชีวิตอยู่ในประเทศไทยเพียง 16 วันเท่านั้น และบริษัทได้แจ้งต่อกรมประมงถึงการตายของลูกปลา รวมถึงได้ทำลายซากลูกปลาตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กรมประมงท่านดังกล่าว และส่งตัวอย่างลูกปลาดองทั้งตัวในฟอร์มาลีนทั้งหมด 50 ตัว จำนวน 2 ขวด ขวดละ 25 ตัว ให้กับศิริวรรณ ที่กรมประมง โดยในวันที่ 6 ม.ค. 2554 ได้เดินทางมาที่กรมประมง และได้โทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ท่านเดิม เรื่องการส่งมอบตัวอย่างลูกปลาดองทั้ง 2 ขวด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งลงมารับตัวอย่างแทน ที่ชั้น 1 อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอให้ตัวแทนบริษัทกรอกแบบฟอร์มใดๆ ทำให้เข้าใจว่าการส่งมอบสมบูรณ์แล้ว
เอกสารชี้แจง ระบุต่อว่า ถัดมาอีก 7 ปี ในปี 2560 มีข้อมูลจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า มีการพบปลาหมอคางดำระบาดในพื้นที่สมุทรสงคราม กรมประมงจึงได้เข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ในวันที่ 1 ส.ค. 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่จากกรมประมงตรวจสอบไม่พบปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยง จึงได้ขอสุ่มในบ่อพักน้ำที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำธรรมชาติแทน ซึ่งบ่อพักน้ำ R2 ของฟาร์มไม่ได้เป็นส่วนของบ่อเลี้ยง แต่เป็นส่วนที่เชื่อมกับแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อรอการกรองและฆ่าเชื้อทำความสะอาดก่อนนำน้ำเข้ามาใช้ในฟาร์ม
“บ่อพักน้ำเป็นส่วนที่เชื่อมกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติย่อมมีอยู่ในบ่อพักน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำเดียวกัน และยังไม่เข้าสู่ระบบการเลี้ยง ดังนั้น การสุ่มในบ่อพักน้ำจึงไม่แปลกที่ปลาจะเป็นชนิดเดียวกันกับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ การนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นปลาชนิดเดียวกันหรือไม่ จึงเป็นการตั้งสมมติฐานที่ทราบคำตอบตั้งแต่ต้นว่าเป็นปลาชนิดเดียวกัน เพราะมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเดียวกัน” เอกสารชี้แจงระบุ
เอกสารที่ชี้แจงกล่าวย้ำว่า บริษัทไม่มีการวิจัยหรือเลี้ยงปลาหมอคางดำอีกเลย นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 ถึงแม้ว่าบริษัทมั่นใจว่าไม่ได้เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงได้นำศักยภาพองค์กรขับเคลื่อน 5 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย
1. ร่วมกับกรมประมงรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีการระบาด จำนวน 2,000,000 กิโลกรัม ในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม 2. สนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำ 200,000 ตัวตามแนวทางของกรมประมง 3. สนับสนุนกิจกรรมจับปลา โดยสนับสนุนอุปกรณ์จับปลาและกำลังคนในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหา
ข้อที่ 4. ร่วมกับสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ และ 5. ร่วมทำวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในการหาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว
