ผบ.ตร.แจงติดตามจับผู้ต้องหาคดีตากใบเต็มที่ให้ทันอายุความประสานกองต่างประเทศให้ออกหมายแดงแล้ว ส่วน “ทวี” หวังให้เกิดปาฏิหาริย์หลัง กมธ.ดันคดีตั้งแต่ต้นปี 67 ได้ช่วยจนออกหมายจับแล้ว “ภูมิธรรม” ให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาเรื่องอายุความ
22 ต.ค.2567 สำนักข่าวหลายแห่งรายงานถึงประเด็นเรื่องคดีตากใบที่กำลังจะหมดอายุความในอีก 3 วันข้างหน้า แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมจำเลยที่ขณะนี้มีทั้งหมด 14 คน ทั้งในส่วนของคดีที่ประชาชนผู้เสียหายจากเหตุการณ์สลายชุมนุมเมื่อ 25 ต.ค.2547 ฟ้องต่อศาลจังหวัดนราธิวาสเองและคดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลเดียวกัน
สำนักข่าวไทยและมติชนออนไลน์รายงานคำแถลงของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่าหลังจากมีประชาชนไปฟ้องต่อศาลให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและอัยการส่งฟ้องต่อศาลจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน ตนได้สอบถามตำรวจภูธรภาค 9 และสั่งการให้เร่งรัดสืบสวนติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับในอายุความ และกำชับกองบัญชาการและภูธรจังหวัดติดตามผู้ต้องหาที่มีภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่แล้ว รวมถึงนำหมายจับเข้าระบบ Crime และประสานกับกองการต่างประเทศเพื่อให้ออกหมายแดงด้วย
ผบ.ตร.ระบุด้วยว่าได้สั่งการให้ติดตามจับกุมรวมแล้ว 29 ครั้งในการเข้าตรวจค้น และสั่งให้เฝ้าจุดอย่างต่อเนื่องเพื่อระมัดระวังการหลบหนีออกนอกประเทศกว่า 180 ครั้ง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้ดำเนินการเต็มที่และจับกุมให้ได้ภายในอายุความ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวถึงเรื่องที่มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาบางคนหลบหนีออกนอกประเทศก่อนจะมีการออกหมายจับนั้น ยังไม่มีข้อมูลว่าหลบหนีไปต่างประเทศแล้วและยังเฝ้าติดตามอยู่ทุกวิถีทาง และมีความตั้งใจที่จะเอาตัวมาให้ได้ทันอายุความ
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าหลังจากสัปดาห์ก่อนแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีการกล่าวถึงว่าได้ประสานกับตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลแล้วเพื่อให้ออกหมายแดงและตามคำชี้แจงของ ผบ.ตร.วันนี้ที่กล่าวเช่นกันว่าได้ประสานเรื่องออกหมายแดงแล้วด้วยเช่นกัน แต่เมื่อไปตรวจสอบหน้าหมายแดงบนเว็บไซต์ของอินเตอร์โพล ยังไม่ปรากฏว่ามีรายชื่อผู้ต้องหาคดีตากใบในระบบแต่อย่างใด
“ทวี” พยายามช่วยเต็มที่หลัง กมธ.ดันตั้งแต่ต้นปีจนออกหมายจับได้
ทางด้านกระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรี ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยว่าฝ่ายราชการยังพยายามติดตามเรื่องนี้และหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้ และจากการพูดคุยกันระหว่างหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวานนี้ก็ได้นำเรื่องนี้มาพูดคุย ทางกระทรวงยุติธรรมได้ให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหลายคนเข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลแก่ตำรวจ
รมว.ยุติธรรมกล่าวด้วยว่าเรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้อคติต่อใครถือเป็นบทเรียนของสังคมไทย ความล่าช้าของสำนวนพบว่าหลังจากอัยการสั่งงดสอบสวนเมื่อปี 2562 แล้ว ช่วงต้นปี 67 กรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรได้ผลักดันเรื่องนี้อีกครั้งแต่เห็นว่ามีเรื่องของอายุความล็อกอยู่ก็พยายามช่วยเหลืออย่างถึงที่สุดจนนำไปสู่การออกหมายจับ
ทวีกล่าวด้วยว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีแรกที่ไม่สามารถจับกุมได้เนื่องจากมีการหลบหนีออกนอกประเทศทำให้หาตัวยากแล้วก็เหลือเวลาอีกแค่ 3 วัน จึงขอให้กำลังใจกับทุกฝ่าย ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปต้องยอมรับผลกระทบจากกระแสสังคมที่จะติดตัวไปตลอดด้วย
“ภูมิธรรม” แจงให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาเรื่องขยายอายุความ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ
ทางด้านภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตอบคำถามนักข่าวถึงเรื่องที่มีนักวิชาการเสนอให้รัฐบาลออก พ.ร.ก. แก้ไขอายุความคดีตากใบ เพื่อขยายอายุความคดีนี้ออกไปว่าให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาดูและว่ากันตามกฎหมาย แต่รัฐบาลได้ให้มีการค้นบ้าน สอบสวนและกำชับเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ ไม่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและเป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมกับศาลเป็นผู้ตัดสิน
รมว.กลาโหม ตอบประเด็นถ้าคดีหมดอายุความไปจะเป็นเงื่อนไขความรุนแรงในพื้นที่หรือไม่ด้วยว่า เขามองว่าเงื่อนไขในภาคใต้มีอยู่ตลอดและเป็นเรื่องความมั่นคงขงอรัฐไทยและของรัฐบาลจึงต้องระมัดระวัง รัฐบาลทำหน้าที่เต็มที่ แต่อย่าเอาเรื่องนี้มาเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สร้างปัญหาและกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐไทย
ภูมิธรรมกล่าวด้วยว่า รัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตทำมาตลอด เรื่องนี้รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้ง เคยมีคดีขึ้นศาลมาแล้ว 4 คดีบางคดีมีประชาชนถูกกล่าวหา ก็เคยมีนายกรัฐมนตรีสมัยหนึ่งประกาศยกเลิกคดีหวังให้เกิดความสามัคคี แต่ความรุนแรงไม่ลด เคยมีกระบวนการตั้งคณะกรรมการค้นหาข้อเท็จจริง มีการนำขึ้นศาลและมีการเยียวยารัฐบาลใช้เงินไป 600 กว่าล้านบาท ผู้เสียชีวิตบางได้เงินเยียวยาไป 7 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมองว่ารัฐบาลนิ่งนอนใจ
