29 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (29 ต.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 6.00 น. สมาพันธ์เจ้าหน้าที่ธุรการโรงเรียนแห่งประเทศไทย นัดรวมตัวหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เพื่อยื่นหนังสือถึงเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานจากการจ้างเหมาบริการ เป็นการจ้างงานลูกจ้างชั่วคราว พร้อมเงินสมทบประกันสังคม พร้อมนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในสัปดาห์หน้า (4-8 พ.ย.) เพื่อเบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง หรืองบประมาณส่วนอื่นๆ เพื่อนำมาดูแลลูกจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) 7 หมื่นตำแหน่ง
บรรยากาศการชุมนุม (หมายเหตุ ผู้อ่านสามารถคลิกลูกศร ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพ)
สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แจ้งเรื่องการจัดสรรอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยปรับเปลี่ยนวิธีการ้างงานเป็นการจ้างเหมาบริการ และตัดเงินสมทบประกันสังคมรายเดิม ซึ่งส่งผลให้ลูกจ้างกลุ่มนี้ว่า 70,000 คนทั่วประเทศ ได้รับผลกระทบถึงสิทธิประโยชน์พึงได้ของกลุ่มลูกจ้างผู้ประกันตน อาทิ การรักษาพยาบาล การคลอดบุตร การรับเงินสงเคราะห์บุตร การลาต่างๆ และการรับเงินบำเหน็จบำนาญ ซึ่งเป็นสวัสดิการเดียวที่ลูกจ้างกลุ่มนี้มี เพื่อใช้จ่ายในครอบครัว ในวัยเกษียณอายุราชการ และยามเจ็บป่วย หากแต่โดนตัดสิทธิเหล่านี้ ทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ลูกจ้าง ผู้ปฏิบัติงานให้ราชการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ทางสมาพันธ์ฯ มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานจากจ้างเหมาบริการ เป็น "ลูกจ้างชั่วคราว" พร้อมเงินสมทบประกันสังคมทุกตำแหน่ง
2.ต่อมา ขอปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนตามนโยบายรัฐบาลที่ปรับฐานเงินเดือน ตามคุณวุฒิปริญญาตรี ปีที่ 1 (เมื่อ 1 พ.ค. 2567) จำนวน 16,500 บาท ปีที่ 2 (1 พ.ค. 2568) 18,150 บาท ตามคุณวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ปีที่ 1 (1 พ.ค. 2567) จำนวนเงิน 10,340 บาท ปีที่ 2 (1 พ.ค. 2568) จำนวน 11,380 บาท
3.สุดท้าย เรียกร้องให้มีการปรับตำแหน่ง "ความมั่นคง" ในอาชีพของลูกจ้าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหมดทุกตำแหน่ง
เว็บไซต์มติชน ออนไลน์ รายงานว่า เมื่อ 11.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มเคลื่อนย้ายจาก ศธ.ไปยังทำเนียบรัฐบาล หลังเพิ่มพูน ชิดชอบไม่ได้เดินทางมาพบที่ ศธ. และไม่รับปากว่าจะนำข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ฯ เข้าที่ประชุม ครม.
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เชิญตัวแทนสมาพันธ์ฯ จำนวน 9 คน นำโดยวรวิทย์ อัคราภิชาต แกนนำสมาพันธ์ฯ เดินทางเข้าไปหารือกับผู้แทนนายกรัฐมนตรีภายในทำเนียบรัฐบาล ในเวลาเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้มาปักหลักบริเวณทางเข้าทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งมีตัวแทนขึ้นปราศรัยแสดงความไม่พอใจต่อภาครัฐ
ยุติชุมนุม
เมื่อเวลาประมาณ 15.03 น. เว็บไซต์ มติชน ออนไลน์ รายงานวันนี้ (29 ต.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ตัวแทนผู้ชุมนุมทั้ง 9 คน นำโดย วรวิทย์ อัคราภิชาต แกนนำสมาพันธ์ฯ เดินทางออกมาจากทำเนียบรัฐบาลหลังได้ร่วมหารือกับ สมพาศ ในฐานะผู้แทนนายกฯ โดยผู้ชุมนุมมอบหนังสือข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อให้กับสมพาศ ก่อนประกาศยุติการชุมนุม เนื่องจากบรรลุเป้าหมายในการชุมนุมแล้ว
วรวิทย์ กล่าวว่า การชุมนุมในวันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เนื่องจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มารับทราบปัญหาของกลุ่มลูกจ้าง สพฐ. ไม่ว่าจะเป็น ศธ. สพฐ. ตลอดจนแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากการประสานงานของผู้แทนนายกฯ ซึ่งในการหารือทุกฝ่ายต่างรับฟังและให้ความสำคัญกับปัญหาของประชาชนที่มาร่วมชุมนุมในวันนี้ โดยในการหารือได้มีการนำปัญหาที่เกิดขึ้นแจ้งให้แพทองธาร ได้รับทราบข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อในเบื้องต้น และหนังสือที่ได้มอบให้ผู้แทนนายกฯ จะส่งมอบไปถึงแพทองธาร ไม่เกินเวลา 10.00 น. ของวันที่ 30 ต.ค. โดยจะมีการเร่งประสานงานไปยัง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและเยียวยาลูกจ้าง สพฐ.ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
"นอกจากการหารือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว สมพาศ ยังเล็งเห็นถึงปัญหาความมั่นคงในอาชีพของลูกจ้าง สพฐ. จึงจะมีการนำอีกหนึ่งเรื่องสำคัญนำเรียนไปยังนายกฯ คือการวางแผนความมั่นคงในอาชีพของลูกจ้าง สพฐ. โดยจะมีการประสานงานไปยัง ศธ.ให้ดำเนินการตรวจสอบทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของอัตรากำลังว่ามีอัตรากำลังใดบ้างที่สามารถให้ลูกจ้าง สพฐ.สอบเข้ารับตำแหน่งได้อย่างไม่ผิดกฏหมายเป็นกรณีพิเศษ โดยแข่งขันกันในกลุ่มลูกจ้าง สพฐ.เพียงเท่านั้น แต่อาจมีเกณฑ์ระยะเวลาในการทำงานเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยตำแหน่งต่ำสุดอาจเป็นพนักงานราชการ และตำแหน่งสูงสุดคือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)" วรวิทย์ กล่าว

