Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

11 ต.ค. 2567 ที่ SCC Creative Space ประชาไทจัดงานเสวนาในหัวข้อ “เดินหน้าแล้วถอยหลัง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เสวนา ‘ประเทศไทยในรอบ 20 ปี’ โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปี ก่อตั้งสำนักข่าวประชาไท ผู้เข้าร่วมเสวนาดังนี้ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, สุภาภรณ์ มาลัยลอย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) และ รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เริ่มต้นด้วยการเล่าปัญหาที่เป็นรูปธรรมที่สุดของท้องถิ่น จากที่อํานาจและงบประมาณกระจุกอยู่ส่วนกลาง โดยยกกรณีการสร้างโรงประปาในเทศบาลหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ ทางเทศบาลต้องการสร้างโรงประปาใหม่ข้างๆ โรงเดิม บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ป่า แต่ในสภาพความเป็นจริงไม่เหลือป่าแล้ว เป็นเพียงพื้นที่ว่างๆ ที่ไม่ใหญ่และเป็นพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งกระบวนการในการขอใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างโรงประปาจะต้องขออนุมัติถึง 17 ลายเซ็น เพียงเพื่อจะตั้งโครงการให้ทันในปีงบประมาณ

"เรามักจะเห็น สส.เอาปัญหาในท้องถิ่นมาพูด ซึ่งก็มักเป็นการขออำนาจและงบจากกรุงเทพฯ ผู้ว่าฯ คงไม่สามารถรับรู้ปัญหาของประชาชนในระดับตำบลได้ ทั้งเรื่องน้ำประปา สะพานหัก หรือการจัดการขยะ เพราะฉะนั้นการให้ผู้ว่าฯ ต้องเป็นคนเลือกปัญหาในท้องถิ่นไปของบจากส่วนกลางมาแก้มันจึงไม่ตอบโจทย์"

ธนาธร กล่าวว่า ตนเห็นตรงกับสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในเรื่องการแก้กฎหมายชั้นรองที่เป็นอุปสรรค กฎหมายที่ไม่ใช่มติครม.และไม่ใช่ พ.ร.บ. สามารถยกเลิกได้ในระดับกระทรวงได้เลย สิ่งที่ควรยกเลิกไปได้แก่ ระเบียบกระทรวงที่เขียนไว้ว่า นายก อบต. จะเดินทางไปสัมมนาที่กรุงเทพฯ ต้องขออนุญาตผู้ว่าฯ ก่อน หรือ การให้ผู้ว่าฯ มาเปิดประชุมสภาท้องถิ่น และยังมีระเบียบอีกหลายฉบับที่จะทำให้การทำงานของท้องถิ่นคล่องตัวขึ้น

ต่อข้อเสนอกระจายงบประมาณตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ ที่ถูกแก้ไขหลังรัฐประหาร 2549 ซึ่งกระทบกับเป้าหมายการถ่ายโอนส่วนราชการและงบประมาณ ธนาธรกล่าวว่า "การกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณ เป็นข้อเสนอที่แรงเกินไปเร็วเกินไป ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้ใส่งบประมาณล่าสุดของปี 2566 มาให้ดู เราพูดถึงมาตรฐานระดับ 40% ขึ้นไป ที่ท้องถิ่นมีงบประมาณจัดการตัวเองได้ กำหนดอนาคตตัวเองได้ 10 ปี เพิ่มขึ้น 2.5% เป็น 30% ดังนั้นจาก 30% เป็น 40% ต้องใช้ระยะเวลาเพิ่มอีก 40 ปี จากพ.ศ. 2566 เป็น พ.ศ. 2606 ถึงจะได้งบประมาณงบเพียงพอ คำถามคือ สปีดนี้มันเร็วสุดโต่งหรือช้าสุดโต่งกันแน่ ดังนั้นเวลาเราเรียกร้องแบบนี้มันจำเป็นต้องใช้เจตจํานงอย่างแรงกล้ามากที่จะอธิบายกับข้าราชการหรือประชาชน"

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง