11 ต.ค. 2567 ที่ SCC Creative Space ประชาไทจัดงานเสวนาในหัวข้อ “เดินหน้าแล้วถอยหลัง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เสวนา ‘ประเทศไทยในรอบ 20 ปี’ โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปี ก่อตั้งสำนักข่าวประชาไท ผู้เข้าร่วมเสวนาดังนี้ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, สุภาภรณ์ มาลัยลอย มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLaw) และ รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว นโยบายการกระจายอำนาจของพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับเรื่องการกระจายงบประมาณและกระบวนการมีส่วนร่วม จึงมองว่าก้าวแรกของการกระจายอำนาจคือการตรากฎหมายใหม่ ไปพร้อมๆ กับการแก้ไขกฎหมายชั้นรอง ระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค อะไรเดินหน้าได้ง่ายก็ทำก่อน ตัวไหนยากก็เอาไว้สุดท้าย
"คนมักบอกว่า สส. พรรคภูมิใจไทยชอบอภิปรายแต่ปัญหาเชิงพื้นที่ เหตุผลก็เพราะมันมีปัญหาแบบนั้นจริงๆ ซึ่งหลายเรื่องท้องถิ่นก็ทำได้ แต่ไม่มีงบประมาณ อย่างเช่นในจังหวัดศรีสะเกษ สะพานลอยหนึ่งใช้งบเทศบาลทำ อีกที่หนึ่งเป็นงบของกรมทางหลวง หรือนโยบายเรียนฟรีของกระทรวงศึกษาธิการ เราก็ยอมรับว่าไม่ได้เรียนฟรีจริง เพราะงบที่จัดสรรไปให้ ไม่เพียงพอที่จะทำให้เด็กเรียนได้ในคุณภาพที่แข่งขันได้จริง มีอยู่บางโรงเรียนที่บริหารจัดการได้ดีโดยที่ไม่ต้องมาเก็บเงินผู้ปกครองเพิ่ม"
สิริพงศ์ กล่าวย้ำว่า พรรคเห็นความสำคัญของการกระจายอำนาจ แต่อาจจะไม่ได้พูดเรื่องนี้มากนัก เพราะว่าพรรคไม่ได้มีวิธีการไปแก้เชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับก้าวไกล แต่จะมีวิธีอีกแบบที่เน้นเรื่องการกระจายเม็ดเงินลงท้องถิ่น “เราคิดว่าการกระจายอำนาจทางการเงินจะเป็นส่วนที่ทำให้ท้องถิ่นพัฒนาได้อย่างรวดเร็วกว่า”
"ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เติบโตมากับการเห็นถนนหน้าโรงเรียนเป็นดินลูกรัง ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มี อบจ. ทำให้เห็นว่าการเติบโตของท้องถิ่นเป็นอย่างไร เมื่อท้องถิ่นตัดสินใจเองได้ก็สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด แต่ปัญหาหนึ่งที่ตนเห็นมาตั้งแต่เด็กๆ คือภารกิจของท้องถิ่นมีเพิ่มมากขึ้น แต่สิ่งที่ไม่เพิ่มตามคืองบประมาณ"
จึงเป็นที่มาให้พรรคภูมิใจไทยเสนอนโยบาย ‘ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน’ ซึ่งมีลักษณะเป็นภาษีที่เก็บจากผู้ประกอบการที่ไปทำธุรกิจในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อเป็นการกระจายเม็ดเงินในการพัฒนาท้องถิ่น
"หลักการกระจายอำนาจอย่างหนึ่ง ที่เราคิดว่าควรทำก่อนเลย คือ กระจายงบประมาณ ภาษีบ้านเกิดเมืองนอนจะเป็นลักษณะภาษีที่เก็บกับผู้ประกอบที่ไปทำงานอยู่ในพื้นที่นั้นๆ เมื่อคุณมาใช้ทรัพยากรที่นี่คุณต้องมีส่วนในการเสียภาษีและเอามาพัฒนาทรัพยากรที่นี่ สองประชาชนต้องมีสิทธิเลือกเหมือนตอนที่ไปบริจาคเงินให้กับพรรคการเมือง ว่าเราจะบริจาคเงินให้พรรคไหน แต่ทำไมเราถึงไม่มีสิทธิเลือกเลยว่า เงินที่เราเสียภาษี 20% - 30% ไปพัฒนาที่ไหน จังหวัดไหน เงินภาษีนั้นให้นำไปใช้ในพื้นที่ใดที่เราเห็นว่ามีความเหมาะสม มีความจำเป็น"
สิริพงศ์ กล่าวด้วยว่าเรื่องการแก้กฎหมายชั้นรองที่เป็นอุปสรรค กฎหมายระดับที่ไม่ใช่มติ ครม. และไม่ใช่ พ.ร.บ. สามารถยกเลิกได้ในระดับกระทรวงได้เลย สิ่งที่ควรยกเลิกไปได้แก่ ระเบียบกระทรวงที่เขียนไว้ว่า นายก อบต. จะเดินทางไปสัมมนาที่กรุงเทพฯ ต้องขออนุญาตผู้ว่าฯ ก่อน หรือ การให้ผู้ว่าฯ มาเปิดประชุมสภาท้องถิ่น และยังมีระเบียบอีกหลายฉบับที่จะทำให้การทำงานของท้องถิ่นคล่องตัวขึ้น

