กระทรวงต่างประเทศยืนยันไทยยังไม่เสีย “เกาะกูด” ให้กัมพูชา MOU 2544 เป็นเพียงข้อตกลงกรอบเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ตอนนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจากันของทั้งสองประเทศ ต่างฝ่ายมีสิทธิที่จะเคลม แต่มีผลผูกพันเฉพาะภายในประเทศตัวเองเท่านั้น ไม่มีผลต่อในทางระหว่างประเทศ ชี้สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ระบุชัดเจนว่าเกาะกูดเป็นของไทย ถือเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันกรรมสิทธิเหนือตัวเกาะ
4 พ.ย. 2567 กระทรวงการต่างประเทศโดยนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และสุพรรณวษา โชติกญาณ ถัง อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ตั้งโต๊ะแถลงให้ข้อมูลเรื่องพื้นที่อ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน “Overlapping Claims Area (OCA) ระหว่างไทย-กัมพูชา” แก่สื่อมวลชน
สำนักข่าวเดอะสแตนดาร์ดรายงานว่า อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายชี้แจงว่า ที่มาของ OCA ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งมีขนาดประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร เกิดจากการประกาศเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทยของทั้งไทยและกัมพูชา ทั้ง 2 ประเทศตกลงที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกันผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2544 หรือที่เรียกว่า MOU 2544 ซึ่ง MOU 2544 เป็นเพียงข้อตกลงกรอบเจรจาระหว่างกัน ยังไม่ได้มีการระบุว่าพื้นที่เป็นของประเทศใด ทั้งสองประเทศต้องเจรจากันต่อไป
เนื้อหาใน MOU 2544 ระบุให้มีการแบ่งเขตทางทะเลและการพัฒนาพื้นที่ร่วมไปพร้อมกัน โดยให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหารือกันบนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศและผลประโยชน์ร่วมกัน ตามกลไกหลักของการเจรจาแก้ไขปัญหา OCA ภายใต้ MOU 2544 คือคณะกรรมการร่วมด้านเทคนิค (Joint Technical Committee: JTC) ซึ่งประกอบด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านความมั่นคง กฎหมาย และพลังงาน
ปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งองค์ประกอบ JTC ฝ่ายไทย และเมื่อทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งองค์ประกอบ JTC เรียบร้อยแล้ว ไทยจะเสนอกรอบการเจรจาให้รัฐบาลเห็นชอบ หลังจากนั้นจะทาบทามการเจรจากับฝ่ายกัมพูชาต่อไป
MOU 2544 ไม่ได้เป็นข้อตกลงที่ทำให้ไทยเสียเกาะกูด เพราะในสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ. 1907 ระบุชัดเจนว่าเกาะกูดเป็นของไทย ถือเป็นหลักฐานยืนยันกรรมสิทธิเหนือตัวเกาะ
ทั้งนี้ MOU 2544 ไม่ได้เป็นการยอมรับเส้นของกัมพูชา ตามหลักสากลต่างฝ่ายต่างมีสิทธิที่จะเคลม แต่ผูกพันเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น ไม่มีผลต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และกรณีการสร้างเขื่อนกันคลื่นของกัมพูชาที่กินพื้นที่เข้ามาในเส้นที่ไทยเคลมไว้ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระบุว่า เขื่อนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ทางทะเลที่เกี่ยวโยงกับ OCA และมีเอกชนไปสร้างท่าเทียบเรือถมดินในทะเลประมาณ 100 เมตรออกมาจากฝั่ง ทางการไทยได้ประท้วงไป 3 ครั้งแล้ว ตั้งแต่ปี 2541, 2544, 2564 ทำให้มีการหยุดการก่อสร้างไป โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ในการติดตามของกองทัพเรือและสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
