สหภาพแรงงานครูสหรัฐฯ ยืนหยัดปกป้องการศึกษาของรัฐหลัง 'ทรัมป์' ชนะเลือกตั้ง ประกาศยืนหยัดปกป้องการศึกษาของรัฐและสิทธินักเรียน ขณะที่ผลประชามติหลายรัฐหนุนสิทธิทำแท้งและการศึกษาสาธารณะ
เมื่อช่วงเดือน พ.ย. 2567 สหภาพแรงงานครูของสหรัฐอเมริกาที่ใหญ่ที่สุด 2 องค์กร ทั้ง National Education Association (NEA) และ American Federation of Teachers (AFT) ประกาศจุดยืนปกป้องการศึกษาของรัฐและสิทธิของนักเรียนทุกคน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024
เบ็กกี้ พริงเกิล (Becky Pringle) ประธาน NEA แสดงความมุ่งมั่นของสหภาพโดยอ้างคำพูดของมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) ที่ว่า "เส้นทางสู่อิสรภาพเป็นหนทางที่ยากลำบาก" พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกรวมตัวกันเพื่อปกป้องสิทธินักเรียน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความจำเป็นมากกว่าที่เคย
เธอย้ำว่า NEA จะยังคงต่อสู้เพื่อโรงเรียนรัฐที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และเปิดรับนักเรียนทุกคน รวมถึงผู้ที่มาจากชุมชนชายขอบ "สหภาพแรงงานดำรงอยู่เพื่อช่วงเวลาเช่นนี้" เธอกล่าวทิ้งท้าย พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกรับแรงบันดาลใจจากขบวนการเรียกร้องสิทธิพลเมืองเพื่อปกป้องสิทธินักเรียนและต่อต้านนโยบายที่เลือกปฏิบัติ
ด้านแรนดี้ ไวน์การ์เทน (Randi Weingarten) ประธาน AFT เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการศึกษาของรัฐและสหภาพแรงงานในสังคมอเมริกัน แม้จะตระหนักถึงความแตกแยกทางการเมืองของประเทศ แต่เธอให้คำมั่นว่า AFT จะยังคงพยายามสร้างโอกาสให้เด็กทุกคน และสนับสนุนข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและความยุติธรรมทางสังคม "หลักการชี้นำของเราคือการทำงานต่อไปเพื่อพัฒนาชีวิตผู้คน ต่อสู้เพื่ออนาคตของเด็กๆ และคำสัญญาของอเมริกา" เธอกล่าว
ทั้ง NEA และ AFT ประกาศที่จะต่อต้านนโยบายที่บั่นทอนการศึกษาของรัฐ รวมถึงการผันเงินงบประมาณรัฐไปให้สถาบันเอกชนที่ขาดความรับผิดชอบ
แม้ผลการเลือกตั้งระดับประธานาธิบดีจะไม่เป็นไปตามที่คาด แต่ผลการลงประชามติในหลายรัฐกลับเป็นบวกทั้งในประเด็นสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์และการศึกษาของรัฐ สะท้อนการสนับสนุนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อประเด็นที่สำคัญต่อสหภาพแรงงาน โดยหลายรัฐ เช่น มิสซูรี อริโซนา โคโลราโด แมริแลนด์ มอนทานา และเนวาดา ได้ขยายการคุ้มครองการเข้าถึงการทำแท้ง ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐเคนทักกี เนแบรสกา และโคโลราโด ปฏิเสธข้อเสนอเรื่องทางเลือกโรงเรียนเอกชนและการให้บัตรกำนัลการศึกษา นอกจากนี้ มาตรการสนับสนุนเงินทุนสำหรับการศึกษาระดับ K-12 และอุดมศึกษายังผ่านในหลายรัฐ รวมถึงแคลิฟอร์เนีย ยูทาห์ และโรดไอแลนด์ ถือเป็นชัยชนะสำหรับโรงเรียนรัฐที่มีทรัพยากรเพียงพอและเท่าเทียม

