Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พริษฐ์เข้าพบวันนอร์หารือเสนอลดทำประชามติเหลือ 2 ครั้ง และตั้ง ส.ส.ร. ภายในปี 68 ออกรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ทันเลือกตั้ง ปี 70 นิกร โต้ แก้ไขรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ รวม 3 ครั้ง เป็นสภาพบังคับ เข้าพบประธานสภาให้บรรจุวาระไป ประธานสภาอาจถูกร้องได้ว่ากระทำขัดการแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

 

27 พ.ย. 2567 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากเข้าพบกับวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภา เพื่อหารือเกี่ยวกับการตัดสินใจบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เพิ่มหมวด 15/1 เกี่ยวกับการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ตามแผนเดิมที่รัฐบาลตั้งเป้าให้มีการจัดทำประชามติ 3 ครั้ง โดยจะไม่เริ่มทำประชามติครั้งแรกจนกว่าจะมีการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 แล้วเสร็จ ส่วนตัวเห็นว่าโอกาสที่จะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ทันการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นไปได้น้อยมาก

พริษฐ์เสนอวิธีที่จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นจริงได้ คือลดการทำประชามติจาก 3 ครั้ง เหลือ 2 ครั้ง ที่ผ่านมา กมธ. ได้หารือกับนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 รวมทั้งการเข้าหารือกับประธานรัฐสภาในวันนี้ (27 พ.ย.67) เพื่อให้มีการทบทวนการตีความคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวและบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะทำให้มี ส.ส.ร. จะต้องดำเนินการอย่างไร เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันกับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

พริษฐ์กล่าวว่า ตัวแปรที่จะกำหนดกรอบเวลาให้เกิด ส.ส.ร. ได้ ประกอบด้วยหลายปัจจัย หากมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีหมวด ส.ส.ร. เข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ และคณะกรรมการประสานงานฯ และประธานรัฐสภา เห็นว่าสามารถบรรจุเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมได้ก็สามารถทำได้ทันที และมีการนัดประชุมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ วาระแรกในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะผ่านการพิจารณา 3 วาระภายในเวลา 3-6 เดือน หากเป็นเช่นนั้นการทำประชามติรอบแรก ที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เมื่อร่างกฎหมายประชามติผ่านความเห็นชอบแล้ว ก็อาจจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. และหากทำได้ภายในปี 2568 ส.ส.ร. ก็จะมีเวลายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในปี 2569 ซึ่งอาจจะใช้เวลา 6-12 เดือน จากนั้นจึงจะมีการจัดทำประชามติครั้งที่ 2 ช่วงต้นปี 2570 ก็จะทันกับการเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป ดังนั้น ตนอยากให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

พริษฐ์ กล่าวถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตราถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายต้องหารือกันว่าจะกำหนดวันพิจารณาในวันใด แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะให้มีการตั้ง ส.ส.ร. นั้น ยังไม่ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ต้องผ่านความเห็นชอบของประธานรัฐสภาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเสนอให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเมื่อช่วงต้นปี 2567 เวลานั้นประธานรัฐสภาตัดสินใจไม่บรรจุ โดยอ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 และอ้างอิงการตีความของคณะกรรมการประสานงานเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ตนเองอยากให้มีการทบทวนการตัดสินใจดังกล่าว และได้มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิมกลับเข้าไปพร้อมกับข้อมูลใหม่ที่มีความเห็นส่วนบุคคลของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผลสรุปการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญมาประกอบการพิจารณาต่อไป

ด้านว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภากล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้รับมอบหมายจากประธานรัฐสภา ให้นำข้อมูลใหม่และความเห็นเพิ่มเติมจากศาลรัฐธรรมนูญ ไปประกอบการพิจารณาทบทวนกับคำวินิจฉัยเดิม ส่วนจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างเดิมได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผู้เสนอเข้ามา ประกอบกับดุลพินิจของคณะกรรมการแต่ละคน มีทั้งผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่นำมาพิจารณา คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีมาตั้งแต่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว ซึ่งคณะกรรมการมีหน้าที่เพียงให้ความเห็นประกอบ แต่ผู้ใช้ดุลพินิจ คือ ประธานรัฐสภา

เดลินิวส์ ขณะที่นิกร จำนง ประธานคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กล่าวถึง ความพยายามตีความให้การทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ สามารถจัดทำได้ 2 ครั้ง และมีการหารือกับประธานรัฐสภาว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นถูกกำหนดเป็นสภาพบังคับว่าต้องทำประชามติ รวม 3 ครั้ง โดยไม่มีทางใดให้เลี่ยงได้ ส่วนการเข้าพบประธานรัฐสภาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง สภานั้น ไม่มีผลให้ลดจำนวนทำประชามติ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีผลผูกผันต่อรัฐสภา การไปเรียกร้องบังคับให้ประธานรัฐสภาบรรจุวาระให้ได้นั้น ประธานรัฐสภาอาจถูกร้องได้ว่ากระทำขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่มีใครรับผิดแทนประธานรัฐสภาได้

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง