Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จากรณีทางการพม่าจับกุมลูกเรือทั้งหมด 31 คน โดยอ้างว่าเรือประมงไทยล้ำน่านน้ำเมียนมา เมื่อ 30 พ.ย. 2567 องค์กรเครือข่ายด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึงกองทัพเรือไทย เร่งประสานช่วยเหลือลูกเรือประมงทั้งหมดทั้งไทย-เมียนมา ไม่เลือกปฏิบัติ 

 

7 ธ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวานนี้ (6 ธ.ค.) เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ได้ร่อนจดหมายเปิดผนึกถึง พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ขอให้เร่งช่วยเหลือลูกเรือประมงทั้งหมดโดยเร็วที่สุด จากกรณีกองเรือเมียนมา ยึดเรือ และจับกุมลูกเรือ เรือประมง ส.เจริญชัย 8  โดยทาง MWG พร้อมช่วยเหลือทั้งด้านข้อมูล และความร่วมมืออย่างเต็มที่

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา เรือประมง ส.เจริญชัย 8 ซึ่งชักธงชาติไทย ถูกกองเรือเมียนมจับกุม โดยกล่าวหาว่าเรือประมงรุกล้ำเขตน่านน้ำเมียนมา ซึ่งส่งผลให้ลูกเรือทั้งหมดรวม 31 ราย ถูกจับกุม แบ่งเป็นคนไทย 4 คน และที่เหลือคือชาวเมียนมา

วันนี้ (7 ธ.ค.) มีรายงานข่าวว่า ลูกเรือไทย 4 คนยังอยู่ที่เกาะสอง ตรงข้ามจังหวัดระนอง และยังไม่ได้ถูกส่งกลับมายังเขตแดนไทย โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนทางกฎหมายของจังหวัดเกาะสอง และลูกเรือไทยทั้ง 4 คนยังอยู่ในพื้นที่ควบคุม

สำหรับลูกเรือไทยทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย 1. สุนันท์ อายุ 68 ผู้ควบคุมเรือ 2. สมปอง อายุ 61 ปี ช่างเครื่อง 3. ถาวร อายุ 64 ปี ช่างเครื่อง และ 4. วิโรจน์ อายุ 69 ปี ลูกเรือ

สำหรับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเมียนมา ได้ควบคุมตัวลูกเรือชาวพม่า จำนวน 27 คน ไว้ที่เรือนจำเกาะสอง (MM 492133) บ.เก้าไมล์ อำเภอเกาะสอง จังหวัดเกาะสอง และจะมีการสอบสวน หากพบว่าเข้าเมืองผิดกฎหมาย ก็จะไม่ได้รับการปล่อยตัว

ทางด้านเมียนมา อ้างด้วยว่า ที่ยังไม่ปล่อยคนไทยทั้ง 4 คน เพราะไม่มีคำสั่งจากหน่วยเหนือ และยังต้องมีการสอบสวนพิจารณาคดี

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

รายละเอียดจดหมายเปิดผนึก

เรื่อง ขอให้เร่งติดตามช่วยเหลือลูกเรือจำนวน 31 คน จากกรณีกองทัพเรือเมียนมาร์ ยึดเรือและจับกุมลูกเรือ เรือประมง ส.เจริญชัย 8 

เรียน พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 กรณีเรือประมง ส.เจริญชัย 8 ซึ่งชักธงสัญชาติไทยไทยได้ถูกกองทัพเรือเมียนมาร์จับกุมโดยกล่าวหาว่าเรือประมงลำดังกล่าวรุกล้ำน่านน้ำเมียนมาร์ ซึ่งส่งผลให้ลูกเรือจำนวน 31 คน แบ่งเป็นสัญชาติไทย 4 คน และสัญชาติเมียนมา 27 คน ต้องถูกควบคุมตัวและยังไม่มีความชัดเจนว่าลูกเรือทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีใดในประเทศเมียนมา ทำให้ลูกเรือตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการถูกตั้งข้อกล่าวหาและความปลอดภัย

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ซึ่งเป็นองค์กรเครือข่ายด้านการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานและงานป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ได้ติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือลูกเรืออย่างใกล้ชิด ทราบว่าหลังเกิดเหตุท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ได้มอบหมายให้ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์กรณีเรือ ส.เจริญชัย 8 นั้น ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้ท่านในนามของกองทัพเรือไทยเร่งรัดให้มีการดำเนินการช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดตามหลักการดังต่อไปนี้ 

  1. หลักสิทธิมนุษยชนเสมอหน้า: ขอให้ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการคุ้มครองลูกเรือทุกคน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและเสรีภาพจากการถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม การช่วยเหลือของทางการไทยควรดำเนินไปภายใต้อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of all Forms of Racial Discrimination: CERD) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี ดังนั้น ลูกเรือที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยไทยหลักรัฐเจ้าของธง จึงพึงได้รับการช่วยเหลือเสมอหน้าโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  2. กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยอำนาจอธิปไตย:

    ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea 1982: UNCLOS 1982) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี ระบุว่าเรือที่ติดธงของรัฐใดให้ถือว่าอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยและการกำกับดูแลของรัฐนั้น ทั้งในด้านกฎหมาย ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ เรือ ส.เจริญชัย 8 ซึ่งติดธงชาติไทย จึงถือว่าอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศไทยตามหลักการดังกล่าว โดยประเทศไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศในการดูแลและคุ้มครองบุคคลเหล่านี้ ทั้งนี้ UNCLOS 1982 ยังกำหนดให้รัฐเจ้าของธงต้องมีมาตรการในการคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิมนุษยชนของคนประจำเรือ รวมถึงการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเรือ และคนประจำเรือในกรณีที่เรือหรือบุคคลเหล่านั้นประสบเหตุร้ายในต่างประเทศ ดังนั้น การที่ลูกเรือทั้งหมดของเรือ ส.เจริญชัย 8 ถูกควบคุมตัวโดยกองทัพเรือเมียนมาร์ ในข้อหารุกล้ำน่านน้ำ จึงเป็นกรณีที่ประเทศไทยจำเป็นต้องดำเนินการในฐานะรัฐเจา้ของธง เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ลูกเรือ และปกป้องอำนาจอธิปไตยของไทยที่เกี่ยวข้องกับเรือลำนี้ ตามหลักการที่กำหนดไว้ใน UNCLOS 1982 อย่างเคร่งครัด 

  3. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562: ตามมาตรา 9(4) ระบุว่า ในกรณีที่แรงงานประมงถูกนำไปอยู่ในต่างประเทศไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิดของแรงงานประมง เจ้าของเรือมีหน้าที่ส่งแรงงานประมงนั้นกลับมายังสถานที่ที่ได้ทำสัญญาจ้างโดยเร็ว นอกจากนี้ การกำหนดตำแหน่งเรือเป็นหน้าที่ของผู้ควบคุมเรือ ดังนั้น แรงงานประมงเหล่านี้ จึงไม่ควรถูกลงโทษหรือถูกละเลยความคุ้มครองทางกฎหมาย แม้หน้าที่หลักจะอยู่ที่เจ้าของเรือ แต่การดำเนินการให้แรงงานทั้งหมดกลับมาสู่ความปลอดภัยและสิทธิตามกฎหมาย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐ เช่น กองทัพเรือ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานงานกับทางการเมียนมาร์ และดำเนินการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ

เครือข่ายประชากรข้ามชาติจึงใคร่ขอให้กองทัพเรือพิจารณาเร่งดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศไทย และประเทศเมียนมา เพื่อช่วยเหลือและนำลูกเรือกลับมายังประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯ พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลและความร่วมมือในกรณีนี้ 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง