Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group – MWG) ออกแถลงการณ์ 'เสียงที่ผู้นำประเทศนี้ไม่ได้ยินเรื่องในวันแรงงานสากล' ระบุนโยบายขึ้นค่าแรงเป็นนโยบายเพื่อการโฆษณาหาเสียงเท่านั้น แต่วันนี้แม้แต่เสียงของแรงงานเนื่องในวันแรงงาน นายกก็ยังไม่ยอมได้ยิน

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2568 เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group – MWG) ออกแถลงการณ์ 'เสียงที่ผู้นำประเทศนี้ไม่ได้ยินเรื่องในวันแรงงานสากล' จากประเด็นที่มีนักข่าวถามนายกรัฐมนตรี นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร เนื่องในวันแรงงานสากล 1 พ.ค. 2568 ถึงการขึ้นค่าแรงในอัตราขั้นต่ำ 400 บาท แต่นายกฯแสดงกิริยาเสมือนไม่ได้ยินแม้นักข่าวจะทวนคำถามซ้ำโดยนายกฯเดินขึ้นรถจากไป  ซึ่งหากย้อนไปกลับเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2565 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เปิดแถลงข่าวเพื่อตอกย้ำการแสดงวิสัยทัศน์นโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในปี 2570  ประเด็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ600 บาทต่อวัน โดยจะปรับภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศให้เติบโตไปพร้อมกัน ทั้งนี้ในเวบไซด์ของพรรคเพื่อไทยระบุว่า “ไม่ได้ใช้แรงงานเป็นตัวประกัน” แต่เราจะทำให้ เศรษฐกิจโตขึ้น และแบ่งผลกำไรเหล่านี้กลับไปให้ภาคแรงงาน โดยการตกลงร่วมกันของไตรภาคี (นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ)  ตามหลัก “ทุนนิยมที่มีหัวใจ” พรรคเพื่อไทยจึงต้องคิดใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจทั้งประเทศปรับตัวดีขึ้นไปด้วยกัน ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ใช่เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของการปรับตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นทั้งประเทศ และช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำติดอันดับโลก

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนในปัจจุบัน แรงงานกว่า 38 ล้านคนทั่วประเทศทุกอาชีพ กำลังเผชิญความท้าทายและความไม่เป็นธรรมหลายอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้ค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ทำให้การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำกลายเป็นนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองเกือบทุกพรรค นโยบายดีๆที่ผ่านการ “คิดใหญ่ ทำเป็น” อันมีสถานะภาพผูกขาดกับมติที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อพิจารณาปรับอัตราจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาท ล่มไม่เป็นท่ากว่า 3 ครั้ง โดยผู้แทนฝ่ายนายจ้างไม่เข้าร่วมแม้แต่คนเดียว ทำให้ที่ประชุมไม่สามารถพิจารณาปรับค่าจ้างได้

เหตุการณ์ข้างต้นไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำว่านโยบายขึ้นค่าแรงเป็นนโยบายเพื่อการโฆษณาหาเสียงเท่านั้นแต่วันนี้แม้แต่เสียงของแรงงานเนื่องในวันแรงงานนายกรัฐมนตรีแพรทองธารก็ยังไม่ยอมได้ยิน

ดังนั้นการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจำเป็นต้องแก้ไขที่ระบบ คือการแก้ไขกฎหมาย ‘พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541’ มาตรา 87 กำหนดให้ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทุกปี โดยคำนึงถึง (1) ค่าครองชีพ และ (2) การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ระหว่าง 2 ปัจจัยนี้ หากปัจจัยใดเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า ก็ให้นำมาเป็นฐานในการคำนวณปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำขั้นต้น ที่จะนำไปพิจารณาหารือในคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ในแต่ละปี ปิดประตูให้พรรคการเมืองหาเสียงด้วยนโยบายการขึ้นค่าแรงและแสร้งทำว่าแรงงานนั้นไร้ตัวตนเช่นพฤติกรรมที่นายกแพรทองธารแสดงออกเช่นวันนี้อีก
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง