‘โรม’ ตั้งกระทู้สดถาม รมว.มหาดไทย เสนอตั้งคณะทำงาน ตรวจสอบว่ากรณี กฟภ. จ่ายไฟเข้าท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ผ่าน บ.อัลลัวร์ ของทุนมินลัต อาจเอี่ยวผลิตยาเสพติด ด้าน 'ธีรรัตน์' ยืนยันตรวจสอบเต็มที่ ไม่ให้ไฟฟ้าไทย สร้างปัญหาในอนาคต
13 ธ.ค. 2567 ยูทูบ TP Channel ถ่ายทอดสดออนไลน์วานนี้ (12 ธ.ค.) เมื่อเวลา 9.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยประจำปีที่สอง) รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสด ตรวจสอบข้อเท็จจริงการจ่ายไฟฟ้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบคำถามแทน ซึ่งสร้างความแปลกใจให้รังสิมันต์ เนื่องจากธีรรัตน์ ไม่ได้เป็นคนดูแลเรื่องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
รังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า การไฟฟ้าฝ่ายภูมิภาค ภายใต้กระทรวงมหาดไทย ที่ทำการขายไฟให้กับบริษัท อัลลัวร์ ที่นำไฟไปกระจายต่อในบริเวณท่าขี้เหล็ก ตรงข้ามอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย อาจเข้าไปพัวพันในการสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคในการผลิตยาเสพติดของกลุ่มว้าแดง หรือกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) และต้องการถามว่ากระทรวงมหาดไทยจะมีแนวปฏิบัติเรื่องนี้อย่างไร
เบื้องต้น การไฟฟ้าแม่สาย จ.เชียงราย มีสัญญาขายไฟให้กับบริษัท บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) จำกัด (อัลลัวร์) ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่คือทุนมินลัต และ สว.ทรงเอ ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีข้อหายาเสพติดและฟอกเงินในประเทศไทย โดยบริษัท อัลลัวร์ ได้นำไฟฟ้าไปขายในอำเภอท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ทั้งนี้ การซื้อ-ขายไฟ มักใช้วิธีการขนเงินสดเข้ามาชำระให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แต่ในช่วงโควิด-19 ประมาณปี 2563-2565 ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการชำระเงิน เนื่องจากมีการปิดชายแดน บริษัท อัลลัวร์ ได้ใช้บัญชีม้าในการชำระค่าไฟกับการไฟฟ้าแม่สาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับเงินจากบัญชีม้าหลายร้อยบัญชี มาประมาณ 2 ปี แต่ภายหลังทุนมินลัต และพวกถูกจับคดีสมคบค้ายา ทำให้หลักทรัพย์ของบริษัท อัลลัวร์ ถูกอายัดไปด้วย
จากนั้น สส.พรรคประชาชน ได้เปิดคลิปเสียงมีข้อความว่า “ตอนแรกเอามาปุ๊บ เราใช้เอง จากนั้นเราตัดให้บริษัท ‘หงปัง’ ซึ่งเขาเป็นชนกลุ่มน้อย เขาทำไฟอยู่ก่อน ไม่งั้นมันก็ฆ่ากันใช่ไหมพี่ ผมก็เลยให้เขาขาย ตอนหลังลูกน้องเขาขอเข้ามาทำด้วย” เสียงจากคลิป ระบุ แต่เบื้องต้น ไม่ทราบว่าเป็นการสนทนาระหว่างใครกับใคร แต่โรม ตั้งข้อสังเกตว่า ไฟที่บริษัทอัลลัวร์ ซื้อและเอาไปกระจายต่อให้ หนึ่งในนั้นอาจเป็นบริษัทของกลุ่มว้าแดง ชื่อ 'หงปัง'
"คีย์เวิร์ดสำคัญบริษัทหงปัง เป็นเครือข่ายของกลุ่มว้าแดง ไม่ต้องพูดกันว่าว้าแดงเป็นใครมาจากไหน แต่รู้กันดีว่าว้าแดงทำอะไร …วันนี้มันมีความเป็นไปได้อย่างมากว่า การไฟฟ้าแม่สายของเรา ซึ่งมีการขายไฟไปยังฝั่งตรงข้าม หรือว่าท่าขี้เหล็ก เอาเข้าจริงคนที่อยู่เบื้องหลังอาจจะเป็นกลุ่มว้าแดง นั่นหมายความว่าการผลิตยาบ้าที่วันนี้ราคามันถูกลงเรื่อยๆ …วันนี้ปัญหาเหล่านี้มันอาจจะเกิดจากการที่มีการใช้ไฟฟ้าของพวกเราไปผลิตยาบ้า แล้วส่งมาขายคนไทย" โรม กล่าวในที่ประชุมสภาฯ
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า แม้ว่าคดีสมคบค้ายาเสพติดและฟอกเงินของทุนมินลัต จะถูกยกฟ้องไปแล้ว แต่ในเอกสารคำพิพากษากว่า 200 หน้ามีการระบุว่า มีการใช้บัญชีม้าจ่ายเงินให้การไฟฟ้าแม่สาย จังหวัดเชียงราย และศาลเชื่อว่ามี 16 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด เพียงแต่ศาลยกฟ้อง เพราะไม่เชื่อว่าหลักฐานของตำรวจที่ทำคดีนี้ สามารถพิสูจน์เจตนาของบริษัท อัลลัวร์ และทุนมินลัตได้ ปัจจุบัน คดีนี้อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์อยู่
สส.พรรคประชาชน มีข้อสงสัยด้วยว่า เมื่อมีเรื่องการจับกุมทุนมินลัต คดียาเสพติดเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ทำไมทาง กฟภ.ถึงยังขายไฟให้ท่าขี้เหล็กต่อ แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยเคยมีหนังสือไปถึง กฟภ. โดยระบุไว้ว่ากระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น จึงขอให้ กฟภ. เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการระงับการให้บริการสาธารณูปโภคข้ามแดน และก่อนหน้านี้มีหนังสือขอให้ กฟภ.ปฏิบัติตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2567 ดังนั้น รัฐมนตรีจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ท่านจะยืนยันตามเดิมที่เคยสั่งการ กฟภ.หรือไม่
โรม เสนอว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควรยกเลิกสัญญาซื้อ-ขายไฟ และไม่ต้องกังวลเรื่องการยกเลิกสัญญา เพราะว่าในข้อที่ 14 ระบุไว้ว่า สามารถหยิบยกในเรื่องของความมั่นคงยกเลิกสัญญาได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษา เพื่อไม่ให้ไฟฟ้าถูกนำไปใช้ผลิตยาเสพติดให้ลูกหลานของเรา
แจงเหตุยังไม่เลิกขายไฟเข้าท่าขี้เหล็ก
ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การซื้อขายไฟระหว่าง กฟภ. และบริษัท อัลลัวร์ อาจนำไปสู่การขายไฟเพื่อนำไปผลิตยาเสพติดหรือไม่นั้น เธอชี้แจงว่าเบื้องต้น การซื้อขายไฟเป็นแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) โดยบริษัท อัลลัวร์ ได้สัมปทานจากเมียนมา ให้ซื้อ-ขายไฟกับประเทศไทย และก่อนหน้าการซื้อ-ขายไฟกับไทย เราเองก็มีการตรวจสอบข้อมูลด้วย โดยขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจึงติดต่อซื้อ-ขายไฟ นอกจากนี้ การขายไฟฟ้าไปยังท่าขี้เหล็ก เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวเมียนมาทั้งสิ้น นั่นคือจุดมุ่งหมายของเรา
ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ (ที่มา: TPchannel)
ธีรรัตน์ ชี้แจงต่อว่า ปกติการชำระค่าไฟของบริษัท อัลลัวร์ จะใช้เช็คจ่าย แต่ช่วงโควิด-19 เนื่องจากมีการปิดชายแดน ส่งผลให้การติดต่อหยุดชะงัก ดังนั้น บ.อัลลัวร์ จึงไปใช้บริการเอกชนเพื่อรับแลกเปลี่ยนเงิน และนำมาจ่ายให้กับ กฟภ.
ทาง กฟภ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ทำงานร่วมกับ ปปส. เพื่อหาว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงได้พบว่ามีบางบัญชีม้าที่ใช้จ่ายเงินให้ กฟภ. รับเงินมาจากผู้ค้ายา
จากนั้น ศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยพิพากษา ยกฟ้องให้กับบริษัทอัลลัวร์ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรายังไม่ได้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า บริษัทนี้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างแท้จริงอย่างที่กังวลหรือไม่ แต่เรามีหน้าที่สืบหาต่อไปว่าเราจะทำอย่างไรกันต่อในกรณีนี้
ส่วนที่ยังซื้อ-ขายไฟกับบริษัทอัลลัวร์ แม้ว่าตัวผู้ถือหุ้นหลักกำลังถูกดำเนินคดีอยู่นั้น รมช.กระทรวงมหาดไทย ระบุว่าเนื่องจากทางบริษัทไม่เคยทำผิดหลักการที่จะทำให้ยกเลิกสัญญาได้ ส่วนบัญชีม้าที่กล่าวถึง ยังไม่มีส่วนเชื่อมโยงไปยังบริษัท อัลลัวร์ แต่เป็นของบริษัทเอกชนที่บริษัท อัลลัวร์ จ้างมาชำระค่าไฟให้ฝั่งไทย อีกทั้ง บริษัท อัลลัวร์ ยังไม่เคยผิดนัดชำระสักครั้ง จ่ายตรงทุกเดือน ดังนั้น นี่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ต้องสืบหาข้อเท็จจริงต่อไป
รมช. มหาดไทย กล่าวว่า ทาง กฟภ.ยังคงจ่ายไฟต่อไปให้ท่าขี้เหล้ก ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และตอนนี้เธออัพเดทว่า ท่าขี้เหล็กได้ส่งบริษัทคู่สัญญาใหม่มาให้พิจารณาเมื่อต้นปีนี้ ตอนนี้ทาง กฟภ. และหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วยงานกำลังร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อให้การซื้อ-ขายไฟดำเนินต่อไป
“เราไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้เราอยู่ในกระบวนการการตรวจสอบบริษัทคู่สัญญาที่จะมาซื้อ-ขายกับไทย แต่ทุกๆ บริษัท ทุกๆ จุดไม่ใช่แค่เฉพาะจุดที่มีปัญหา ทุกจุดจะต้องผ่านขั้นตอนตามระเบียบข้อบังคับ” ธีรรัตน์ กล่าว และระบุว่า ทุกครั้งที่มีการซื้อขายไฟ ทางการพยายามตรวจสอบทุกอย่างอย่างรอบคอบ และหากเลิกจ่ายไฟ ก็ต้องคำนึงอย่างระมัดระวังและรอบคอบเหมือนกันไม่ให้ก่อปัญหาใหม่ขึ้นมา
บริษัทคู่สัญญาใหม่ ไม่ชอบมาพากล
รังสิมันต์ โรม กล่าวถึงความไม่ชอบมาพากลของบริษัทคู่สัญญาที่จะมาทำการซื้อขายไฟร่วมกับประเทศไทยใหม่ ซึ่งชื่อว่า ‘บริษัท แอสตร้า อิเล็กทริค จำกัด’ ซึ่งจะเข้ามาเป้นคู่ค้าแทนบริษัท อัลลัวร์ ของทุนมินลัต
เมื่อตรวจสอบดูพบว่า บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท โดยเพิ่งจดทะเบียนเมื่อ 26 ธ.ค. 2566 เท่านั้น โดยมีผู้ถือหุ้น 2 คน คนหนึ่งเป็นคนเมียนมา ถือหุ้น 9% และอีกคนคือคนไทยถือหุ้น 51% ขออนุญาตใช้ชื่อย่อว่า ‘พิมพ์’ อายุ 27 ปี เป็นกรรมการบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้น
รังสิมันต์ โรม (ที่มา: TPchannel)
โรม มองว่า การที่บริษัทแห่งนี้มีผู้บริหารที่อายุเพียง 27 ปี แต่กลับสามารถดีลงานยักษ์ใหญ่ทั้งกับรัฐบาลไทย เมียนมา และว้าแดงในพื้นที่ได้ ถือว่าไม่ธรรมดา และมีพิรุธที่ประหลาด และเมื่อนำชื่อ ‘พิมพ์’ ไปเสิร์ชเพิ่มเติม พบว่าเธอไม่มีประวัติเกี่ยวกับการรับซื้อ-ขายไฟมาก่อน โดยเธอจบนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และก็ประวัติล่าสุด เป็นตัวแทนทนายความของคดีฟอกเงินคดีหนึ่ง บริษัทนี้เมื่อไปเช็กเรื่องของสถานที่ตั้งออฟฟิศ ปรากฏว่าเป็นออฟฟิศเดียวกับสำนักงานทนายความที่ว่าความให้กับทุนมินลัต
“ผมก็สงสัยตกลงแล้วบริษัทนี้เป็นนอมินีรึเปล่า เราจะแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติดโดยการให้มีบริษัทนอมินี แล้วมาซื้อไฟจากประเทศไทย และก็ขายส่งว้า มันจะจบแบบนั้นหรือเปล่า ในเมื่อเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำขนาดนี้จึงอยากจะถามรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร” รังสิมันต์ โรม กล่าว
สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามด้วยว่า ทำไมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคถึงต้องพยายามทำทุกวิถีทางในการจ่ายไฟไปตรงนั้น อีกทั้ง การไฟฟ้าฯ ก็อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการสูงสุด ว่าตกลงการไฟฟ้ามีส่วนพัวพันกับขบวนการยาเสพติดหรือไม่ เพราะหากพบว่ามีส่วนพัวพันจริง การไฟฟ้าแม่สาย อาจถูกดำเนินคดีไปด้วย นี่หรือเปล่าที่ทำให้การไฟฟ้าพยายามทำวิถีทางเพื่อยืนยันในสิ่งที่ตัวเองได้ทำมา
ท้ายสุด สส.พรรคประชาชน เสนอให้ทางการไทยตัดไฟไม่ส่งเข้าไปท่าขี้เหล็ก เพื่อทำให้โครงสร้างขบวนการผลิตยาเสพติดอ่อนแอที่สุด
ยืนยันตรวจสอบอีกชั้น เพื่อให้ทุกคนสบายใจ
ธีรรัตน์ ชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอยากจะจ่ายไฟอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นๆ เลย แต่มันมีหลายปัจจัยหลายเหตุผลที่เกี่ยวกับประชาชนทั้งสองฝั่ง เรื่องของเศรษฐกิจ และเรื่องความสัมพันธ์อันดี
รมช.กระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มว่า เรื่องข้อมูลของฝ่ายค้านที่นำเสนอวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทคู่สัญญาใหม่ ภาครัฐน่าจะทราบข้อมูลหมดแล้ว และทางเรามีการส่งหนังสือถึงผู้ถือหุ้นว่าท่านมีความโปร่งใส หรือความถูกต้องอย่างไรที่จะมาเป็นคู่สัญญากับประเทศไทย แต่ต้องย้ำว่าบริษัทที่ได้สิทธิสัมปทานเป็นเรื่องการคัดกรองจากทางเมียนมา แต่ทางการไทยจะทำให้มันชัดเจน และตรวจสอบอีกชั้น เพื่อให้ทุกคนสบายใจว่า ไฟที่ผลิตจากฝั่งเรา จะไม่สร้างปัญหาให้อนาคต
ท้ายสุด โรม กล่าวว่า หากธีรรัตน์ นำเรื่องนี้ไปหารือกับอนุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อตั้งคณะทำงานในการจัดการปราบปรามเรื่องนี้ นี่จะเป็นหนทางที่สั้นที่สุดในการแก้ไขปัญหา และอย่างน้อยสิ่งที่ประชาชนคาดหวังที่สุดคือเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง
