ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO SEARO) ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในระดับปฐมภูมิ ระบุไทยเป็นตัวอย่างในการดูแลถึงระดับชุมชน เสริมพลังให้ผู้ป่วยมีศักยภาพในการดูแลตัวเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี หวังขยายโมเดลการทำงานของไทยไปยังอื่นประเทศอื่นๆ ต่อไป

14 ธ.ค. 2567 ทีมสื่อ สปสช. แจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่า นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และคณะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้นำ ไซมา วาเซด ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO SEARO) ลงพื้นที่เยี่ยมการบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระดับจังหวัดและบริการปฐมภูมิ ด้วยวิธีล้างไตทางช่องท้อง (CAPD) และล้างด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) ณ ต.บ้านฉาง จ.ปทุมธานี และแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. โดยมี พญ.ปิยะธิดา จึงสมาน หัวหน้าศูนย์ล้างไตช่องท้อง เคดีเคซี รวมให้ข้อมูล เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ไซมา ได้รับฟังการบรรยายสรุปรูปแบบการบริหารจัดการดูแลผู้ป่วยจากทีมผู้ให้บริการในพื้นที่ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย 2 ราย โดยรายแรกเป็นผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้อง และรายต่อมาเป็นผู้ป่วยที่ล้างไตด้วยเครื่องอัตโนมัติ
ไซมา กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาเยี่ยมชมการดำเนินงาน และได้เห็นว่าระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดำเนินการไปได้ด้วยดีอย่างไร ในหลายประเทศผู้ป่วยต้องไปที่โรงพยาบาล เสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง แต่จากที่ได้เยี่ยมชมบริการในวันนี้ แม้ผู้ป่วยจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลก็ยังสามารถดูแลตัวเองและคนครอบครัว ช่วยทำงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวได้ ซึ่งมีไม่กี่ประเทศที่ทำได้เช่นนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลถึงในระดับครัวเรือน เพิ่มคุณภาพของระบบบริการสุขภาพ ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย
“ที่พิเศษก็คือ เราได้เห็นผู้ป่วยที่อาจจะไม่ได้ร่ำรวยหรือมีการศึกษาที่สูงมากนัก แต่สามารถเรียนรู้และปฏิบัติตามขั้นตอนทางการแพทย์ในการดูแลตัวเองได้ และหวังว่าเราจะสามารถเผยแพร่ให้เกิดภาพแบบนี้ไปทั่วทั้งภูมิภาค รวมทั้งหวังว่าจะนำโมเดลนี้ไปใช้กับงานด้านสุขภาพในมิติอื่นๆ อีกด้วย” ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (WHO SEARO) กล่าว
ไซมา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือการทำให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ความเข้าใจว่า วิธีการดูแลแบบไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง และเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง เช่น ผู้ป่วยที่บ้านมีปัญหาเรื่องไฟตก ผู้ป่วยจึงเลือกไม่ใช้เครื่อง APD แต่ใช้วิธีล้างไตทางช่องท้องด้วยตัวเองและพิสูจน์แล้วว่าเลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่มีปัญหาสุขภาพแทรกซ้อนเลย
ด้าน นพ.จเด็จ กล่าวว่า การเชิญผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเยี่ยมชมงานในครั้งนี้ เพราะเป็นช่วงการจัดงานวันหลักประกันสุขภาพโลก จึงอยากให้ตัวอย่างว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือการปกป้องการล้มละลายจากการเจ็บป่วย โดยมีโรคไตเป็นตัวอย่างโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก หลายประเทศมีคนต้องล้มละลายจากการล้างไต
“วันนี้เราได้แสดงให้เห็นว่าระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทย นอกจากโรคที่รักษาง่ายๆแล้ว โรคที่มีค่ารักษาแพง อย่างโรคไต มะเร็ง เอชไอวี/เอดส์ ก็สามารถให้การดูแลได้ และหวังว่าทางผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนำตัวอย่างนี้ไปเผยพร่ยังประเทศอื่นๆที่กำลังอยู่ในระหว่างการขับเคลื่อนให้เกิดระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเช่นกัน” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
