องค์กรสตรีกะฉิ่นที่ตั้งในไทยออกรายงานสะท้อนปัญหาผู้หญิงจากหลายรัฐในพม่าถูกค้ามนุษย์ให้ชายจีนเพื่อบังคับแต่งงาน ทั้งวิธีการที่ญาติกับนายหน้าติดต่อขายลูกหลานผู้หญิงให้กับชาวจีน วิธีการที่พวกเธอใช้หลบหนี และข้อเรียกร้องต่อทางการจีนกับกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านในพม่าที่ควบคุมพื้นที่ชายแดนว่าควรทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหานี้
สมาคมสตรีกะฉิ่นแห่งประเทศไทย KWAT เผยแพร่รายงาน "Sold to China" ที่มาจากการสืบสวนสอบสวนช่วงระหว่างปี 2562-2566 มีการสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากการค้ามนุษย์ 187 ราย รายงานระบุว่ามีจำนวนเหยื่อการค้ามนุษย์ในพม่าเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการระบาดใหญ่ของ COVID-19 โดยที่ผู้หญิงในพม่าถูกครอบครัวของพวกเธอขายพวกเธอให้กับชาวจีน
โฆษกของ KWAT กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อสื่อ DVB ว่า โดยทั่วไปแล้วพวกเขาต้องรับมือกับเคสแบบนี้ 50-80 เคสต่อปี แต่ในปี 2562 ก็มีกรณีแบบนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นประมาณ 150 เคส จำนวนตัวเลขที่แท้จริงของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบอาจจะมีเยอะกว่านี้มาก
โฆษกของ KWAT กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าปี 2562 กรณีค้ามนุษย์ส่วนใหญ่จะมาจากรัฐกะฉิ่นและรัฐฉาน แต่สถานการณ์ในตอนนี้มีเหยื่อค้ามนุษย์มากกว่าครึ่งหนึ่งที่มาจากภาคอื่นๆ นอกเหนือจากกะฉิ่นและฉาน รวมถึงจากหัวเมืองใหญ่ๆ ของพม่าด้วย
มีผู้หญิงผู้รอดชีวิตจากการถูกค้ามนุษย์รายหนึ่งมาจากเมืองกุดไก่ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐฉานติดกับชายแดนพม่า-จีน เธอเล่าให้ฟังว่ามีกลุ่มคนรู้จักของลุงกับป้าของเธอมาติดต่อกับลุงและป้าของเธอเรื่องที่จะให้เธอแต่งงานกับชายชาวจีน
"พวกเขาพูดถึงชายคนนั้นว่ายังหนุ่ม หล่อเหลา ใจดี และพร้อมที่จะเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์ พวกเขาบอกอีกว่าชายคนนี้เป็นเจ้าของฟาร์มจำนวนมาก ฉันตอบว่าฉันไม่อยากไปและจะเก็บไปคิดดูก่อน ภายในสัปดาห์เดียวกันนั้นเอง ญาติของฉันกับกลุ่มคนค้ามนุษย์ก็มาจัดพิธีสวดภาวนาโดยชวนเพื่อนบ้านมาด้วย พวกเขาจ่ายค่าซื้อตัวฉันไปแต่งงานให้กับลุงและป้าของฉัน" หญิงจากกุดไก่เล่าให้ฟัง
แต่ทว่าผู้ชายคนที่หญิงจากกุดไก่ต้องไปแต่งงานด้วยไม่ได้ใจดีอย่างที่อ้างไว้ เขาเป็นคนที่ใช้ความรุนแรง และยังมีประวัติอาชญากรรมในทั้งพม่าและจีนโดยที่เธอไม่รู้มาก่อน ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนบ้าน เธอได้หนีออกจากการแต่งงานนี้แล้วก็กลับไปที่บ้านของเธอในกุดไก่
เส้นทางหนีของผู้หญิงที่ถูกค้าเป็นเจ้าสาว
KWAT ระบุว่า มีผู้หญิงบางคนที่โชคดีพอที่จะหนีก่อนที่จะข้ามแดนไปยังฝั่งจีน ซึ่งมักจะไหวตัวทันเพราะไม่ไว้ใจนายหน้าที่ชายแดน ทั้งนี้ยังมีผู้หญิงอยู่หลายคนได้รับการช่วยเหลือโดยตำรวจต่อต้านการค้ามนุษย์ของพม่า หรือ ATTF ก่อนข้ามแดน เพราะมักจะมีคนส่งข่าวให้ตำรวจหรือมีการจับตาเฝ้าระวังนายหน้าบางคนอยู่แล้ว หรือได้รับการช่วยเหลือออกจากห้องขังในฝั่งจีนเพราะสามารถติดต่อตำรวจจีนได้และระบุสถานที่ผ่านทาง TikTok ทำให้ตำรวจจีนสามารถเข้ามาช่วยเหลือและจับกุมผู้ค้ามนุษย์ได้ หรือมีกรณีที่เจ้าสาวที่แต่งงานไปแล้วเข้ามอบตัวกับตำรวจจีนในภายหลังจากแต่งงานหรือมีลูกแล้ว
ก่อนที่ตำรวจจีนจะส่งตัวผู้หญิงที่หนีออกมากลับไปที่ชายแดนพม่า พวกเขาได้ส่งตัวผู้หญิงเหล่านี้ไปที่สถานที่คุมขังก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรือนจำสถานีตำรวจ, คุก, บ้านพักคนชรา หรือสถานพินิจเยาวชน ที่น่าตกใจคือมีอยู่ 3 กรณีถูกส่งไปสถานบำบัดจิต โดยมีบางคนถูกคุมขังไม่กี่วันแต่บางคนก็ถูกคุมขังยาวนานเป็นปี รวมถึงมีกรณีที่เด็กหญิงวัยรุ่นอายุ 13 ปีถูกคุมขังที่สถานบำบัดจิตในมณฑลอานฮุย
แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ใช้วิธีไปหาตำรวจจะได้กลับบ้านในที่สุด แต่ก็มีอยู่บางกรณีที่ตำรวจจีนพากลับไปส่งสามีชาวจีนของพวกเธอ ก่อนที่พวกเธอจะหาทางหนีอีกครั้ง ส่วนคนที่อาศัยเพื่อนออนไลน์หรือนายหน้าเป็นคนพาหนีก็มีบางคนที่ถูกค้ามนุษย์ต่ออีกทอด ส่งไปให้สามีชาวจีนคนอื่น
บางคนที่พยายามหนีแล้วถูกฝ่ายสามีจับได้ ก็ถูกทุบตีทำร้ายหรือถูกคุมขังเข้มงวดขึ้น มีบางกรณีที่ฝ่ายสามีมีเส้นมีสายกับตำรวจแล้วใช้วิธีการจ่ายสินบนให้ตำรวจเพื่อพาตัวผู้หญิงกลับบ้าน
อย่างไรก็ตามบางคนก็อาศัยเพื่อนที่พบเจอทางโซเชียลมีเดียในการช่วยติดต่อกับเจ้าหน้าที่สถานทูตพม่าในจีนให้ทำการช่วยเหลือพวกเธอได้ หรือบางคนสามารถใช้ WeChat ติดต่อกับสถานทูตพม่าได้เองหลังจากที่สามียอมให้เธอใช้ซิมการ์ดกับมือถือได้
มีบางคนที่หนีเองโดยไม่อาศัยความช่วยเหลือใดๆ เช่นในยูนนาน ที่อยู่ติดชายแดนพม่า ซึ่งเป็นที่ๆ ง่ายมากในการจะหาทางข้ามแดนกลับประเทศด้วยตนเอง และในบางกรณีสามีชาวจีนก็เป็นคนปล่อยผู้หญิงกลับพม่าเองโดยไม่ได้ติดต่อกับตำรวจ ไม่ว่าจะเพราะสงสารหลังจากรู้ว่าถูกบังคับค้ามนุษย์หรือบางคนพอมีลูกกับผู้หญิงก็ไม่อยากได้ผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไป มีรายหนึ่งที่พาผู้หญิงไปส่งที่ชายแดนแล้วให้เงินติดตัวไว้
เรียกร้อง รัฐบาลจีน ร่วมมือกับ องค์กรชาติพันธุ์ฝ่ายต่อต้าน ปราบปรามการค้ามนุษย์
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนค่านิยมแบบปิตาธิปไตยหรือ Patriarchy ที่ฝังรากลึกในสังคมจีน จากการที่เหล่าสามีและญาติๆ ฝ่ายสามีปฏิบัติต่อหญิงที่ถูกขายเป็นภรรยาในแบบละเมิดสิทธิ อีกทั้งยังสะท้อนเรื่องความล้มเหลวของชุมชนในท้องถิ่นที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกคุมขังบังคับให้เป็นเจ้าสาวในชุมชนของพวกเขา นอกจากนี้ยังสะท้อนเรื่องที่ภาครัฐของจีนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับปัญหาค้ามนุษย์แบบบังคับให้เป็นเจ้าสาวเช่นนี้ด้วย
รายงานของ KWAT ระบุว่า รัฐบาลจีนควรจะมีโครงการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการค้ามนุษย์แบบบังคับให้เป็นเจ้าสาว เช่น ใช้การรณรงค์สาธารณะ การสร้างละครหรือภาพยนตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อที่ชุมชนท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ทางการจะเลิกเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับประเด็นปัญหา
อีกทั้งยังเรียกร้องให้ทางการจีนจัดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนการค้ามนุษย์ให้เข้าถึงได้ง่าย รวมถึงลดเวลาการคุมขังผู้รอดจากการค้ามนุษย์ก่อนจะมีการส่งตัวกลับประเทศ และไม่ควรนำไปคุมขังในสถานบำบัดจิตโดยไม่มีเหตุอันควร รวมถึงอนุญาตให้มีอาสาสมัครตามชายแดนเพื่อช่วยเหลือผู้รอดจากการถูกค้ามนุษย์โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับกุมด้วย
KWAT เรียกร้องให้ทางการจีนส่งตัวแทนตำรวจไปประสานความร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าหรือ EROs ที่ควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแถบชายแดนพม่า-จีน เพื่อให้ส่งตัวผู้หญิงที่ถูกค้ามนุษย์กลับประเทศ
ในขณะเดียวกันทาง KWAT ก็เรียกร้องให้ EROs โดยเฉพาะกองทัพสหรัฐว้า USWA มีปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์และสั่งปิดสถานประกอบการใดๆ ก็ตามที่มีการบังคับใช้แรงงานในพื้นที่ และส่งตัวชาวจีนที่กระทำการค้ามนุษย์และบังคับใช้แรงงานกลับประเทศให้กับทางการจีน จัดตั้งกองทุนเพื่อกระบวนการช่วยเหลือผู้รอดจากการถูกค้ามนุษย์ และให้มีความร่วมมือกับองค์กรชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้รอดจากการถูกค้ามนุษย์ด้วย
ความอับจนหนทางด้านเศรษฐกิจปากท้อง
ข้อมูลสื่อ DVB ระบุว่า นับตั้งแต่การรัฐประหาร 2564 เป็นต้นมา มีครอบครัวในพม่าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่จำต้องขายลูกตัวเองให้ไปแต่งงานกับชาวจีนเพราะความอับจนหนทางเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง
การสืบสวนสอบสวนของ KWAT เปิดเผยให้เห็นด้วยว่า ผู้หญิงเหล่านี้มักจะถูกหลอกโดยญาติหรือคนรู้จักของตัวเองว่าจะส่งพวกเธอไปทำงานในโรงงานที่จ่ายเงินดีหรือเป็นงานที่่ฟาร์มในจีน แต่กลับถูกค้ามนุษย์ไปให้กับปฏิบัติการหลอกลวงต้มตุ๋นไซเบอร์ทางตอนเหนือของรัฐฉานที่มีชาวจีนเป็นเจ้าของ
รายงานของกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ว่าด้วยประเด็นการค้ามนุษย์ Trafficking in Persons - TIP report ปี 2567 ยังคงจัดให้พม่าอยู่ในระดับที่ 3 ในเรื่องการค้ามนุษย์คือระดับย่ำแย่ที่สุด เทียบกับประเทศอื่นๆ อีก 13 ประเทศที่รัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้ามนุษย์
เรียบเรียงจาก
