ศาลสูงสุดสหรัฐฯ กำลังพิจารณาว่ากฎหมายแบน TikTok ที่ผ่านคองเกรสมานั้นละเมิดต่อเสรีภาพและขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 1 หรือไม่และจะมีผลคำวินิจฉัย 19 ม.ค.68 นี้ อย่างไรก็ตามวันนี้มีรายงานข่าวด้วยว่าทางการจีนอาจให้เสนอขายสิทธิ์บริการในสหรัฐฯให้อีลอน มัสก์ แต่โฆษก TikTok ปฏิเสธบอกเป็นแค่ “เรื่องแต่งทั้งเพ”
ชะตากรรมของแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐอเมริกาหลังจากวันที่ 19 มกราคม 2568 ขึ้นอยู่กับว่าศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาจะมีคำวินิจฉัยต่อกฎหมายแบน TikTok อย่างไร เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 ศาลสูงสุดรับฟังความให้การของ TikTok อ้างว่ากฎหมายนี้ละเมิดเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 หรือ The First Amendment ของผู้ใช้งาน 170 ล้านคน ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลเรื่องความมั่นคงชาติ เพราะ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ตั้งอยู่ในจีน
การแบน TikTok เริ่มต้นมาจาก ‘กฎหมายปกป้องชาวอเมริกันจากแอปพลิเคชั่นที่ควบคุมโดยศัตรูต่างชาติ ' กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาคองเกรสและลงนามโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อเดือนเมษายน 2567 ใจความสำคัญของกฎหมายระบุว่า หาก ByteDance ไม่ขายกิจการให้บริษัทอื่นจะต้องถูกแบนในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2568
ในระหว่างการพิจารณา เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2568 กระทรวงยุติธรรมให้การว่า TikTok เก็บข้อมูลของชาวอเมริกันร้อยล้านคน ซึ่งจีนสามารถใช้เพื่อสอดแนมได้ และจีนยังสามารถควบคุมแพลตฟอร์มให้ขยายประโยชน์ในทางภูมิศาสตร์การเมืองของตนเอง และเป็นภัยต่อสหรัฐอเมริกาได้
ด้านโนเอล ฟรานซิสโก ทนายความของ TikTok โต้แย้งว่า กฎหมายนี้ ละเมิดสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การแยก TikTok ในสหรัฐอเมริกาออกจากบริษัท ByteDance เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่สมเหตุสมผล เขากล่าวว่า TikTok ใหม่ที่ออกมาจะต้องเป็นแพลตฟอร์มที่ต่างออกไป เนื้อหาแตกต่างกัน ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คิดว่า ข้อห้ามนี้พุ่งเป้ามาที่่ TikTok โดยตรง นอกจากนี้ยังกล่าวว่า หากศาลรับรองกฎหมายนี้จะทำให้เกิดกรณีเช่นนี้กับบริษัทอื่นๆ ที่เป็นของจีนได้เช่นเดียวกัน
ByteDance ร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลระงับการแบน แต่เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ศาลอุทธรณ์ไม่รับคำร้องของ TikTok ส่งผลให้ TikTok ยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุด เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ให้ระงับการบังคับใช้กฎหมาย
ผู้พิพากษาสูงสุดทั้งอนุรักษนิยมและเสรีนิยมมีท่าทีไปทางเห็นด้วยและยินยอมให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ เห็นได้จากการตั้งข้อสงสัยกับทนายของ TikTok โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคง ผู้พิพากษาจอห์น โรเบิร์ต ถามว่า “เราจะทำเป็นเพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทแม่ของ TikTok อยู่ภายใต้งานข่าวกรองของรัฐบาลจีนหรือ” 2 ชั่วโมงระหว่างการไต่สวน ผู้พิพากษาหลายคนแสดงความเห็นว่า กฎหมายนี้ไม่ละเมิดบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 แต่เป็นความพยายามควบคุมความนิยมของแอปพลิเคชันต่างชาติมากกว่า
หากศาลเห็นว่ากฎหมายนี้ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 19 มกราคม เมื่อผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาเปิดแอปขึ้นมา หน้าจอจะขึ้นว่า บริการนี้ไม่สามารถใช้งานได้ในประเทศของคุณ แบบเดียวกับอินเดียซึ่งแบนแอปในปี 2020 แต่ก็เป็นไปได้อีกว่า ผู้ใช้เดิมจะยังเปิดแอปได้ แต่จะไม่สามารถอัปเดตใดๆ ได้อีกต่อไป
ปัจจุบัน ผู้ใช้งาน TikTok ในสหรัฐอเมริกามีประมาณ 170 ล้านคน TikTok คาดการณ์ว่าการแบนจะทำให้ธุรกิจรายย่อยในสหรัฐฯ 7 ล้านรายที่ใช้แอปพลิเคชันนี้ จะสูญเสียรายได้รวมราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครีเอเตอร์ 2 ล้านคนเสียรายได้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เส้นตายวันที่ 19 มกราคมนั้นตรงกับวันสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของไบเดน และทรัมป์จะเข้าพิธีสาบานตนในวันที่ 20 มกราคม แม้ว่าทรัมป์จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าแอป TikTok เป็นภัยต่อความมั่นคงและพยายามจะแบนตอนที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แต่เขากลายมาเป็นผู้ปกป้องแพลตฟอร์ม รวมถึงเรียกร้องให้ศาลสูงสุดระงับวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ไว้ก่อน
TikTok ปฏิเสธไม่ได้ขายให้อีลอน มัสก์
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้(14 ม.ค.2568) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานถึงเรื่องที่ทางการจีนกำลังประเมินว่าอาจเสนอขายสิทธิ์การให้บริการของ TikTok ในสหรัฐอเมริกาให้กับอีลอน มัสก์หากถูกแบนตามกฎหมาย
แต่ในวันเดียวกัน โฆษกของ TikTok ให้ความเห็นกับทางสำนักข่าวเดอะ การ์เดียน ว่า “เราไม่สามารถให้ความเห็นต่อเรื่องแต่งทั้งเพได้อย่างที่คาดหวัง” ต่อข่าวที่ออกมาดังกล่าวพร้อมกับย้ำว่าไม่ได้ต้องการขายบริการในสหรัฐฯ ของตัวเอง
เรียบเรียงข้อมูลจาก
