ศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนอิหร่าน CHRI แถลงถึงเรื่องปัญหาการสังหารผู้หญิงในอิหร่านที่เกิดขึ้นจำนวนมาก และจากสถิติปี 2567 พบว่ามีผู้หญิงถูกสังหารโดยเฉลี่ยแล้ววันเว้นวัน ซึ่งส่วนมากแล้วเป็นผู้ชายในครอบครัวของพวกเธอเอง สะท้อนปมปัญหาการสังหารเพื่อรักษาเกียรติ ที่เรียกว่า Honor Killings รวมถึงกฎหมายมาตรา 630 ที่เอื้อต่อการสังหารเช่นนี้

ที่มาภาพ: Center for Human Rights In Iran
รายงานของศูนย์เพื่อสิทธิมนุษยชนอิหร่าน CHRI ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานอยู่ในสหรัฐฯ สะท้อนความกังวลว่ามีอัตราการสังหารผู้หญิงในอิหร่านพุ่งสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นกรณีที่สามี หรือพ่อ หรือผู้ชายในครอบครัว เป็นผู้ก่อเหตุ โดยอ้างเรื่องการรักษาเกียรติของครอบครัว จากการที่ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อพยายามหนีหรือขัดขืนจากการถูกบังคับแต่งงาน หรือ ขอหย่าโดยที่สามีไม่ยอม
มีการอ้างอิงถึงสถิติจากสื่อด้านสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งระบุว่า ในอิหร่านมีกรณีความรุนแรงในครอบครัวอย่างน้อย 16,264 กรณี เมื่อปี 2567 ขณะที่กลุ่มเรียกร้องยุติการสังหารผู้หญิงในอิหร่าน Stop Femicide in Iran - SFI รายงานว่าแค่ครึ่งแรกของปี 2567 ก็มีกรณีการสังหารผู้หญิงเกิดขึ้น 93 ราย และระบุว่ามีกรณีเกิดขึ้นทั้งปีมากกว่า 150 ราย เทียบได้ว่า มีผู้หญิงในอิหร่านถูกสังหารโดยเฉลี่ยวันเว้นวัน
รายงานจากสื่อเอเตหมัดเดลี ที่มีฐานในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ระบุว่า มีกรณีการสังหารผู้หญิงในอิหร่านปี 2567 เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 60
CHRI ระบุว่าสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสังหารผู้หญิงในอิหร่าน นอกจากข้ออ้างเรื่องการสังหารเพื่อรักษาเกียรติ ที่เรียกว่า Honor Killings แล้ว ยังเป็นปัญหามาจากกระบวนการยุติธรรมของอิหร่านเองด้วย จากการที่อิหร่านยังไม่มีการออกกฎหมายคุ้มครองหรือนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ
"ผู้หญิงในอิหร่านกำลังถูกยิง ถูกแทง และถูกเผาจนถึงแก่ความตายโดยน้ำมือของสามีและพ่อ ในจำนวนที่น่าตกใจ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้แม้แต่กระทั่งจะใช้มาตรการพื้นฐานใดๆ เลยในการป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรมเหล่านี้ และระบบศาลของอิหร่านก็ปล่อยให้คดีเหล่านี้มีการลงโทษน้อยมากหรือบางครั้งก็ถึงขั้นไม่มีการลงโทษใดๆ เลย" ฮาดิ แกมี ผู้อำนวยการบริหาร CHRI กล่าว
แกมี เรียกร้องให้ประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาการสังหารผู้หญิงในอิหร่านว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนมากขึ้นเรื่อยๆ และขอให้มีปฏิบัติการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ มิเช่นนั้นแล้วก็จะมีผู้หญิงอีกเป็นจำนวนมากถูกสังหารโดยที่ผู้ก่อเหตุลอยนวลไม่ต้องรับผิด
ทาง CHRI ยังได้เรียกร้องให้ทางการอิหร่านแก้ไขปัญหาด้วยการแก้ไขกฎหมาย ยกเลิกการแบ่งประเภทการสังหาร "เพื่อเกียรติ" ที่แยกออกมาจากข้อหาฆาตกรรม แต่ขอให้นับรวมเป็นข้อหาฆาตกรรมแบบทั่วไป รวมถึงขอให้มีการออกกฎหมายต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว ให้มีการสืบสวนสอบสวนการล่วงละเมิดหรือการใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้หญิงผ่านกระบวนการยุติธรรมที่ได้ผล ขอให้มีการจัดสรรทรัพยากรไปในเรื่องการคุ้มครอง ให้สถานพักพิงที่ปลอดภัยกับผู้หญิง และให้ความรู้เพื่อลดความรุนแรงในครอบครัว
อีกกรณีหนึ่งที่ทาง CHRI ตั้งข้อสังเกตคือเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น มักจะเกิดกับการบังคับแต่งงานกับผู้หญิงที่เป็นผู้เยาว์ด้วย มีกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในปี 2566 ร้อยละ 21 ที่เกิดกับเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีลงไป ทำให้ CHRI เรียกร้องให้อิหร่านแก้ไขกฎหมายเกณฑ์อายุที่สามารถแต่งงานได้ให้ตรงกับบรรทัดฐานของนานาชาติ เพื่อที่จะทำให้เด็กหญิงอายุ 13 ปี ไม่ถูกบังคับให้แต่งงาน ซึ่งหลายต่อหลายครั้งกรณีบังคับแต่งงานเช่นนี้มักจะลงเอยด้วยความรุนแรงเมื่อเด็กหญิงหรือผู้หญิงเหล่านี้พยายามจะหนี
เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติเรื่องสถานการณ์ในอิหร่าน ได้เรียกร้องให้มีการนำเสนอข้อมูลเรื่องนี้ในรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยเน้นพูดเรื่องการสังหารด้วยเหตุแห่งเพศสภาพและความล้มเหลวของระบบในอิหร่านที่ทำให้ปัญหานี้เกิดขึ้น รวมถึงเรื่องที่กฎหมายในอิหร่านไม่ดีพอด้วย
ปัญหา Honor Killings และกฎหมาย ม.630 ในอิหร่านที่เอื้อต่อความรุนแรง
กลุ่มเอ็นจีโอ Stop Femicide Iran ระบุว่าการสังหารผู้หญิงด้วยแรงจูงใจทางเพศสภาพนั้น รวมไปถึง "ความต้องการใช้อำนาจเหนือผู้หญิง หรือเพื่อป้องปรามหรือลงโทษพวกเธอจากพฤติกรรมที่สังคมไม่ยอมรับให้ผู้หญิงกระทำ" นอกจากนี้ยังมาจากสาเหตุเรื่อง "การสำคัญตนว่ามีศักดิ์หรือความเป็นเจ้าของเหนือผู้หญิงและเด็กผู้หญิง" ด้วย
สำหรับปัญหา Honor Killings นั้นมักจะมาจาก การที่ผู้ชายในครอบครัวสังหารสมาชิกผู้หญิงเพราะพวกเธอกระทำอะไรบางอย่างที่พวกเขามองว่าฝ่าฝืนค่านิยมประเพณีในทางสังคมหรือทางศาสนา หรือเพื่อรักษาชื่อเสียงของครอบครัว ซึ่งบางครั้งผู้หญิงที่เป็นใหญ่ในครอบครัวนั้นๆ เองก็เห็นชอบด้วยกับการที่ผู้ชายสังหารผู้หญิงในครอบครัวตัวเอง บางครั้งผู้หญิงที่ถูกสังหารก็เผชิญกับการข่มขืนหรือการมีเพศสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเดียวกันอยู่ก่อนแล้วแต่กลับถูกกล่าวโทษหาว่าฝ่าฝืนค่านิยมทางเพศ
มีนักสังคมวิทยามองว่า ผู้ชายในอิหร่านยังคงไม่สามารถปรับตัวกับสังคมยุคสมัยใหม่ได้ และยังคงหัวโบราณแบบประเพณีนิยม ทั้งนี้ ยังมีการชี้ให้เห็นปัญหาจากกฎหมายของอิหร่านคือกฎหมายมาตรา 630 ที่ตีความจากชะรีอะฮ์ของอิสลาม ที่ระบุให้พ่อหรือสามีมีอำนาจในการตัดสินได้ว่าคนที่สังหารผู้หญิงในครอบครัวของพวกเขาควรจะต้องได้รับผิดหรือไม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เปิดทางให้เกิดการลงโทษผู้ก่อเหตุสังหารแค่เพียงเล็กน้อย ถ้าหากสามีหรือพ่อที่มีอำนาจตัดสินใจนั้นสนับสนุนหรือกระทั่งมีส่วนร่วมในการสังหารผู้หญิงด้วย
แซอีด เดห์กาน ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนวิจารณ์กฎหมาย ม. 630 ว่า มันทำให้ Honor Killings กลายเป็นอาชญากรรมที่ยอมรับได้โดยไม่มีความผิดแล้วผู้พิพากษาก็จะอ้างเรื่องการรักษาเกียรติ์ของครอบครัวมาทำให้อาชญากรพ้นผิดได้ เดห์กานมองว่าตราบใดที่มีกฎหมายนี้อยู่ กรณีการสังหารผู้หญิงในอิหร่านก็จะไม่ลดลง
เรียบเรียงจาก
One woman killed in Iran every other day in 2024, rights groups say, Iran International, 07-01-2025
Femicide in Iran: Tradition and law enable killing of women, DW, 16-09-2024
Killed Because You Are a Woman—Violence Against Women in Iran Reaches New Heights, Center for Human Rights In Iran, 06-01-2025
