เผยตำรวจมาหานักข่าว The Isaan Record ถึงสำนักงาน อ้างส่วนกลางให้ติดตามผู้ต้องหาคดี ม. 112 ทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2568 The Isaan Record รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30-11.50 น. ขณะที่บอย-พงศธรณ์ ตันเจริญ ผู้สื่อข่าว The Isaan Record กำลังทำงานอยู่ที่สำนักงาน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ 2 นาย เดินทางเข้ามาหาถึงที่ทำงาน เมื่อพงศธรณ์ถามถึงมูลเหตุการมาพบในครั้งนี้ ตำรวจทั้งสองนายได้อธิบายว่าตนได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ให้มาติดตามและสอบถามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาในคดี มาตรา 112 ซึ่งพงศธรณ์ ตันเจริญ คือหนึ่งในบุคคลที่มีรายชื่อของการติดตาม โดยส่วนกลางสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามผู้ต้องหาคดี 112 ทุกคนในประเทศ
นอกจากนี้พงศธรณ์ได้สอบถามถึงชื่อและสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทั้งสองนายได้พูดชื่อ ตำแหน่งและสังกัดของตน โดยย้ำว่าพวกตนมิได้มีเป้าหมายเพื่อที่จะสร้างการคุกคามแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการเข้ามาหาเพื่อสอบถามข้อมูลความเป็นอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น
พงศธรณ์ได้การพูดคุยกับตำรวจทั้งสองนาย โดยกินเวลาประมาณ 15 นาที หลังจากนั้นก่อนที่ดาบตำรวจทั้งสองนายจะขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับนั้นนายพงศธรณ์ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ฝากบอกเจ้านายพวกคุณด้วยว่าผมไม่มีทางหลบหนีออกนอกประเทศแน่นอน พวกคุณไม่ต้องกังวลและคิดว่าผมจะหลบหนี เพราะผมจะอยู่ที่เมืองไทย”
เนื่องจากสถานการณ์การลี้ภัยของผู้ต้องหาในคดี 112 นั้นมีจำนวนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พงศธรณ์จึงตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุที่ตำรวจออกมาตามหาตนอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้มีการพบกับตำรวจมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์สอบถามตน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2566
พงศธรณ์ ตันเจริญ เป็นหนึ่งในนักกิจกรรมทางการเมืองที่มีบทบาทและเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงที่เรียนสาขาการเมืองการปกครอง วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (2562-2567) ปัจจุบันจบการศึกษารัฐศาสตรบัณฑิตและทำงานเป็นผู้สื่อข่าวให้กับ The Isaan Record
ที่ผ่านมาพงศธรณ์เคยมีส่วนสำคัญในการเป็นผู้จัดกิจกรรมทางการเมืองหลายกิจกรรมที่จังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่เมื่อต้นปี 2563 ซึ่งพงศธรณ์คือหนึ่งในผู้ร่วมจัดกิจกรรม “แล่น ลัก ลุง” อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ถูกตำรวจติดตามจนกระทั่งเดินทางมาพบที่บ้านของเขา ถัดมาในช่วงกลางปีเดียวกันนั้นเขาถูกดำเนินคดีทางการเมืองครั้งแรกในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ. ควบคุมโรค จากการชุมนุม “อีสานสิบ่ทน” เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่ลานแปดเหลี่ยม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ต่อมาคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้องทุกข้อกล่าวหาในกลางปี 2565 อย่างไรก็ตาม เขายังต้องขึ้นศาลเพื่อต่อสู้ในคดีมาตรา 112 กรณีการร่วมขึ้นปราศรัยถึงทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ในม็อบ #25พฤศจิกาไปSCB ที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กรุงเทพฯ เมื่อปลายปี 2563 ซึ่งสถานะของคดีในปัจจุบันรอการสืบพยานโจทย์-จำเลยในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2568
พงศธรณ์ได้กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเคยเดินทางมาหาตนที่บ้านเกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งในตอนนั้นเขาต้องการสอบถามความเคลื่อนไหวและการเตรียมการจัดกิจกรรมทางการเมือง นั่นคือครั้งแรกที่ตำรวจมาหาตนถึงที่พัก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมักเลือกใช้วิธีการโทรศัพท์หาอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เคลื่อนไหวจัดการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2563
