Skip to main content
ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ท่ามกลางกระแสความนิยมการใช้สื่อดิจิทัลที่เป็นสื่อใหม่ เช่น สื่อสังคม พ็อดคาสต์ และมิวสิกสตรีมมิงที่สูงขึ้นในปัจจุบัน สื่อวิทยุกระจายเสียงจึงเป็นสื่อเก่าที่คนรุ่นใหม่หลายคนไม่เคยเปิดรับฟังหรือเปิดรับฟังน้อยครั้งมากแบบไม่ได้ตั้งใจและนับครั้งได้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้สื่อที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่สำหรับคนที่เกิดและเติบโตมากับโลกแอนะล็อกทั้งในยุคเริ่มต้น ยุคทองของวิทยุ และยุคที่วิทยุเผชิญกับคู่แข่งขันสำคัญคือ โทรทัศน์ วิทยุมีความสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันของคนที่เข้าถึงสัญญาณกระจายเสียง ทั้งบทบาทของการให้ความบันเทิงและข้อมูลข่าวสาร เป็นสื่อที่ผู้ฟังสามารถทำงานไปพร้อมกับการเปิดรับและไม่จำเป็นต้องมีทักษะการอ่านออกเขียนได้ที่ต้องใช้เมื่อต้องการเข้าถึงสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ และเอกสารอื่น

ก่อนปี พ.ศ. 2540 ในยุคที่รัฐเป็นเจ้าของวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุจำนวนมากดำเนินกิจการให้บริการในกรุงเทพฯ เพื่อคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนคนที่อยู่ห่างไกลจากปริมณฑลประมาณ 200-300 กิโลเมตร หากต้องการเปิดรับข่าวสารและรายการที่มีเนื้อหาหลากหลายจากวิทยุในระบบเอฟ.เอ็ม. ต้องหาซื้อเสาเฉพาะ ติดตั้งในที่สูงและปรับทิศทางของเสารับสัญญาณหาคลื่นสถานีที่สนใจเพื่อให้สามารถรับฟังรายการนั้นได้ แม้บางวันสัญญาณรับได้ไม่ชัดเจนแต่ก็ต้องทน ยกเว้นช่วงเวลากลางคืนหรือหลังฝนตกเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขยิ่ง เพราะได้ฟังรายการที่ตอบสนองความต้องการของตนเองได้ชัดเจน ไม่มีสัญญาณรบกวนหรือมีน้อย สำหรับคนที่ห่างไกลนอกรัศมีของสัญญาณ เช่น ตาก เชียงราย น่าน สงขลา พัทลุง นราธิวาส ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย อุบลราชธานี กาญจนบุรี และตราด ไม่มีช่องทางอื่นใดที่จะได้เลือกรับฟังรูปแบบรายการ (ลักษณะ/วิธีการนำเสนอ) และเนื้อหารายการ (สาร/สาระ/เรื่อง) ที่หลากหลายพร้อมระบบการกระจายเสียงที่มีคุณภาพดังกล่าว

ตัวอย่างรายการวิทยุที่คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้เข้าถึง แต่คนที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัดไม่มีโอกาสเข้าถึง เช่น รายการเพลงใหม่ที่ออกอากาศก่อนใครหรือไม่มีให้ฟังในต่างจังหวัด รายการที่นำเสนอเพลงสากลด้วยภาษาอังกฤษ รายการสาระเกี่ยวกับรถยนต์จากผู้เชี่ยวชาญ รายการพูดคุยประเด็นข่าวสำคัญที่ทันเหตุการณ์ และรายการเปิดสายหน้าไมค์ให้คนเมืองหลวงมีส่วนร่วมในแบบต่าง ๆ เช่น รายงานจราจร แจ้งของลืม/ของหาย แจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหาและความช่วยเหลือ 

ต่อมามีการเคลื่อนไหวทางสังคมจนนำไปสู่การเปลี่ยนการถือครองคลื่นความถี่จากรัฐสู่องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ระบุให้ “คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และวิทยุโทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ” และถูกแก้ไขในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 สมัยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรี ระบุให้ “รัฐต้องรักษาไว้ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน” โดยให้ความสำคัญกับประเทศชาติและความมั่นคง ลดทอนนัยของ “ประโยชน์สาธารณะ” (public interest)

ปัจจุบัน ผู้ประกอบกิจการสื่อกระจายเสียงในกรุงเทพฯ มีจำนวนแตกต่างจากจำนวนผู้ประกอบกิจการในต่างจังหวัด ดังตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างกรุงเทพฯ กับบางจังหวัด ดังนี้

ประเภท

บริการสาธารณะ

ธุรกิจ

ชุมชน

รวม

จังหวัด

วิทยุหลัก*

วิทยุทดลอง**

วิทยุหลัก

วิทยุทดลอง

วิทยุทดลอง

 

กรุงเทพฯ

53

22

8***

64

5

152

กาญจนบุรี

6

8

1  (อสมท.)

32

3

50

เชียงราย

12

9

1  (อสมท.)

75

7

104

หนองคาย

3

7

1  (อสมท.)

43

-

54

ตราด

2

3

1  (อสมท.)

7

-

13

ยะลา

8

3

1  (อสมท.)

9

-

21

ข้อมูล จากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ณ วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567

* วิทยุหลัก คือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง (ผู้ประกอบกิจการรายเดิม กิจการบริการสาธารณะมีทั้งระบบเอฟ.เอ็ม.และเอ.เอ็ม. ส่วนวิทยุธุรกิจมีเฉพาะระบบเอฟ.เอ็ม.(รวมรายใหม่))

** วิทยุทดลอง คือ ผู้ทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟ.เอ็ม. (ผู้ประกอบกิจการรายใหม่)

*** บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (รัฐวิสาหกิจ) จำนวน 6 สถานี และบริษัทเอกชน 2 ราย

สถานีวิทยุต่างจังหวัดหรือวิทยุท้องถิ่น มีความแตกต่างเชิงพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งและรัศมีของสัญญาณให้บริการหรือกำลังส่งของเครื่องส่ง/ความสูงของสายอากาศ จังหวัดขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มากและหรือจำนวนประชากรและบ้านมากมีจำนวนสถานีแตกต่างจากจังหวัดขนาดกลางและเล็ก อำเภอเมืองและต่างอำเภอของแต่ละจังหวัดก็มีจำนวนสถานีแตกต่างกัน ในบางอำเภอถูกครอบงำโดยกิจการธุรกิจ (ไม่นับรวมกิจการบริการสาธารณะที่มีผู้ผลิต/ผู้ร่วมผลิตรายการไม่ต่างจากกิจการบริการธุรกิจ) บางจังหวัดและบางพื้นที่ในจังหวัด ไม่มีกิจการบริการชุมชน

วิทยุต่างจังหวัดจำนวนมากให้บริการสำหรับกลุ่มผู้ฟังผู้สูงวัย โดยมีเพลงเพื่อความบันเทิงอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะเพลงย้อนยุคทั้งลูกทุ่ง ลูกกรุง สตริง เพื่อชีวิต และเพลงท้องถิ่น (นอกเหนือจาก “ข่าวภาคบังคับ” และข่าวสารเพื่อการบริการสาธารณะของหน่วยงานรัฐ) วิทยุธุรกิจบางแห่งไม่มีนักจัดรายการ ออกอากาศเพลงสลับสปอตโฆษณาอัตโนมัติจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บางสถานีใช้โปรแกรมก่อกำเนิดเสียง(voice generator) หรือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่แปลงข้อความเป็นคำพูดแทนนักจัดรายการ เรียกว่า “ดีเจโรบอท” รายการเพลงที่มีนักจัดรายการและเปิดสายหน้าไมค์ให้ผู้ฟังร้องเพลงสดและขอเพลง ผู้ฟังมีส่วนร่วมอย่างมากเพื่อ “ขอเพลง...มอบให้กับ...(ชื่อน้อง พี่ ลุง ป้า น้า อา และดีเจ) และทุกเสียงทุกสาย” เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในกลุ่มผู้ฟัง แต่บางส่วนเข้าข่ายเป็นเรื่องส่วนตัว เฉพาะกลุ่ม และชู้สาว

โฆษณาที่คนต่างจังหวัดได้รับอย่างมากจากการเปิดวิทยุ คือ การโฆษณายา สมุนไพรบำรุงร่างกาย กาแฟ/ผลิตเสริมสมรรถนทางเพศ เครื่องสำอาง ยาสีฟันและสบู่ ปุ๋ยและยาของกิจการธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่สถานีเป็นเจ้าของสินค้าหรือเป็นตัวแทนจำหน่าย (เป็นการประกอบกิจการคู่ขนาน บางแห่งการประกอบกิจการวิทยุไม่ใช่ธุรกิจหลัก) รวมทั้งการโฆษณาสินค้าดังกล่าวของธุรกิจขนาดใหญ่ในสถานีบริการสาธารณะของรัฐที่เป็นวิทยุหลักที่มีผู้ผลิต/ผู้ร่วมผลิตรายการและในสถานีธุรกิจระดับชาติ ทั้งในรูปแบบการพูดบรรยายสรรพคุณ สปอตโฆษณา เพลงโฆษณา และการสอบถามผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อยืนยันสรรพคุณของสินค้า ในขณะที่วิทยุเมืองหลวง มีรายการที่หลากหลายมากกว่า เช่น รายการเพลงสากลพร้อมข่าวต้นชั่วโมงภาษาอังกฤษจากต่างประเทศอย่างบรรษัทกระจายเสียงและแพร่ภาพอังกฤษ (BBC) รายการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง และรายการวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน

เด็กต่างจังหวัดหรือเด็กบ้านนอกที่ต้องการเปิดรับฟังรายการภาคภาษาอังกฤษทั้งเพลงและข่าว เพื่อฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งทักษะการฟังและการพูด ยังคงไม่มีโอกาส ยกเว้นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ติดกับประเทศมาเลเซียและสามารถเปิดรับฟังสถานีวิทยุภาคภาษาอังกฤษของสถานีวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติแห่งมาเลเซีย (RTM) ได้หรือคนในพื้นที่ติดกับ สปป. ลาว สามารถเปิดฟังรายการภาคภาษาอังกฤษของสถานีวิทยุสากลแห่งประเทศจีน ประจำลาวได้ (ทางเลือกที่หลากหลายจากการให้บริการกระจายเสียงข้ามพรมแดนของประเทศเพื่อนบ้าน) รวมทั้งคนที่อยู่อำเภอ/จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวและผู้อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษจำนวนมากและมีวิทยุธุรกิจท้องถิ่นภาษาอังกฤษ อาทิ หัวหิน พัทยา อำเภอเมืองเชียงใหม่

ชาวบ้านในท้องถิ่นที่ต้องการข่าวสารเพื่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมโดยรวมทั้งทางการเมือง ประชาธิปไตย และเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม (ไม่ใช่บางช่วงรายการหรือข่าวต้นชั่วโมงที่รับสัญญาณจากกรุงเทพฯ หรือรายการข่าวซ่อนแทรกข่าวภารกิจหน่วยงานรัฐ และรายการข่าวสารภารกิจของหน่วยงานรัฐผู้รับใบอนุญาต) ผู้พิการทางการมองเห็นหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการมองเห็น เช่น ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัดเจน และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านตำบลห่างไกลหรือพื้นที่สูงต้องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย กลุ่มคนเหล่านี้ขาดโอกาสเข้าถึงสื่อกระจายเสียงที่มีความหลากหลายตั้งแต่เกิดและเติบโต คนต่างจังหวัดเหล่านี้ ผู้เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ผู้ไม่มีความผิดใดที่เกิดและเติบโตในพื้นที่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่เมืองหลวง แต่ถูกเลือกปฏิบัติ

“ความหวัง” ที่จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการสื่อกระจายเสียงและแพร่ภาพเป็นประโยชน์สาธารณะอย่างทั่วถ้วน กลายเป็น “ความฝัน” เพราะไม่เคยปรากฏในยุคใด นับจากรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 เป็นเวลากว่า 20 ปี หรือมากกว่า 90 ปี หากนับจากมีวิทยุครั้งแรกของประเทศในกรุงเทพฯ คนต่างจังหวังถูกลิดรอนสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียงมาโดยตลอด ปัจจุบันยังถูกบังคับให้เลือกเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเพื่อความเท่าเทียมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ต้องมีค่าใช้จ่าย

รัฐคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ?

การจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความหลากหลายและความสมดุลในทุกพื้นที่ เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ของการเข้าถึงสื่อกระจายเสียงของทุกคน ไม่ผลักหรือบังคับโดยอ้อมให้ไม่มีทางเลือกและต้องเลือกเขาถึงสื่ออื่นที่มีค่าใช้จ่าย ทั้งยังต้องยอมเปิดรับโฆษณา ต่างตอบแทนเพื่อการเข้าถึงสื่อที่เป็นทรัพยากรหรือสมบัติของชาติเพื่อประโยชน์ของพลเมืองทุกคน


 

ที่มาภาพ: www.flickr.com/prakob

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง