แม้กิจการกระจายเสียงธุรกิจเริ่มต้นขึ้นบนโลกก่อนกิจการลักษณะอื่น แต่การประกอบกิจการกระจายเสียงที่สมดุลมักประกอบด้วยทั้งกิจการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์สาธารณะ (public interest) กิจการบริการธุรกิจเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ (commercial interest) และกิจการบริการชุมชนเพื่อประโยชน์สาธารณะในระดับชุมชน (community interest) ไม่นับรวมกิจการกระจายเสียงและแพร่ภาพของรัฐ/รัฐบาล (state/government broadcasting) ที่รัฐเป็นเจ้าของ ควบคุม และดำเนินการเพื่อประโยชน์ของรัฐ/รัฐบาล (state/government interest) หรือประโยชน์ของชนชั้นนำหรือผู้นำ ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงหรือเครื่องมือของผู้มีอำนาจในขณะนั้น ไม่มีความเป็นอิสระและยากที่จะรักษาเป็นกลางทางการเมืองได้
ปัจจุบัน มีจำนวนผู้ประกอบกิจการสื่อกระจายเสียงประเภท/ระดับต่างๆ ดังนี้
บริการสาธารณะ | กิจการทางธุรกิจ | บริการชุมชน | |||||
วิทยุหลัก* | วิทยุทดลอง** | วิทยุหลัก | วิทยุทดลอง | วิทยุทดลอง | |||
390 | 591 | 68 | 3,056 | 156 | |||
ประเภทที่ 1 | ประเภทที่ 2 | ประเภทที่ 3 | ระดับชาติ | ระดับภูมิภาค | |||
22 | 248 | 120 | 57 | 11 | |||
ข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ณ วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567
* วิทยุหลัก คือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง (ผู้ประกอบกิจการเดิม และมีรายใหม่จำนวน 2 รายที่เพิ่งได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ระบบเอฟ.เอ็ม. กำลังส่งต่ำ)
** วิทยุทดลอง คือ ผู้ทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟ.เอ็ม. (ผู้ประกอบกิจการรายใหม่)
ผู้ให้บริการสาธารณะที่เป็นวิทยุหลักประเภทที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นวิทยุสถาบันอุดมศึกษา ประเภทที่ 2 เป็นวิทยุทหาร ตำรวจ และกรมอุตุนิยมวิทยา และประเภทที่ 3 คือ วิทยุกรมประชาสัมพันธ์ และวิทยุรัฐสภา วิทยุประเภทที่ 2 ที่เป็นวิทยุทหารและวิทยุตำรวจมีจำนวนมากที่สุด โดยมีมากกว่าประเภทอื่นหลายเท่าตัวครอบคลุมทั่วประเทศและจำนวนมากมีบริษัทเอกชนผู้ผลิต/ผู้ร่วมผลิตรายการ (มักเป็นรายเดิมที่เคยได้รับสัมปทานในอดีต) ที่ดำเนินการในลักษณะที่ไม่ต่างจากวิทยุธุรกิจ ส่วนวิทยุทดลอง เป็นวิทยุสถานศึกษา วิทยุองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวิทยุศาสนาทั้งพุทธ คริสต์และอิสลาม ฯลฯ
วิทยุธุรกิจให้บริการระดับชาติมีผู้ประกอบกิจการ 2 ราย คือ อสมท. (รัฐวิสาหกิจ) (47 จังหวัด) และบริษัทเอกชนอีก 1 ราย วิทยุธุรกิจระดับภูมิภาคมีผู้ประกอบกิจการในกรุงเทพฯ 1 ราย ภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น 2 ราย ส่วนร้อยเอ็ด มหาสารคาม อุบลราชธานี ยโสธร และชัยภูมิจังหวัดละ 1 ราย ภาคใต้ที่ภูเก็ต 2 ราย และนราธิวาส 1 ราย สังเกตได้ว่าเป็นจังหวัดที่ “คุ้มค่าการลงทุน” ส่วนวิทยุทดลองมีทั้งระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น (ข้อมูล กสทช. ไม่ได้จำแนก) วิทยุธุรกิจส่วนหนึ่งต้องอาศัยธุรกิจของผู้ประกอบกิจการ/ผู้ผลิต/ผู้ร่วมผลิตรายการหรือเครือข่ายภาคธุรกิจอื่นเป็นช่องทางรายได้เพื่อใช้ดำเนินการ
วิทยุชุมชนประกอบด้วยวิทยุศาสนา วิทยุองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิทยุโรงเรียน วิทยุโรงพยาบาล (ตามกฎหมายกลุ่มนี้จัดอยู่กลุ่มกิจการบริการสาธารณะได้) วิทยุส่วนบุคคล วิทยุภาคประชาชน และวิทยุภาคประชาสังคม ซึ่งบางส่วนออกอากาศผ่านทางเว็บไซต์คู่ขนานกับการกระจายเสียงในระบบเอฟ.เอ็ม. เช่นเดียวกับวิทยุสาธารณะและวิทยุธุรกิจ (ผู้ประกอบกิจการทั้งในระบบเอ.เอ็ม.และเอฟ.เอ็ม.)
หากยึดตามแนวคิดสำคัญของการประกอบกิจการบริการสาธารณะที่ประกอบด้วย (1) การเข้าถึง (access) โดยเฉพาะบริการเพื่อการเข้าถึงอย่างทั่วถ้วน (universality) (2) ความเป็นอิสระ (independence) (3) ความหลากหลาย (diversity) (4) การมีส่วนร่วม (participation) (5) ความเสมอภาค (equity) (6) ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว (unity) และ (7) อัตลักษณ์ของชาติ (national identity) เรายังไม่เคยมีประสบการณ์ได้รับฟัง “วิทยุบริการสาธารณะ” (public service radio) ที่หลายประเทศ เช่น อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาตินี้เพื่อประโยชน์ต่อพลเมืองทุกคน (แม้มีประเด็นโต้แย้งถึงความเป็นอิสระที่แท้จริงในบางยุคสมัยและในบางประเทศ)
คนไทยควรได้รับการบริการสื่อกระจายเสียงสาธารณะในระดับประเทศ/ชาติเพื่อเป็นหลักประกันความเท่าเทียมในการเข้าถึงสื่อกระจายเสียง ที่ดำเนินการโดยองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไทยพีบีเอส หน่วนงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่แสวงผลกำไร มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตที่เก็บจากสุราและยาสูบ ดำเนินการเพื่อการรับรู้ข่าวสารอย่างเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งขณะนี้ดำเนินการสื่อโทรทัศน์เท่านั้น (นอกเหนือจากสื่อดิจิทัลอื่น อาทิ ไทยพีบีเอสพอดคาสต์) โดยควรดำเนินการสถานีในระดับท้องถิ่นร่วมด้วยเพื่อหนุนเสริมการกระจายข้อมูลข่าวสารในระดับท้องถิ่นและนำรายการและข้อมูลท้องถิ่นดังกล่าวใช้ประโยชน์เพื่อการกระจายเสียงระดับประเทศและใช้ประโยชน์ในฐานช่องทางดิจิทัล (digital platform) อื่น
อีก 20 ปีข้างหน้า วิทยุกระจายเสียงแทบไม่มี “มูลค่า” ทางเศรษฐกิจ และไม่มี “คุณค่า” ทางสังคม หากยังอยู่ในสภาพเช่นปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่มีบทบาทสำคัญในการให้ความบันเทิงและโฆษณา บทบาทเพื่อ “ความมั่นคง” และเป็นเครื่องมือสื่อสารของรัฐและรัฐบาล โดยเฉพาะเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ฟังสูงวัย ในขณะที่การเปิดรับวิทยุกระจายเสียงมีจำนวนลดลงมากในกลุ่มคนที่เกิดในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพราะมีสื่อทางเลือกดิจิทัลที่สามารถตอบสนองความต้องการและความสนใจได้มากกว่า เนื้อหามีความหลากหลาย และมีอิสระในการเข้าถึงเนื้อหาเฉพาะบุคคลที่เลือกได้ตามต้องการพร้อมอัลกอริทึมที่ช่วยคัดสรรและป้อนให้ได้อย่างตรงใจ ทั้งนี้ วิทยุกระจายเสียงจะยังมีมูลค่าและคุณค่า ก็คงเฉพาะกับพลเมืองที่มีข้อจำกัดทางการศึกษาและเศรษฐกิจ เช่น พลเมืองที่ไม่สามารถเข้าสู่การศึกษาภาคบังคับอย่างสมบูรณ์พร้อมและไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเนื้อหาดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ได้เพราะไม่สามารถจ่ายค่าใช้บริการได้เพราะความยากจนหรือมีรายได้น้อย
การเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ทำให้มองโลกและมอง “ชาติ” จากหลากหลายมิติ/มุมมอง มีความเข้าใจสิทธิและเสรีภาพตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน รวมทั้งมีความสนใจ แสดงออกและมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจริงจัง เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่า มิได้เกิดจากการทำหน้าที่หรือเป็นบทบาทของวิทยุแอนะล็อกหรือโทรทัศน์ดิจิทัลในปัจจุบัน แต่ทว่าส่วนสำคัญส่วนหนึ่งเกิดจากสื่อดิจิทัลที่เป็นสื่อใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อสังคมที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันของคนปัจจุบันบนโลกและมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองดังปรากฏจากการปฏิวัติอาหรับ (Arab Uprisings) มาแล้ว
สื่อกระจายเสียงจะเป็น “สื่อที่มีค่า” ต่อสังคม เมื่อในระบบนิเวศมีวิทยุบริการสาธารณะตามแนวคิดสำคัญของการประกอบกิจการบริการสาธารณะ ที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายและวัตถุประสงค์เฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการของคนทุกกลุ่มบนฐานความหลากหลายและความเสมอภาค ไม่เห็นผู้ฟังเป็น “ลูกค้า” หรือเป็น “สินค้า” ขายให้แก่เจ้าของสินค้า/ผู้โฆษณา หรือเป็น “เป้าหมายทางความมั่นคง” และโดยเฉพาะการคำนึงถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนเพื่อเปิดทางเลือกการเข้าถึงสื่อสาธารณะ ใช้ประโยชน์ และมีส่วนร่วมในกิจการบริการสาธารณะทั้งกิจการกระจายเสียงและฐานช่องทางดิจิทัลบริการสาธารณะ
ในระบบนิเวศสื่อกระจายเสียงที่ประกอบด้วยกิจการบริการสาธารณะ (ตามแนวคิดสำคัญ) กิจการบริการธุรกิจ และกิจการบริการชุมชน ที่มีความสัมพันธ์อย่างสมบูรณ์ ต่างมีบทบาทและหน้าที่ในฐานะสื่อที่ถ่วงดุลและตรวจสอบ/กำกับดูแลกันและกัน หนุนเสริมสิ่งที่เป็นสาธารณะประโยชน์ของสังคมและประเทศชาติร่วมกัน ปกป้องไม่ให้องค์ประกอบหรือกิจการบริการกระจายเสียงใดถูกกลืน/สูญไป คือสิ่งที่รัฐต้องรักษาไว้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน เพื่อสร้างความสมดุลและทางเลือกของข้อมูลข่าวสารในทุกพื้นที่ ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อใช้สื่อหรือต้องอาศัยวิทยุชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน (เฉพาะพื้นที่ที่รับสัญญาณกระจายเสียงได้) หรือต้องอาศัยจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นปัจจัยหลักในการให้ได้มา ที่สำคัญคือ เพื่อเป้าหมายในการสร้างและหนุนเสริมสังคมแห่งความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอย่างเสมอภาค อันเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาสังคมและประเทศ/ชาติ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
