iLaw บันทึกเหตุการณ์วุ่นวายก่อนเริ่มการไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลของ “อานนท์” วันนี้ หลังศาลพยายามกลับลำสั่งพิจารณาคดีลับ ให้ประชาชนที่มารอรับฟังการไต่สวนออกจากห้องพิจารณา อานนท์ถอดเสื้อประท้วงถามศาลจะให้ประชาชนนั่งดูการพิจารณาหรือไม่ สุดท้ายผู้พิพากษายอมให้ประชาชนรับฟังการไต่สวนคดีได้ ระบุ “ผู้ที่มาดูให้นั่งดู ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโต้เถียงกัน ศาลอนุญาตให้หายใจ แต่ห้ามแอคติ้ง”
5 มี.ค. 2568 ที่ศาลอาญา iLaw บันทึกเหตุการณ์วุ่นวายก่อนเริ่มการไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลของ “อานนท์ นำภา” วันนี้ (5 มี.ค. 2568) หลังเวลา 09.53 น. ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนแจ้งให้ประชาชนที่มารอรับฟังการไต่สวนคดีของศาลออกจากห้องพิจารณา โดยศาลขอให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากห้องพิจารณาคดี เพราะ “เป็นคำสั่งจากผู้บริหาร” โดยให้อยู่ได้เพียงญาติ ภรรยา และลูกสาวของอานนท์
รัษฎา มนูรัษฎา ทนายความของอานนท์พยายามสอบถามศาลผ่านไมโครโฟนว่า คดีนี้ศาลได้สั่งพิจารณาลับหรือไม่ ซึ่งผู้พิพากษาตอบว่า “ไม่ลับ” ทนายรัษฎาจึงยืนยันว่าโดยหลักแล้วต้องพิจารณาโดยเปิดเผย จากนั้นผู้พิพากษาได้เรียกทนายรัษฎาไปคุยกันที่หน้าบัลลังก์และกล่าวทำนองว่าคุยกันไม่จำเป็นต้องออกไมค์
เวลา 10.01 น. ผู้พิพากษาออกจากห้องพิจารณาและกลับเข้ามาอีกครั้งในเวลา 10.07 น. และมีคำสั่งว่าจะดำเนินการไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลในวันนี้เป็นการ “ลับ”
อานนท์ได้โต้แย้งผู้พิพากษาว่า คดีนี้ไม่มีเหตุผลที่จะสั่งพิจารณาเป็นการลับ ศาลระบุ เป็นเหตุเรื่องความสงบเรียบร้อย ย้ำว่า ทุกคนที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกจากห้องยกเว้น “ลูก-เมียอานนท์” ที่สามารถอยู่ได้ แต่ประชาชนที่มารอฟังการไต่สวนของศาลส่วนใหญ่ยังคงนั่งอยู่ในห้องพิจารณาไม่ยอม
เวลา 10.12 น. จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความของอานนท์อีกคนหนึ่งลุกขึ้นแถลงต่อศาลผ่านไมโครโฟนถึงหลักการพิจารณาอย่างสุจริตและเที่ยงธรรมที่เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน แต่ศาลพยายามเรียกมาพูดคุยที่หน้าบัลลังก์โดยไม่ต้องใช้ไมโครโฟน แต่ทนายจันทร์จิราปฏิเสธขอพูดคุยอย่างเปิดเผยเป็นกิจจะลักษณะให้ทุกคนที่อยู่ในห้องพิจารณารับรู้ด้วย มีช่วงหนึ่งที่ปผู้พิพากษาได้พูดกับทนายจันทร์จิราว่า “หมวย (เรียกชื่อเล่นของทนายจันทร์จิรา) ผมมีความอะลุ้มอล่วยที่สุดแล้วเขาถึงให้ผมมานั่งไต่..ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ ทำให้เสร็จแล้วกลับบ้าน”
เวลา 10.15 น. ผู้พิพากษาอีกคนหนึ่งที่ดูมีอายุกว่าขึ้นมานั่งบนบัลลังก์ และย้ำให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องออกจากห้องพิจารณาคดี แต่ประชาชนที่นั่งอยู่ยืนยันไม่ยอมออก ทนายรัษฎาแถลงศาลอีกครั้งว่า การสั่งพิจารณาลับจะต้องมีกฎหมายรองรับ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนระบุว่า เหตุผลของการสั่งลับ คือ ความสงบเรียบร้อย คาดการณ์ว่าจะมีความไม่สงบเรียบร้อยจึงสั่งก่อน มีช่วงหนึ่งที่ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนกล่าวว่า “ผมไม่ได้อยาก (สั่งลับ) ผู้บังคับบัญชาสั่ง ไม่ได้ต้องการด้วย”
ต่อมาผู้พิพากษาที่มีอายุอีกท่านหนึ่งกล่าวว่า การพิจารณาคดีลับหรือไม่ลับให้เป็นการใช้ดุลพินิจของศาล ท่านจะมาโต้อะไรงานไม่เดิน ทนายจันทร์จิรากล่าวว่า เป็นหน้าที่ที่ต้องโต้แย้งไปตามหลักการและรักษาผลประโยชน์ให้ลูกความ
เวลา 10.22 น. อานนท์ลุกขึ้นแถลงต่อศาลกล่าววา ชาวบ้านที่มาศาลก็มาเพื่อดูว่าการพิจารณาคดีเป็นอย่างไรและมีความเป็นธรรมหรือไม่ ในฐานะที่ตัวเขาเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ยินดีที่จะถูกคดีละเมิดอำนาจศาลอีกรอบ จากนั้นถอดเสื้อออกเพื่อเป็นการประท้วงว่า คำสั่งให้พิจารณาคดีลับไม่เป็นธรรม ผู้พิพากษาที่มีอายุถามว่า ถอดเสื้อทำไม ใส่เสื้อเถอะ อานนท์ถามว่า ท่านจะให้ชาวบ้านนั่งดูการพิจารณาหรือไม่ ผู้พิพากษาที่มีอายุกล่าวว่า ศาลให้ท่านใส่เสื้อ อานนท์ถามอีกว่า ท่านจะให้ชาวบ้านดูได้หรือไม่ ผู้พิพากษาที่มีอายุกล่าวว่า ท่านอย่านำเรื่องนี้มาเป็นเงื่อนไขกับศาล ศาลไม่ได้เป็นคู่กรณี ศาลบอกให้ท่านใส่เสื้อก่อน ศาลไม่ได้ไล่ใครเลย จากนั้นเวลา 10.25 น. อานนท์จึงสวมเสื้อ
ประชาชนที่มาดูการไต่สวนคดีของศาลครั้งนี้มีจำนวน 21 คน
เวลา 10.35 น. ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนกล่าวว่า วันนี้ศาลจะไต่สวน ชาวบ้านรับปากได้ไหมว่า จะไม่รุ่มร่ามกับกระบวนการพิจารณาคดี ประชาชนที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณาทุกคนรับปาก ขณะที่ผู้พิพากษาที่มีอายุกล่าวทำนองว่า “ผู้ที่มาดูให้นั่งดู ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องโต้เถียงกัน ศาลอนุญาตให้หายใจแต่ห้ามแอคติ้ง”
ก่อนเริ่มการไต่สวนผู้พิพากษาย้ำเรื่องการใช้เครื่องมือสื่อสารระหว่างการพิจารณา iLaw ระบุว่า มีการยึดโทรศัพท์มือ ส่วนทางฝั่งผู้ถูกกล่าวหาได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนคดีนี้ด้วยระบบการบันทึกวิดีโอ ระบบนี้จะทำให้ทุกคำพูดของทั้งผู้พิพากษา พยาน ทนายความ และทุกคนในห้องถูกบันทึกไว้โดยคู่ความทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงและตรวจสอบข้อเท็จจริงในไฟล์วิดีโอได้ แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องให้มีการไต่สวนไปโดยปกติ
คดีนี้อานนท์ถูกฟ้องละเมิดอำนาจศาล จากกรณีที่เคยถอดเสื้อประท้วงระหว่างการพิจารณาคดี ม.112 ม็อบแฮร์รี่ พอตเตอร์ 1 โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2567 ระหว่างการพิจารณาคดีศาลปฏิเสธไม่ออกหมายเรียกพยานเอกสารสำคัญที่จะใช้ถามค้านพยานโจทก์ ได้แก่ ตารางการเดินทางของรัชกาลที่ 10 และเอกสารเกี่ยวกับงบประมาณให้ อ้างว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ ม.6 ให้ทนายความถามค้านพยานโจทก์โดยไม่มีพยานเอกสาร อานนท์จึงได้ถอดเสื้อและถอนทนายความ ประท้วงการไม่ออกหมายเรียกของศาล ไม่ขอร่วมการพิจารณาคดี ไม่ถามค้าน และไม่นำเสนอพยานฝั่งจำเลยอีกต่อไป นำมาสู่การถูกตั้งข้อหาเป็นคดีละเมิดอำนาจศาล
