จากรายงานที่เก็บข้อมูลจากแรงงานกว่า 3,000 คน ที่เข้าอังกฤษด้วยวีซ่าพนักงานด้านบริการสุขภาพและการดูแล พบคุณภาพชีวิตย่ำแย่ง ถึงขั้นต้องแชร์เตียง-นอนกลางแจ้ง และถูกเรียกเก็บเงินหลายพันปอนด์ในค่าธรรมเนียมที่ผิดกฎหมาย สหภาพแรงงาน UNISON เรียกร้องรัฐบาลปฏิรูประบบการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะช่วยป้องกันการเอารัดเอาเปรียบและยกระดับมาตรฐานทั่วทั้งภาคการดูแล
แรงงานข้ามชาติทำงานภาคการดูแลในสหราชอาณาจักร กำลังถูกเอาเปรียบอย่างหนัก ต้องนอนรวมเตียงกับคนอื่น บางรายต้องนอนกลางแจ้ง และถูกเรียกเก็บเงินหลายพันปอนด์อย่างผิดกฎหมายเพื่อให้ได้ทำงาน จากการเปิดโปงของสหภาพแรงงาน UNISON เมื่อช่วงเดือน ก.พ. 2025
พนักงานดูแลต่างชาติบางรายต้องจ่ายเงินกว่า 20,000 ปอนด์ให้นายหน้าเพื่อแลกกับงานก่อนเดินทางมาถึง ตามรายงาน "Caring at a Cost" หลังจากนั้น พวกเขามักถูกจัดให้อยู่ในที่พักแออัด ไม่ได้มาตรฐาน และเผชิญกับการเหยียดเชื้อชาติรุนแรงในที่ทำงาน
รายงานนี้มาจากการสำรวจโดย UNISON ที่เก็บข้อมูลจากแรงงานกว่า 3,000 คน ที่เข้าอังกฤษด้วยวีซ่าพนักงานด้านบริการสุขภาพและการดูแล ถือเป็นงานวิจัยสำคัญชิ้นแรกเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติในภาคการดูแลที่จัดทำโดยสหภาพแรงงานนี้
ผลสำรวจพบว่า 15% ของแรงงานจ่ายเงินให้นายจ้าง และ 9% จ่ายให้นายหน้าก่อนเดินทางมาประเทศนี้ เพื่อแลกกับการได้งานทำในช่วงที่ภาคการดูแลกำลังขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก ตามที่ UNISON ระบุ
สหภาพแรงงานเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามารับผิดชอบการสนับสนุนแรงงานต่างชาติในภาคการดูแลแทนนายจ้าง UNISON ชี้ว่าระบบปัจจุบันที่ให้บริษัทเป็นผู้สนับสนุนวีซ่าแรงงาน เปิดช่องให้นายจ้างไม่ซื่อสัตย์ใช้อำนาจในทางมิชอบได้
พนักงานที่กล้ารายงานการกระทำผิดมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากนายจ้างที่ไร้จรรยาบรรณมักขู่จะเนรเทศพวกเขาหากกล้าคัดค้านการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมในสถานที่ทำงาน ตามคำเตือนของสหภาพแรงงาน
การเรียกเก็บเงินที่ผิดกฎหมายและสภาพการจ้างงานที่เลวร้าย
UNISON เตือนว่าหากบริษัทดูแลล้มละลาย พนักงานทั้งหมดจะสูญเสียงานทำ แต่แรงงานต่างชาติจะเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติม คือการถูกเนรเทศออกนอกประเทศหากไม่สามารถหาผู้สนับสนุนวีซ่ารายใหม่ได้ภายใน 60 วัน
รายงาน "Caring at a Cost" นำเสนอข้อมูลจากแรงงานที่มาจากซิมบับเว อินเดีย ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่เข้ามาทำงานในสหราชอาณาจักร การศึกษาเปิดเผยถึงสภาพการปฏิบัติที่เลวร้ายที่แรงงานเหล่านี้ต้องเผชิญจากนายจ้างบางราย ตามที่ UNISON ระบุ
พนักงานดูแลจำนวนมากรายงานว่าต้องจ่ายเงินกว่า 10,000 ปอนด์เพื่อแลกกับคำมั่นว่าจะได้ช่วงเวลาทำงานในสถานดูแลที่พักอาศัย บ้านส่วนบุคคล และสถานที่อื่นๆ ในภาคการดูแลทางสังคมสำหรับผู้ใหญ่
กรณีหนึ่งที่น่าตกใจคือพนักงานดูแลรายหนึ่งจ่ายเงินถึง 13,500 ปอนด์เพื่อรับใบรับรองการสนับสนุนจากตัวแทนที่สัญญาว่าจะหางานในสหราชอาณาจักรให้ แต่กลับไม่มีงานทำเลยตลอดระยะเวลาหนึ่งปี
สำหรับพนักงานที่จ่ายค่าธรรมเนียมให้นายจ้างก่อนเดินทางมาอังกฤษ ส่วนใหญ่ (70%) ระบุว่าจ่ายเพื่อการจัดหางาน รองลงมาคือค่าวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าดำเนินการเอกสาร ค่าฝึกอบรม และค่าที่พัก
ประมาณ 18% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่านายจ้างหักเงินจากเงินเดือนของพวกเขาหลังจากเดินทางมาถึงสหราชอาณาจักร โดยอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ ค่าเครื่องแบบ ค่ารถยนต์ เงินกู้ ค่าฝึกอบรม ค่าห้องโรงแรม และค่ารับจากสนามบิน นอกจากนี้ UNISON ยังพบว่ามีแรงงานจำนวนหนึ่ง (4%) ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับการปลดจากสัญญากับนายจ้างในภาคการดูแลทางสังคม ทั้งที่การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมาย
ปัญหาด้านค่าตอบแทนส่งผลกระทบต่อแรงงานต่างชาติในภาคการดูแลถึง 31% โดยปัญหาที่พบรวมถึงการไม่ได้รับค่าเดินทางระหว่างการเยี่ยมผู้ป่วยตามบ้าน และไม่มีเงินชดเชยยามเจ็บป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ บางรายประสบปัญหาได้รับค่าจ้างล่าช้า หรือถูกนายจ้างหักเงินเดือนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
มากกว่า 1 ใน 4 (27%) ของแรงงานต่างชาติได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายที่ 11.44 ปอนด์ต่อชั่วโมง และอีก 13% ได้รับค่าจ้างน้อยกว่าพนักงานดูแลชาวอังกฤษ
รายงานยังเปิดเผยข้อมูลน่าตกใจเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่บริษัทดูแลไม่จ่ายค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม UNISON รายงานว่า 75% ของผู้ได้รับผลกระทบประสบปัญหาเงินไม่พอใช้ และ 57% ไม่สามารถจ่ายค่าสาธารณูปโภคได้
แรงงานบางคนต้องยืมเงินเพื่อไปทำงาน ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า หรือต้องอดมื้ออาหาร ที่น่าตกใจคือมีพนักงานรายหนึ่งต้องนอนกลางแจ้งเพราะนายจ้างไม่จ่ายเงินค่าฝึกงานในช่วงติดตามเรียนรู้งานจากเพื่อนร่วมงาน
สภาพความเป็นอยู่และการเหยียดเชื้อชาติในที่ทำงาน
รายงานพบว่า 31% ของแรงงานต่างชาติระบุว่านายจ้างจัดหาที่พักให้ โดย 9% บอกว่าที่พักอยู่ในสภาพเลวร้าย
ที่น่าตกใจคือ 24% ของผู้อยู่ในที่พักของบริษัทต้องแชร์ห้องนอนกับคนอื่น มีกรณีที่ 15 คนอยู่ในอพาร์ตเมนต์ห้องเดียว และอีกกรณีที่ 9 คนแชร์บ้าน 3 ห้องนอน
46% ของแรงงานต่างชาติประสบการเหยียดเชื้อชาติในที่ทำงาน ทั้งถูกดูถูกและถูกทำร้ายร่างกาย โดยผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่พวกเขาดูแล
36% รายงานว่าพวกเขาหรือเพื่อนร่วมงานถูกขู่ว่าจะถูกไล่ออกหากร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
UNISON ชี้ว่านายจ้างใช้การสนับสนุนวีซ่าเป็นเครื่องมือข่มขู่แรงงาน พนักงานที่ถูกเอาเปรียบและทำงานหนักเกินไปยากที่จะให้บริการคุณภาพสูง และมักลาออก ซึ่งยิ่งทำให้ขาดแคลนแรงงาน
ข้อเรียกร้องและแนวทางการแก้ไขปัญหา
ภาคการดูแลต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติเนื่องจากการขาดเงินทุนและวัฒนธรรมค่าแรงต่ำ สหภาพแรงงานเสนอให้เพิ่มค่าจ้างผ่านข้อตกลงการจ่ายค่าตอบแทนที่เป็นธรรมของรัฐบาล
ข้อตกลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างบริการดูแลระดับชาติที่รัฐบาลสัญญาไว้สำหรับอังกฤษ ซึ่งจะยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน และช่วยลดความกดดันต่อระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ตามที่ UNISON ระบุ
คริสตินา แมคเอเนีย (Christina McAnea) เลขาธิการใหญ่ UNISON กล่าวว่า "ข้อค้นพบน่าตกใจเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการเอาเปรียบแรงงานต่างชาติอย่างกว้างขวาง และเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูประบบด้วยบริการดูแลระดับชาติและข้อตกลงค่าจ้างที่เป็นธรรม
"เมื่อค่าจ้างเพิ่มขึ้นตามข้อตกลงที่สัญญาไว้ ภาคการดูแลจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีขึ้นในการจ้างและรักษาแรงงานที่จำเป็นต่อการดูแลประชากรสูงอายุ"
"แรงงานต่างชาติกำลังค้ำจุนภาคส่วนที่กำลังล่มสลาย พวกเขาควรได้รับความเคารพ ไม่ใช่ถูกเอาเปรียบและทารุณกรรม ไม่มีใครสมควรถูกปฏิบัติอย่างน่ารังเกียจเช่นนี้"
"แรงงานบางคนกำลังถูกใช้งานในรูปแบบที่เหมือนแรงงานทาส ซึ่งทั้งผิดศีลธรรมและผิดกฎหมาย พวกเขามาอังกฤษด้วยความหวังว่าจะได้งานและการฝึกอบรม แต่กลับถูกบังคับให้มีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น"
"รัฐบาลต้องปฏิรูประบบสนับสนุนอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการเอาเปรียบและยกระดับมาตรฐานทั่วทั้งภาคการดูแล" แมคเอเนีย กล่าว


