Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สื่อ CNN วิเคราะห์กรณี 'เคียร์ สตาร์เมอร์' นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ลาออก สะท้อนวิกฤตผู้นำตะวันตกที่ชนะเลือกตั้งด้วยความหวัง แต่บริหารไม่ได้ตามสัญญา จากอังกฤษถึงสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ผู้นำประชาธิปไตยตะวันตกต่างเผชิญปัญหาเดียวกัน คือชนะด้วยคำสัญญาเปลี่ยนแปลง แต่ครองอำนาจด้วยความล้มเหลวที่ยิ่งซ้ำเติมความเสื่อมศรัทธาต่อระบบประชาธิปไตย


เคียร์ สตาร์เมอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ | ภาพจาก: FB-Keir Starmer

23 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ CNN รายงานว่า เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ประกาศลาออกเมื่อวันจันทร์ (22 มิ.ย.) หลังดำรงตำแหน่งเพียง 2 ปี แม้จะเพิ่งชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปี 2024 การลาออกครั้งนี้ทำให้อังกฤษกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ในรอบทศวรรษ นับตั้งแต่การลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งสวนทางกับก่อนหน้านั้นที่มีเพียง 4 คนตลอดช่วงสี่ทศวรรษ

ความล้มเหลวของสตาร์เมอร์มีหลายมิติ ทั้งการพลิกจุดยืนนโยบายหลายครั้ง ความขัดแย้งภายในพรรคแรงงาน ราคาค่าครองชีพที่สูง วิกฤตระบบสาธารณสุขและบริการสาธารณะที่แก้ไม่ได้ และการสื่อสารทางการเมืองที่ขาดทิศทางชัดเจน แทนที่จะยุติความวุ่นวาย เขากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน

นักวิเคราะห์ชี้ว่ากรณีของสตาร์เมอร์ไม่ได้โดดเดี่ยว เอมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสกำลังจะออกจากตำแหน่งในปีหน้าหลังล้มเหลวในการปฏิรูปเศรษฐกิจและเผชิญแรงต้านจากสหภาพแรงงาน ช่วงเวลา 2 วาระของเขาเต็มไปด้วยความไม่สงบและนายกรัฐมนตรีที่มาและไป เปิดโอกาสให้พรรคขวาจัด National Rally มีโอกาสชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้า ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ในสหรัฐฯ เผชิญคะแนนนิยมระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จากปัญหาค่าครองชีพที่เขาเคยอ้างเป็นประเด็นชนะเลือกตั้ง แต่กลับมองข้ามเมื่อได้ครองอำนาจ ในเยอรมนี ฟรีดริช เมิร์ซ ยังเป็นที่นิยมต่ำมากหลังรับตำแหน่งได้เพียงปีเดียว

คำถามสำคัญที่บทวิเคราะห์ชิ้นนี้ของ CNN ยกขึ้นมาคือ ปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคลหรือโครงสร้าง ประชาธิปไตยตะวันตกกำลังปกครองไม่ได้แล้วหรือ เพราะแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก สื่อสังคมออนไลน์ สถาบันที่เสื่อมศักดิ์ศรี และความคาดหวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ล้วนทำให้การเปลี่ยนแปลงแบบที่เคยสัญญาไว้กลายเป็นสิ่งแทบเป็นไปไม่ได้

แสงสว่างปลายอุโมงค์อาจมาจากสองกรณีคือ มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา และแอนดี เบิร์นแฮม ที่คาดว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ ทั้งคู่ขึ้นสู่อำนาจในฐานะบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางการเมืองระดับชาติ คาร์นีย์เป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารกลาง ส่วนเบิร์นแฮมเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์ อดีตนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ เคยเขียนว่าความท้าทายของประชาธิปไตยสมัยใหม่คือการมีผู้นำที่ไม่ใช่แค่ผู้จัดการปัญหา แต่เป็นผู้แก้ปัญหา และ "การเมืองในอนาคตอาจถูกทำความเข้าใจได้ดีกว่าโดยผู้ที่อยู่นอกการเมืองในขณะนี้"

เบิร์นแฮมชนะการเลือกตั้งซ่อมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างถล่มทลาย พร้อมประกาศว่า "ทุกคนรู้ว่าการเมืองใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป คืนนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน" แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า หากเขาไม่สามารถฟื้นศรัทธาและทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้นได้จริง ก็จะแบกรับชะตากรรมเดียวกับผู้นำที่เคยให้คำมั่นคล้ายกันและล้มเหลวมาแล้วทั้งหมด

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง