“หมอเหวง” นำคณะประชาชนทวงความยุติธรรม ปี 53 ชง “กมธ. การทหาร- กมธ.กฎหมาย” แก้กฎหมายให้ทหารที่ทำผิดกับประชาชนขึ้นศาลพลเรือน - ตามคดีชันสูตร 93 ศพ คนเสื้อแดงจาก DSI เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนและป้องกันการเกิดรัฐประหารในอนาคต
13 มี.ค. 2568 เวลา 14.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะ กมธ. การทหาร รับยื่นหนังสือจาก เหวง โตจิราการ และคณะประชาชนทวงความยุติธรรม ปี 2553 เรื่องขอให้ ดำเนินการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกรณีทหารทำความผิดทางอาญาต่อประชาชนให้ขึ้นศาลยุติธรรมพลเรือน เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันไม่ได้มีความจริงใจในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกองทัพไทยให้มีความสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน และการจัดตั้งคณะกรรมการตุลาการทหารไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมได้ ทางคณะประชาชนฯ จึงขอนำเรียนให้ประธานคณะ กมธ. การทหารได้โปรดแก้ไขธรรมนูญศาลทหาร โดยระบุให้ชัดเจนว่า ทหารที่ฆ่าประชาชนต้องขึ้นศาลพลเรือน เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนที่ถูกทหารทำร้าย และยุติเหตุการณ์ทหารฆ่าประชาชนแล้วลอยนวล
ทางคณะประชาชนฯ ได้นำร่างแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหารมามอบให้แก่คณะ กมธ. ด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะ กมธ. จะนำไปผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ทหารที่ฆ่าประชาชนขึ้นศาลพลเรือน โดยเนื้อหาของร่างเป็นการปรับแก้เฉพาะมาตรา 14 (5) ให้คดีที่ทหารกระทำผิดทางอาญาต่อพลเรือน ให้ศาลทหารงดการพิจารณา เพื่อให้ทหารขึ้นศาลยุติธรรมพลเรือน


เหวง โตจิราการ



วิโรจน์ประธานคณะ กมธ. การทหาร กล่าวว่า ขณะนี้พรรคประชาชนได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบรรจุในวาระแล้ว รอพิจารณารวมกับร่างของคณะรัฐมนตรี สาระสำคัญคือใช้กลไกศาลชำนัญพิเศษโดยเฉพาะศาลอาญาทุจริตกรณีที่ข้าราชการสังกัดกระทรวงกลาโหมหรือทหารกระทำการทุจริต และกระทำความผิดทางคดีอาญา เข่นฆ่าประชาชน ควรขึ้นศาลยุติธรรมด้วย ซึ่งพรรคประชาชนและคณะประชาชนฯ มีเจตนารมณ์ที่ตรงกัน
แต่การจะทำให้ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารฯลุล่วงและแก้ไขปัญหาความอยุติธรรมที่ทหารไม่ดีบางกลุ่มกระทำไม่ดีกับประชาชนได้ จะต้องไปแก้ไขที่รัฐธรรมนูญด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นพรรคประชาชนได้ยื่นแก้ไขไปแล้ว และขณะนี้กำลังจะเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. .... เพื่อบรรจุในวาระของสภาฯ ส่วนร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารฯ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องดำเนินการแก้ไขไปพร้อม ๆ กัน สำหรับเนื้อหาที่ทางคณะประชาชนฯ แนะนำ จะได้นำไปประกอบการพิจารณาเในวาระที่สองต่อไป
การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ไม่เพียงแต่ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและประชาชนที่ถูกเข่นฆ่าในปี 53 แต่วัตถุประสงค์ที่สำคัญคือหากความยุติธรรมไม่บังเกิดในอนาคต และเพื่อป้องกันไม่ให้ทหารเข่นฆ่าประชาชนอีกในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์คุณูปการกับประเทศ หากทหารที่กระทำความผิดอย่างร้ายแรงถูกดำเนินคดี รับโทษทัณฑ์ตามสมควร เพื่อป้องกันการทำรัฐประหารในอนาคต รวมถึงการกระทำอื่นใดที่ทหารจะทำกับประชาชนในระบบรัฐซ้อนรัฐ ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง ก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
จากนั้นศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ รองประธานคณะ กมธ.ตรากฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน คนที่หนึ่ง รับยื่นหนังสือเรื่องขอให้ติดตามความคืบหน้าและขอเอกสารเกี่ยวกับการชันสูตรพลิกศพจากกรมสอบสวนคดีพิเศษและเอกสารที่เกี่ยวกับความเห็นให้งดการสอบสวนและสั่งไม่ฟ้องจากสำนักงานอัยการสูงสุดและขอให้ดำเนินการแก้ไขกฎหมาย และกรณีที่นักการเมืองทำความผิดทางอาญาต่อประชาชน สืบเนื่องจากประธาน คณะ กมธ. การกฎหมายฯ ได้บรรจุข้อเรียกร้องของคณะประชาชนฯ เพื่อพิจารณาติดตามการดำเนินคดีเกี่ยวกับการสลายการชุมนุมในเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 เพื่อเสนอแนวทางในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ เมื่อวันพุธที่ 18 ก.ย. 2567 นั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษมีหน้าที่ในการต้องสอบสวนให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดแต่ยังไม่ปรากฏว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด และยังไม่ทำสำนวนสอบสวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จเรียบร้อยตามกฎหมาย คณะประชาชนฯ จึงขอเรียกร้องให้คณะ กมธ. การกฎหมายฯ ตรวจสอบการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ว่าดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และขอให้ทางคณะ กมธ. ขอเอกสารเพิ่มเติมของทุกศพจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับสำนวนสอบสวนและคำสั่ง รวมทั้งขอรายละเอียดจากสำนักงานอัยการสูงสุดเกี่ยวกับสำนวนและคำสั่งต่าง ๆ คำสั่งงดการสอบสวน และให้สอบสวนภายในอายุความ เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนทุกคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสร้างมาตรฐานทางกระบวนการยุติธรรมให้เกิดขึ้นในประเทศไทย รัฐไม่สามารถใช้อำนาจและกองกำลังติดอาวุธมาทำการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนที่มาเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญอย่างสงบปราศจากอาวุธ เพื่อจะได้ไม่เป็นเช่นกรณีเดียวกับคดีตากใบ



นอกจากนี้ทางคณะประชาชนฯ ขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกรณีที่นักการเมืองความผิดอาญาต่อประชาชนเกินกว่าอำนาจหน้าที่ให้ขึ้นศาลยุติธรรมพลเรือนไม่ใช่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ด้านศศินันท์กล่าวเพิ่มเติมว่าประเด็นที่ทางคณะประชาชนฯ ได้มายื่นในวันนี้มีอยู่ 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรก ติดตามความคืบหน้าในการขอเอกสาร ซึ่งกรณีนี้เคยนำเข้าคณะกมธ. การกฎหมายฯ แล้ว และได้มีการขอเอกสารเกี่ยวกับคดีไปยังอัยการสูงสุดและกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ถึงแต่เอกสารที่ได้มายังไม่เป็นรายละเอียดที่ต้องการ ประเด็นที่สอง คือการแก้ไขกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต โดยทางคณะประชาชนฯ ได้นำเสนอร่างกฎหมายมา ซึ่งตนจะนำเรื่องที่ได้รับบรรจุในวาระเพื่อพิจารณา และคาดหวังว่าคดีของเสื้อแดงจะไม่หมดอายุความเหมือนคดีตากใบที่ไม่สามารถนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้
