Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน ยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เรียกร้องพิจารณาสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมือง-ม.112 ยึดหลักกฎหมาย-สิทธิมนุษยชน ป้องกันการลงโทษล่วงหน้า ฟื้นฟูความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย

 

21 มี.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (21 มี.ค.) เวลา 10.30 น. ที่หน้าสำนักงานประธานศาลฎีกา กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ สหภาพคนทำงาน และกลุ่มแอคยังคลับ ร่วมยื่นหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อเรียกร้องสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีความทางการเมือง โดยมีตัวแทนสำนักงานประธานศาลฎีกา เป็นผู้รับเรื่อง

เครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน ยื่นศาลฎีกา พิจารณาสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังคดีการเมือง ยึดหลัก กม.-สิทธิมนุษยชน

สามารถคลิกลูกศร ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพบรรยากาศการทำกิจกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประมาณ 15 คน ได้จัดการปราศรัยและถือป้ายข้อความเรียกร้องสิทธิการประกันตัว รวมถึงนักกิจกรรมรายหนึ่งได้นำโซ่ตรวนมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย

‘เข็มหมุด’ (สงวนชื่อ-นามสกุล) นักกิจกรรมกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากความขัดแย้งในการเมืองไทยที่ที่ยืดเยื้อยาวนานหลายทศวรรษจนนำมาสู่การฟ้องร้องกันกลายเป็นคดีความทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งมีการตั้งข้อกล่าวหาด้วยลักษณะที่ละเอียดอ่อนและมีแนวโน้มที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากรัฐ

ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากถูกดำเนินคดีด้วยข้อกล่าวหาทางการเมือง ซึ่งจำเลยจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวในระหว่างการพิจารณาคดี ส่งผลให้เกิดการสูญเสียเสรีภาพและสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับการคุ้มครอง

สิทธิในการประกันตัว เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานโดยยึดหลักการที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งถูกระบุไว้ใน ข้อที่ 11 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UDHR), ข้อที่ 7 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR), มาตรา 107 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 แต่กับจำเลยคดีความทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีมาตรา 112 กลับถูกปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวอย่างต่อเนื่อง และถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีความผิด ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่รัฐไทยร่วมเป็นภาคีอยู่ และขัดต่อหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนที่บังคับใช้ในรัฐไทยเสียเอง

มาตรา 112 กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงวิชาการและระดับนานาชาติอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีลักษณะของตัวบทกฎหมายที่กว้างขวางเกินไปและคลุมเครือ ขาดการนิยามที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เกินขอบเขต และมักถูกใช้เพื่อปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน

ประเด็นดังกล่าวได้รับการยืนยันผ่านรายงานและข้อเสนอแนะจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับสากลหลายองค์กร อาทิ องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรฮิวแมนไรท์วอตช์ องค์การสหประชาชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้ชี้ให้เห็นว่าการใช้กฎหมายลักษณะนี้ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากล และเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทย

ขณะนี้ ‘ขนุน’ สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ และ ‘อาย’ กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน ผู้ต้องขังจากคดีมาตรา 112 กำลังอดอาหารเพื่อประท้วง เรียกร้องสิทธิในการประกันตัว หลังไม่ได้สิทธิในการประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ถึงแม้จะมีเหตุผลยืนยันว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและจะปฏิบัติตามเงื่อนไขประกันตามที่ศาลเห็นสมควรอย่างเคร่งครัด สถานการณ์ของพวกเขาแสดงถึงความเร่งด่วนในการพิจารณาให้สิทธิประกันตัวแก่ผู้ต้องขังคดีการเมือง และยังเป็นการรักษาหลักการความยุติธรรมของระบบตุลาการ

ด้วยเหตุนี้พวกเราเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชน จึงอยากนำเรียนประธานศาลฎีกา ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ให้เห็นถึงปัญหาดังกล่าว โปรดพิจารณาใช้ดุลพินิจตามหลักการของกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ออกคำสั่งให้สิทธิในการประกันตัวแก่จำเลยในคดีทางการเมือง รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 อย่างเป็นธรรม และเร่งด่วน โดยยึดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนเป็นที่ตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลงโทษล่วงหน้าก่อนที่จะมีการพิพากษาถึงที่สุด อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เพราะหนึ่งวันที่ยังไม่ดำเนินการ คือหนึ่งวันที่พวกเขาเสียสิทธิเสรีภาพ

ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24มิถุนาประชาธิปไตย กล่าวว่า ในวันที่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 10.00 น. ทางกลุ่มนักกิจกรรมจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงกรมราชทัณฑ์ เพื่อสอบถามถึงประเด็นการย้ายผู้ต้องขังทางการเมืองไปเรือนจำกลางบางขวาง และจากนั้นจะไปยื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมต่อไป

ทั้งนี้ ข้อมูลศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึง 3 มี.ค. 2568 มีผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง รวม 1,962 คน จากจำนวน 1,315 คดี แบ่งเป็น มาตรา 112 อย่างน้อย 278 คน ใน 311 คดี

สำหรับสถานการณ์ผู้ต้องขังทางการเมืองจนถึงวันที่ 19 มี.ค. 2568 มีผู้ถูกคุมขังด้วยคดีความทางการเมือง อย่างน้อย 46 คน (เป็นคดีมาตรา 112 จำนวน 29 คน)

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง