ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รับข้อสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า ระบุจะนำผลการเจรจาทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในวันที่ 1 เม.ย. 2568 ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง ด้านผู้ชุมนุมปักหลักรอมติ ครม. พร้อมยกระดับหากถูกเบี้ยว

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) | ที่มาภาพ: ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น (CPCR)
เพจ IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง รายงานเมื่อวันที่ 29 มี.ค. 2568 ว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า ซึ่งรวมตัวชุมนุมมากกว่า 5,000 คน โดยปักหลักมาตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา
รองนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่เวลาประมาณ 17.30 น. ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยราว 80 นาย ทั้งอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยส่วนตัว ที่ล้อมวงเป็นรูปไข่เพื่อดูแลความปลอดภัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความแออัดเนื่องจากนายประเสริฐมีความจำเป็นต้องพูดคุยบริเวณประตูทางเข้าต่อหน้าประชาชนทั้งหมด เพราะมีภารกิจเร่งด่วนต่อ
นายประเสริฐกล่าวขอโทษกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาล่าช้ากว่ากำหนด โดยชี้แจงว่าเนื่องจากเมื่อวานมีเหตุแผ่นดินไหว จึงต้องประชุมเร่งด่วนกับคณะรัฐมนตรีก่อน หลังจากนั้นได้มีการทบทวนข้อเสนอทั้งหมดของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นรายข้อ พร้อมกับขอความเห็นจากรองนายกรัฐมนตรี
ในประเด็นแรกเกี่ยวกับการแก้กฎหมายป่าอนุรักษ์และหยุดผลกระทบจากพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า รองนายกรัฐมนตรีรับปากจะดำเนินการภายใต้หลักการที่วางไว้ โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 1 เมษายน 2568 ก่อนจะนำไปสู่วาระการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งมีตัวแทนประชาชนร่วมเป็นหนึ่งในกลไกการทำงาน โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 วัน
สำหรับการระงับการดำเนินการที่ละเมิดสิทธิชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย รวมถึงการปักป้ายโครงการอนุรักษ์เพื่อแสดงแนวเขตในที่ทำกินของชุมชน นายประเสริฐแสดงความเข้าใจต่อความรู้สึกของประชาชนและรับปากจะสั่งการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องในวันนี้ทันที นอกจากนี้ ยังรับปากจะสั่งการให้ชะลอการประกาศเขตป่าอนุรักษ์เพิ่มเติมจำนวน 23 แห่ง โดยเน้นย้ำว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และต้องรับรู้ในทุกขั้นตอนการดำเนินการ
ในประเด็นที่สองเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขโครงการจัดที่ดิน คทช. ให้เป็นการรองรับสิทธิชุมชน รองนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทาง ทบทวน แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี 26 พ.ย. 2561 โดยจะมีสัดส่วนที่เท่ากันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน (50:50) อีกทั้งยังเห็นชอบให้ดำเนินการเรื่องการพิสูจน์สิทธิ์และรับรองสิทธิชุมชน ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและชั้นอนุกรรมการที่ดินแห่งชาติต่อไป
สำหรับประเด็นที่สามเกี่ยวกับการผลักดันแนวทางโฉนดชุมชนให้เป็นทางเลือกการจัดการที่ดินและทรัพยากรที่ยั่งยืน รองนายกรัฐมนตรีรับปากจะประสานให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนองค์กรไม่แสวงหากำไร ในคณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน ภายในเวลา 7 วัน
ในประเด็นที่สี่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาด้านสัญชาติและเร่งมีมาตรการคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ที่มีปัญหาสิทธิสถานะบุคคล นายประเสริฐยืนยันว่าได้จัดทำตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะช่วยเหลือประชาชนประมาณ 480,000 คน โดยรับปากจะเร่งรัดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการโดยเร็ว
ประเด็นที่ห้าเกี่ยวกับการเร่งแก้ปัญหาคดีความที่ดิน-ป่าไม้ และผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชน รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองให้ดำเนินการทันที และรับที่จะประสานงานต่อกับนายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในเรื่องนิรโทษกรรมแก่ราษฎรซึ่งได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากการดำเนินนโยบายของรัฐด้านที่ดินและป่าไม้
สุดท้าย รองนายกรัฐมนตรีรับปากจะนำผลการเจรจาทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1 เม.ย. 2568 ตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง
แม้การเจรจาจะบรรลุข้อตกลงทั้ง 6 ประเด็นแล้ว แต่กลุ่มสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่ายังคงยืนยันที่จะพักค้างต่อเนื่องบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรอฟังมติคณะรัฐมนตรีตามที่รองนายกรัฐมนตรีให้คำมั่นไว้ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีฉันทามติร่วมกันว่า หากรัฐบาลไม่ทำตามคำมั่นสัญญาในวันที่ 1 เม.ย. พวกเขาจะยกระดับการชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและสิทธิของชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าอย่างเป็นรูปธรรม
