สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ออกแถลงการณ์โต้กระแสกล่าวโทษ ยืนยันชุมชนคือแนวหน้าสู้ไฟ ไม่ใช่ผู้ทำลายป่า พร้อมเรียกร้องสังคมทบทวนวาทกรรมที่ซ้ำเติมกลุ่มชาติพันธุ์มาทุกฤดูร้อน เปิดแคมเปญ #ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา พร้อมเชิญชวนสื่อมวลชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ มาร่วมสื่อสารสร้างความเข้าใจใหม่ต่อสังคม
25 เมษายน 2569 สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ออกแถลงการณ์ ประกาศเปิดแคมเปญรณรงค์ "ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา" เพื่อโต้กระแสการถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤตฝุ่น PM2.5 และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ
แถลงการณ์ระบุว่า ชุมชนที่อยู่ร่วมกับป่า โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์และชนพื้นเมือง เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสถานการณ์ไฟป่าในปีนี้ซึ่งรุนแรงเป็นประวัติการณ์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญและการสะสมเชื้อเพลิงในป่าจนเกินขีดควบคุม ทว่าชาวบ้านกลับต้องแบกรับภาระดูแลและดับไฟป่าด้วยตนเองโดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐน้อยมาก
ขณะเดียวกัน นโยบายแก้ปัญหาฝุ่นควันที่เน้นแต่การห้ามเผาและห้ามเข้าป่า กลับกระทบต่อสิทธิการใช้ไฟที่จำเป็น ทั้งการชิงเผาเพื่อป้องกันไฟป่าขนาดใหญ่และการจัดการเชื้อเพลิงในไร่หมุนเวียน รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ดินและป่าไม้อย่างเข้มข้นจนนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีชาวบ้านจำนวนมาก
สชป. และ สกน. ยังชี้ให้เห็นปัญหาการผลิตซ้ำภาพจำที่มองชุมชนป่าและชนเผ่าพื้นเมืองว่าเป็นผู้เผาป่าและสร้างฝุ่น PM2.5 ซึ่งพบได้ในสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และแม้แต่ผู้แทนรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทั้งที่ในความเป็นจริงชุมชนเหล่านี้คือผู้ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติด้วยองค์ความรู้และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาตลอด
ทั้งสององค์กรเชิญชวนพี่น้องชุมชนป่าและชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศร่วมเผยแพร่ภาพ ข้อมูล และเสียงสะท้อนผ่านโซเชียลมีเดียด้วยแฮชแท็ก #ป่าผืนสุดท้ายคือบ้านของเรา พร้อมเชิญชวนสื่อมวลชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ มาร่วมสื่อสารสร้างความเข้าใจใหม่ต่อสังคม
"ถึงเวลาส่งเสียงสร้างความเข้าใจต่อสังคมเสียใหม่ อย่าให้การกล่าวโทษเรากลายเป็นเสมือนพิธีกรรมประจำปีในช่วงฤดูร้อน แล้วปล่อยฤดูฝนมาฝังกลบบาดแผลที่ภาครัฐและสาธารณชนทิ้งไว้กับเรา" แถลงการณ์ระบุ
