Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กลุ่มชาติพันธุ์, สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เรียกร้องแก้ กม.อนุรักษ์ปี 62 'พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562' พร้อมต้านแนวคิด “ป่าปลอดคน” ชี้นโยบายรัฐหลังปี 2557 กระทบคนจน-ชาติพันธุ์หนัก เดินหน้าดันเป็นวาระเร่งด่วนรัฐบาล

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เพจ IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง รายงานว่า สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ออกแถลงการณ์ร่วมประกาศเดินหน้าผลักดันการแก้ไขกฎหมายป่าอนุรักษ์ โดยยืนยันว่าชุมชนที่อาศัยอยู่กับป่ามาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐต้องได้รับการรับรองสิทธิในการอยู่อาศัยและจัดการทรัพยากร พร้อมคัดค้านแนวคิด “ป่าปลอดคน” ที่มองประชาชนเป็นผู้บุกรุกแทนที่จะยอมรับบทบาทของชุมชนในการดูแลรักษาป่า

แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ในวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่เทศบาลตำบลเชียงดาว อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในวาระครบรอบ 1 ปีของการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า ซึ่งเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของการติดตามผลักดันให้เกิดการแก้ไขกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อคนจน กลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าทั่วประเทศ

ในแถลงการณ์ สชป. และ สกน. ระบุว่า ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตป่าทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนนับตั้งแต่หลังการรัฐประหารปี 2557 โดยเฉพาะภายใต้นโยบาย “ทวงคืนผืนป่า” และเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ซึ่งนำไปสู่การยึดคืนที่ดินทำกินและการจำกัดสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างกว้างขวาง

สชป. ยังชี้ว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว รัฐได้ผลักดันกฎหมายป่าอนุรักษ์สำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่ตอกย้ำการละเมิดสิทธิชุมชน และสะท้อนแนวคิดการจัดการทรัพยากรแบบรวมศูนย์ที่ไม่ยอมรับการมีอยู่ของคนในป่า

สชป. และ สกน. ระบุเพิ่มเติมว่า การเคลื่อนไหวเริ่มต้นขึ้นอีกระลอกในปี 2567 หลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพยายามผลักดันร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งเครือข่ายมองว่าจะยิ่งทำให้ผลกระทบจากกฎหมายที่มีอยู่รุนแรงขึ้นไปอีก จึงได้มีการชุมนุมและยื่นข้อเรียกร้องระหว่างวันที่ 24 มีนาคม – 1 เมษายน 2568 เพื่อให้ยุติการละเมิดสิทธิชุมชนในเขตป่าทุกประเภท ผลักดันแนวทางสิทธิชุมชน รวมถึงแก้ไขปัญหาสัญชาติและคดีความที่ไม่เป็นธรรม

การเคลื่อนไหวดังกล่าวนำไปสู่การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยในปีนี้ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายป่าอนุรักษ์ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งสชป. มองว่าเป็นก้าวสำคัญ แม้จะยืนยันว่าตลอดที่ผ่านมา ประชาชนยังไม่เคยมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายในกระบวนการออกและปรับปรุงกฎหมายทั้งสองฉบับ
สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญในแถลงการณ์มี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

ประการแรก การยืนยันว่าชุมชนคนอยู่กับป่าทุกแห่งล้วนตั้งถิ่นฐานและดูแลทรัพยากรมาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐ จึงต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อนำไปสู่การเพิกถอนเขตป่าของรัฐออกจากพื้นที่ชุมชน

ประการที่สอง การผลักดันแนวทางการจัดการที่ดินและทรัพยากรบนฐาน สิทธิชุมชน ภายใต้แนวคิด โฉนดชุมชน และ พื้นที่คุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 พร้อมปฏิเสธทุกแนวทางการจัดการที่ดินของรัฐที่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน

ท้ายแถลงการณ์ สชป. และ สกน. ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อสู้ในรัฐบาลใหม่ เพื่อผลักดันให้การแก้ไขปัญหาที่ดินและป่าไม้เป็นวาระเร่งด่วนของรัฐ และยุติโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในเขตป่าซึ่งกระทบต่อชีวิตของคนจน กลุ่มชาติพันธุ์ และชุมชนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง