Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รมว.แรงงาน รับหนังสือจาก ปชน. พร้อมดูแลเยียวยาแรงงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการที่ตึก สตง.ถล่ม ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกประกันสังคม ด้าน ปชน.เรียกร้องนายจ้างทุกคนแจ้งยอดแรงงานตามความจริง ส่วนนายจ้างที่จ้างงานผิดกฎหมายได้รับการผ่อนผันเหลือโทษปรับ ไม่มีโทษอาญา หวังแรงงานได้รับการเยียวยาทุกคน

 

9 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (9 เม.ย.) ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน พรรคประชาชน นำโดย เซีย จำปาทอง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร วรรณวิภา ไม้สน จรัส คุ้มไข่น้ำ และสหัสวัต คุ้มคง ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องการช่วยเหลือเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการเหตุการณ์ที่โครงการก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่พังถล่มลงมา จากภัยพิบัติแผ่นดินไหวขนาด 8.2 แมกนิจูด ที่มีศูนย์กลางที่ภูมิภาคสะกาย ตอนกลางของเมียนมา เมื่อ 28 เม.ย. 2568

บรรยากาศการยื่นหนังสือวันนี้ (9 เม.ย.) นอกจากพิพัฒน์ จะมารับหนังสือด้วยตัวเองแล้ว ยังมีบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน สมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน สมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นันทินี ทรัพย์ศิริ ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ สำนักงานประกันสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมรับหนังสือจากพรรคประชาชน

พร้อมช่วยแรงงานทุกราย

หลังจากรับมอบหนังสือแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แถลงต่อสื่อมวลชน ยืนยันว่าจะให้แรงงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม ไม่ว่าจะบาดเจ็บ หรือสูญเสียชีวิต ทุกคนจะได้รับค่าชดเชยเยียวยา ไม่ว่าจะเข้ามาทำงานทั้งถูกและผิดกฎหมาย อยู่ในระบบประกันสังคม หรือนอกระบบประกันสังคม

พิพัฒน์ รัชกิจประการ (ที่มา: เว็บไซต์กระทรวงแรงงาน)

พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เป็นแรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม หรือเป็นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย กระทรวงแรงงานจะดูแลให้ก่อน และจากนั้นจะให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ไปไล่บี้ให้บริษัทรับเหมาก่อสร้างหลัก และบริษัทรับเหมาช่วง จ่ายชดเชยเยียวยาให้กับแรงงานทุกคน

ต่อกรณีที่สื่อถามว่าถ้าแรงงานในระบบประกันสังคมเสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาเท่าไร พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ถ้าอยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 จะได้รับเงินจากกองทุนทดแทน จำนวนอย่างน้อย 9.5 แสนบาท และบวกตามอายุการทำงาน หรืออยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 นานเท่าไร ก็จะได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคมเพิ่มเติม เขาเชื่อว่าสูงสุดน่าจะได้รับค่าชดเชยเกือบ 1.7 ล้านบาท

ปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว จำนวน 24 ราย แบ่งเป็น ผู้เสียชีวิตจากเหตุตึก สตง.ถล่ม จำนวน 22 ราย (ตัวเลขจากกรุงเทพมหานคร) โดยในจำนวน 24 มีผู้ได้รับเงินชดเชยแล้ว และบางส่วนอยู่ช่วงระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือ DNA ว่าเป็นใคร มาจากไหน หรือมีใครเป็นญาติพี่น้องบ้าง ถ้าพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นแรงงานข้ามชาติ ทางกระทรวงแรงงานจะประสานงานกับสถานทูตประเทศนั้นๆ เพื่อสอบถามว่าเป็นประชาชนของประเทศนั้นหรือไม่ และติดต่อญาติพี่น้องให้เข้ามารับทราบ

อนึ่ง ข้อมูลจากกรุงเทพมหานคร ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2568 เวลา 10.00 น. ผู้เสียชีวิตจากเหตุตึก สตง.ถล่ม อยู่ที่ 22 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และอยู่ระหว่างการติดตาม 72 ราย

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ทราบจำนวนที่แรงงานในไซต์ก่อสร้างตึก สตง. หรือยัง รมว.แรงงาน ได้ตอบในประเด็นนี้ว่า มีการขอตัวเลขแรงงานจากบริษัทรับเหมาหลัก และบริษัทรับเหมาช่วงแล้ว ว่ามีแรงงานอยู่ในไซต์จริงๆ กี่ราย แต่ต้องเอารายชื่อมากางดูหลังจากเจอร่างแรงงานภายในซากตึกครบทุกคนก่อน เพราะว่าในจำนวนคนที่สูญหายหรือกำลังติดตามตัว บางคนอาจจะไม่ได้อยู่ในตึก เขาอาจจะเพียงแค่ตกใจหรือกลัวว่าเขาเป็นแรงงานผิดกฎหมายอาจถูกดำเนินคดีแล้วหนีกลับประเทศ ก็ต้องดูว่ามีรายชื่อตกค้างหรือตกหล่นเท่าไร ถ้าในซากตึก สตง.ถล่มไม่มีแล้ว แต่ยังมีคนสูญหาย ก็ต้องทำการสืบโดยให้ตำรวจดูว่าบุคคลที่สูญหาย สูญหายไปไหนกันแน่ หรืออยู่ในไซต์ก่อสร้างจริงหรือไม่ ตรงนี้ต้องอาศัยตำรวจ

หวังแรงงานทุกคนได้รับการชดเชยอย่างเท่าเทียม

ด้านเซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน กล่าวว่าเขาอยากให้กระทรวงแรงงานดูแลแรงงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในระบบหรือนอกระบบประกันสังคมอย่างเท่าเทียมกัน และอยากเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานทบทวนกระบวนการที่จะดึงพี่น้องแรงงานข้ามชาติเข้ามาอยู่ในระบบประกันสังคมทุกคน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดิม

เซีย จำปาทอง (ที่มา: ทีมสื่อพรรคประชาชน)

สส.พรรคประชาชน เสนอด้วยว่า ควรมีจุดประสานงานประชาสัมพันธ์หรือเบอร์กลางที่ทำให้กระบวนการติดต่อรวดเร็วมากขึ้น มีมาตรการผ่อนผันแรงงานข้ามชาติที่อยู่ระหว่างดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน และสุดท้าย เรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวอย่างนี้อีก

นอกจากนี้ เซีย เสนอว่า ไซต์งานซึ่งเป็นการจ้างเหมาฯ ในส่วนที่เป็นของหน่วยงานราชการอย่าง สตง. คิดว่ากระทรวงแรงงานควรมีมาตรการตรวจสอบลูกจ้างให้ละเอียดกว่านี้ เพราะว่าวันนี้แม้แต่หน่วยงานราชการยังไม่ตรวจสอบให้ดีว่าแรงงานที่เข้ามาทำงานถูกหรือผิดกฎหมาย ถ้าเป็นเอกชนเรายังพอเข้าใจได้ แต่หน่วยงานราชการ ควรเป็นแบบอย่างในการจ้างงานให้ถูกต้อง

อัปเดตการต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานข้ามชาติ

พิพัฒน์ ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า แรงงานข้ามชาติที่อยู่ระหว่างกระบวนการขอใบอนุญาตทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ตอนนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่เหลือแค่แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาที่เป็นแรงงานไม่ถูกต้องตามกฎหมายที่เข้ามาในไทย ตอนนี้ลงทะเบียนเบื้องต้น 1 ล้านคนเศษ เหลือแค่รัฐบาลเมียนมาจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้บริการพิสูจน์สัญชาติและอัตลักษณ์ในศูนย์ CI ในประเทศไทยเท่านั้น

ส่วนที่ 2 แรงงานข้ามชาติเข้ามาผ่านกระบวนการ ‘MOU’ ที่ต้องต่อใบอนุญาตทำงาน ตอนนี้มีคนเข้ามาลงทะเบียนออนไลน์แล้วประมาณ 2 ล้านคน และทางกระทรวงแรงงานได้ขยายอายุดำเนินการออกไปอีก 6 เดือน อย่างไรก็ดี แม้ว่าใบอนุญาตทำงานของแรงงานข้ามชาติจะขาดอายุไปตั้งแต่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่แรงงานข้ามชาติสามารถทำงานต่อได้ไปอีก 6 เดือน โดยกรมจัดหางานได้ประสานไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้ว เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้บริการศูนย์ CI ในประเทศไทย

พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลเมียนมากำลังประสบปัญหาจากเหตุแผ่นดินไหวเช่นเดียวกัน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานเมียนมาก็ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ทางการเมียนมาจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาหารือกับกรมการจัดหางานของกระทรวงไทย

“ยืนยันอีกครั้งว่าสำหรับแรงงานที่ลงทะเบียนกับกระทรวงแรงงานไทยไว้แล้ว ถือว่าเป็นแรงงานถูกต้องตามกฎหมาย เพราะว่ากรมการจัดหางานได้รับทราบไปแล้ว” พิพัฒน์ กล่าว 

ส่วนกรณีที่มีแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาเพิ่ม กระทรวงแรงงานจะประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงตามแนวชายแดน แจ้งข้อมูลไปยัง 5 เสือแรงงานทุกจังหวัด เพื่อเก็บข้อมูลจำนวนแรงงาน และหาวิธีนำเรื่องเข้า ครม. เปิดทะเบียนแรงงานข้ามชาติใหม่อีกครั้งหนึ่ง

“ส่วนที่พรรคประชาชนได้ยื่นหนังสือและข้อเสนอมาให้ เราจะพยายามปฏิบัติตามข้อมูลที่ได้ส่งมาให้ให้เร็วที่สุด แต่เราจะปฏิบัติให้ครบถ้วนแน่นอน วันนี้ต้องร่วมมือกันไม่ว่าแรงงานคนไทย หรือแรงงานข้ามชาติ CLMV กระทรวงแรงงานยืนยันว่าจะรับผิดชอบดูแลแรงงานอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะมาจากประเทศไหน เพราะว่าทุกคนที่เข้ามาทำประโยชน์ให้ประเทศไทย” พิพัฒน์ กล่าว

เซีย กล่าวว่า เบื้องต้น ต้องให้บริษัทรับเหมาหลักและรับเหมาช่วงแจ้งยอดที่แท้จริงว่ามีจำนวนแรงงานในไซต์ก่อสร้างของตึก สตง. เท่าไรกันแน่ บริษัทเหมาช่วงบางรายอาจกังวลเรื่องจ้างแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย หากแจ้งไปแล้วจะโดนดำเนินคดีหรือไม่นั้น เขามองว่ากระทรวงแรงงานสามารถผ่อนปรนในเรื่องนี้ได้

นายจ้างบางส่วนกังวลจ้างงานผิด กม. ไม่กล้าบอกตัวเลขแรงงานตามความเป็นจริง

หลังแถลงข่าว เซีย จำปาทอง ให้สัมภาษณ์สื่อเพิ่มเติมว่า จากการลงพื้นที่พูดคุยกับนายจ้างตั้งแต่วันแรกที่ตึกถล่ม พบว่านายจ้างมีความกังวลใจ และลังเลที่จะให้ข้อมูลยอดจำนวนแรงงานข้ามชาติทั้งหมด เนื่องจากกังวลความผิดการจ้างงานผิดกฎหมาย

ขณะที่วิโรจน์ เรียกร้องให้นายจ้างทุกคนไม่ว่าจะเป็นรับเหมาหลัก หรือเหมาช่วง (Sub-Contract) ให้ข้อมูลยอดจำนวนแรงงานที่ถูกต้อง และไม่ต้องกังวลเรื่องการจ้างงานผิดกฎหมาย หรือไม่ได้นำแรงงานเข้าระบบประกันสังคม เพราะว่าทางกระทรวงแรงงานจะผ่อนผันเหลือเพียงแค่โทษปรับเท่านั้น และไม่มีโทษจำคุก ก่อนหน้านี้ได้คุยกับ รมว.แรงงาน เขาก็ระบุว่านี่ไม่ได้เป็นช่วงเวลาที่จะมาเอาผิดกันเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ว่าความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่งั้นเจ้าหน้าที่กระทรวงก็จะมีฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้หลักการที่เข้าอกเข้าใจกัน และอยู่ภายใต้กฎหมาย 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วิโรจน์ ย้ำว่าการแจ้งยอดจำนวนแรงงานข้ามชาติที่ถูกต้อง จะทำให้แรงงานที่ประสบเหตุทุกคนได้รับการชดเชยจากกองทุนเงินทดแทน และกองทุนประกันสังคม แต่ถ้าปกปิดคนที่เสียประโยชน์จะเป็นลูกจ้าง และบาปในใจของนายจ้าง 

"เป็นไปได้ว่ายอดตัวเลขแรงงานอาจมากกว่านี้  แต่วันนี้ก็เป็นข่าวดีว่าจะคลี่คลายสถานการณ์ให้ โทษก็ยืนยันว่าเป็นแค่ปรับ แต่จะไม่ให้กระทรวงดำเนินการอะไรเลยก็คงไม่ได้ ก็จะดำเนินการภายใต้ความเข้าอกเข้าใจกัน ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องมาไล่เบี้ยเอาผิดเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพียงแต่ว่ากฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย แต่ถ้าคุณไม่แจ้งก็เป็นบาปในใจของนายจ้าง และลูกจ้างก็ไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา ผมว่าทางออกนี้ดีที่สุด" วิโรจน์ กล่าว

นอกจากนี้ วิโรจน์ และเซีย ระบุด้วยว่า หากนายจ้างอยากมาแจ้งผ่านพรรคประชาชน อยากให้พรรคฯ ช่วยประสานงานให้ สามารถมาแจ้งได้ 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง