หลังจากนิด้าโพลล์เปิดผลสำรวจเมื่อวานนี้ว่าประชาชนกลุ่มตัวอย่างอยากให้ปรับ ครม. โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์มาเป็นอันดับหนึ่ง แต่กระทรวงมหาดไทยที่ในโพลล์อยู่ถึงอันดับ 6 แต่ก็ถูกชิ่งไปด้วยหลังข่าวความไม่ลงรอยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
21 เม.ย.2568 สำนักข่าวต่างๆ รายงานถึงนักการเมืองร่วมรัฐบาลต่อประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี หลังจากเมื่อวานนี้นิด้าโพลล์เผยแพร่ผลสำรวจจากประชาชนว่าควรเปลี่ยนรัฐมนตรีกระทรวงใดบางแล้วผลออกมาว่ากระทรวงในภาเศรษฐกิจติดมาเป็น 3 อันดับแรก คือ กระทรวงพาณิชย์ อันดับ 1 ตามมาด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง มาเป็นอันดับ 2 และ 3 และควรมีการปรับเปลี่ยน ครม.ให้เร็วที่สุด
สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมืองกล่าวถึงเรื่องกระทรวงพาณิชย์ที่มาเป็นอันดับหนึ่งว่า ส่วนหนึ่งได้ยินสมาชิกพรรคเพื่อไทยพูดและหลายคนพูดถึงเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรที่บางชนิดราคาตกอย่างข้าวนาปรังและมันสำปะหลังที่มีปัญหา บางตัวยังได้อยู่เช่น ยางพารา ปาล์ม ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนมาจากประชาชนอยากให้ราคาพืชผลดีก็นำมาสะท้อนกันในพรรค และเชื่อว่าพิชัย นริพทะพันธุ์ ที่เป็น รมว.พาณิชย์ก็รับฟัง
สมคิดกล่าวถึงช่วงเวลาที่อาจจะมีการปรับ ครม.ไว้ด้วยว่าถ้าจะมีการปรับก็ปรับหลังการพิจารณากฎหมายงบประมาณที่จะเข้าวาระแรกช่วงวันที่ 28-30 พ.ค.นี้แต่จะเกิดการปรับก่อนหรือหลังตนก็ไม่แน่ใจ
รองเลขาฯ นายกบอกด้วยว่าก็พอใจกับกระทรวงที่ดูแลอยู่แต่ก็ยอมรับว่าการเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงเศรษฐกิจถดถอยกต่ำเลยทำให้ต้องทำงานอย่างหนัก
นอกจากนั้นประธานวิปรัฐบาล วิสุทธิ์ ไชยอรุณ ยังให้สัมภาษณ์ทางรายการเจาะลึกทั่วไทยด้วยว่า เรื่องการปรับ ครม.นั้นเป็นอำนาจของนายกฯ โดยแท้ แม้ว่าเรื่องการปรับ ครม.จะมีพูดถึงมาตั้งแต่หลังจากอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้มีการคุยกันในพรรคมีเพียงเสียงบ่นว่างกล่าวกันบ้างให้เกิดการแก้ไขจาก สส.หลังจากกลับไปพื้นที่ช่วงสงกรานต์เช่นเรื่องข้าวนาปรังและมันสำปะหลังที่ราคาถูกลง หรือแม้แต่ยางพาราที่ราคาตกลงมาเป็น 10 บาทก็มีความกังวลก็อยากให้มีการกระตุ้นเรื่องค้าขายบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล
วิสุทธิ์ตอบคำถามของพิธีกรด้วยว่า แม้ สส.ในพรรคจะเห็นไปในแนวทางเดียวกับโพลล์ แต่ถ้าระหว่างนี้มีการแก้ไขในช่วงนี้ได้ก็อยู่ไปไม่ได้ว่าอะไร แล้วก็เป็นการกระตุ้นเมื่อมีผลออกมาแบบนี้คนที่กำกับดูแลเรื่องเศรษฐกิจก็ได้ทุ่มเทมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร
ประธานวิปรัฐบาลก็ตอบคำถามด้วยว่าที่ยังไม่ได้ไปคุยกับกระทรวงเกษตรฯ เป็นเรื่องมารยาทก็ไม่อยากไปติติงพรรคการเมืองอื่นก็ต้องว่าคนข้างในพรรคก่อนที่ต้องไปทำหน้าที่ประสาน แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากทรัมป์หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เกษตรกรวิตกกังวลก็มายื่นที่รัฐบาลทุกคนก็วิตกกังวล
แต่ไม่ใช่แค่กระทรวงเศรษฐกิจ แต่อีกกระทรวงที่ดูจะถูกพูดถึงไปด้วยแม้ว่าจะมาเป็นอันดับ 6 ในโพลล์คือกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในการกำกับดูแลของอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทยที่มีข่าวมาสักพักถึงความแตกแยกกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยที่มาปรากฏชัดอีกครั้งจากกรณีไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยประกาศขวาง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์กลางสภา
มติชนออนไลน์รายงานถึงคำให้สัมภาษณ์ของอนุทินกับสื่อที่กระทรวงมหาดไทยวันนี้ต่อเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะดึงกระทรวงมหาดไทยคืน เขาบอกว่าไม่ได้มีความกังวลเพราะจัดตั้งรัฐบาลมาด้วยกัน สส.ของพรรค 71 คนก็ยกมือสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลมา 2 คนแล้ว ทำงานร่วมกันมาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรและตอบสนองข้อสังการของนายกฯ ในทุกเรื่อง และยืนยันว่านายกฯ ยังไม่เคยพูดเรื่องปรับ ครม.
แต่เมื่อ รมว.มหาดไทยถูกถามว่าการปล่อยข่าวแบบนี้เป็นการเขย่าเก้าอี้และพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เขาตอบแค่ว่า “ต้องใช้แรงเยอะนะไม่น่าจะมีเรื่องพวกนี้จะเขย่าทำไม ต่างคนต่างทำงานไม่เห็นมีปัญหาอะไรในการทำงาน ทำงานร่วมกันมา 2 ปี ทุกคนก็ทำงานก็ได้รับเกียรติและนายกฯ ก็สั่งงานตลอดเวลา”
ส่วนเรื่องที่มีข่าวว่าจะตัดพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาลนั้น อนุทินย้ำถึงเรื่องที่พรรคให้การสนับสนุนนายกฯ จากพรรคเพื่อไทยมาตลอดและเป็นพรรคที่ประกาศชัดเจนว่าถ้านายกฯ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือจริยธรรมหรือศีลธรรม ถ้าถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือถูกวิจารณ์ในสภาฯ พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแรกที่ออกมาบอกว่าจะปกป้องและให้ความไว้วางใจสนับสนุนการทำงานของนายกฯ โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ จะดูแต่เรื่องคณิตศาสตร์อย่างเดียวไม่ได้ต้องดูเรื่องความผูกพันและความร่วมมือในการทำงาน
ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตอบคำถามนักข่าวเรื่องการแลกกระทรวงมหาดไทยกับกลาโหมว่าเขาไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ แค่ได้ยินจากสื่อเท่านั้น เมื่อถูกถามย้ำเขาก็บอกว่าเพิ่งอยู่ 6 เดือนจะไล่แล้วเหรอ
ส่วนเรื่องจะเอาพรรคภูมิใจไทยออกหรือไม่นั้น ภูมิธรรมตอบว่าเขาจะไปวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างไร อยู่ที่ประชาชนเป็นคนประเมิน เพราพวกเรายังทำงานร่วมกันได้ดี และเขายังคุยกับอนุทินได้ดีคุยกันรู้เรื่องหากมีงานที่เกี่ยวพันกันหรือสนับสนุนกัน ก็ทำเต็มที่
