Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. รมว.ยุติธรรม เป็นสักขีพยานการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ 21 ราย โดยกิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซี จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอาคาร สตง. ถล่ม ยืนยันไม่เกี่ยวข้องการดำเนินคดี - ก่อนหน้านั้นวันที่ 8 พ.ค. ตัวแทนแรงงานกว่า 500 คน ที่ไม่ได้รับค่าจ้าง 9.5 ล้านบาท จากการก่อสร้างอาคาร สตง. เข้าร้องเรียนต่อ กมธ.สวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร


ที่มาภาพ: กระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่าพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นสักขีพยานในการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนทำให้อาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) พังถล่ม จำนวน 21 ราย ณ สภาทนายความ โดยมีนายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ นายสงครามสกุลพราหมณ์ อุปนายกฝ่ายบริหารสภาทนายความ พันตำรวจโท อมร หงษ์ศรีทอง ผู้อำนวยการกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ กรมสอบสวนคดีพิเศษ นางสาวดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายปฐมพร โรจน์เรืองแสง หัวหน้ากลุ่มงานช่วยเหลือและเยียวยา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายภิรัช ปภาภิวัฒไชย กรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายฯ นางสาวมาลินี วัชราสิน กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายฯ และผู้แทนจากกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ร่วมเป็นสักขีพยานในการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมครั้งแรกนี้

ทั้งนี้ การมอบเงินดังกล่วเกิดขึ้นหลังกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประสานผ่านมายังกระทรวงยุติธรรมและสภาทนายความถึงความประสงค์ของกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ที่ต้องการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเบื้องต้นแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ แม้จะยังไม่มีผลสรุปสาเหตุการพังถล่มของอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) อย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคาร สตง. และ/หรือ คณะพนักงานสอบสวน โดยขอให้สภาทนายความและหน่วยงานต่าง ๆ เป็นคนกลางร่วมกันพิจารณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี ให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ สภาทนายความจึงได้มีคำสั่งสภาทนายความที่ 145/2568 ลงวันที่ 7 พ.ค. 2568 ในการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหาย กรณีตึกอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 อันประกอบไปด้วยผู้แทนจากสภาทนายความ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกิจการร่วมค้า ไอทีดี-ซีอาร์อีซี โดยคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายฯ ก็ได้เร่งการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบในคราวแรกนี้จำนวนรวมทั้งสิ้น 21 ราย ประกอบไปด้วยผู้เสียชีวิต 12 ราย โดยผู้แทนทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกจะได้รับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรายละ 1,000,000 บาท และผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย จะได้รับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรายละ 200,000 บาท

สำหรับบุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมรายอื่นที่ประสงค์จะเข้าขอรับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมดังกล่าว สามารถแสดงความจำนงและดำเนินการจัดส่งเอกสารหลักฐานประกอบต่าง ๆ มายังสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อที่คณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายฯ จะได้เร่งพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อย่างถูกต้องต่อไป

นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ ยืนยันว่าการจ่ายเงิน ช่วยเหลือวันนี้ เป็นไปเพื่อมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของคดี ความแต่อย่างใด โดยผู้ได้รับผลกระทบ ยังคงเรียกร้องความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ตามหลักเกณฑ์ต่อไป

นายศุภมิตร วัฒน์นพคุณ ผู้แทนบริษัท ซีอาร์อีซี นัมเบอร์ 10 จำกัด กล่าวถึงกรณี มีเอกสารรับเงินเยียวยาปรากฏตามโซเชียลมีเดีย มากมาย และมีลักษณะ ให้ผู้ได้รับเงิน ยอมความว่า เอกสารรับเงินเยียวยา คณะทำงานเงินเยียวยา ยังไม่เคยเปิดเผย และขออย่าให้ความเชื่อถือกับเอกสาร ในโซเชียลมีเดีย แต่ยืนยันว่าแม้ยังไม่การสรุปถึงสาเหตุของอาคารถล่มแต่สิ่งที่ทำในขณะนี้คือการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบและยืนยันว่าการจ่ายเงินไม่ได้มีเจตนาหรือหวังผลใดใดในคดี เช่นการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลหรือค่าทำศพที่ผ่านมาเป็นต้น

นายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริหารอาวุโส กิจการร่วมค้า ITD-CREC กล่าวเพิ่มเติมว่า ขั้นตอนในขณะนี้ ยังต้องพิสูจน์ DNA ผู้เสียชีวิต อีกหลายราย เพื่อให้เกิดความถูกต้อง จึงทำให้ เบื้องต้นวันนี้ ช่วยเหลือได้ก่อน 21 ราย แต่ รายอื่นๆ เชื่อว่ากระบวนการ จะแล้วเสร็จภายใน เดือนนี้ แต่ ไม่ได้หมายความว่าหากเกินเวลา 30 วัน หรือสิ้นเดือนนี้ผู้ได้รับผลกระทบจะไม่สามารถเรียกร้องได้อีกต่อไป พร้อมยืนยันแม้เลยกำหนด 30 วันที่คณะทำงานกวางกรอบไว้ก็ยังคงสามารถมาเรียกร้องขอความช่วยเหลือได้

ตัวแทนแรงงานกว่า 500 คน ที่ไม่ได้รับค่าจ้าง 9.5 ล้านบาท จากการก่อสร้างอาคาร สตง. เข้าร้องเรียนต่อ กมธ.สวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร


ที่มาภาพ: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายฐิติพงศ์ โพธิพรหม หรือ ช่างเบิร์ด ตัวแทนผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีไม่ได้รับค่าจ้างหรือเงินค่าตอบแทนจำนวน 9.5 ล้านบาท จากการก่อสร้างโครงการอาคารสตง. ในส่วนของช่างไฟฟ้าซึ่งมีแรงงานกว่า 500 คน ซึ่งนายฐิติพงศ์ ได้เคลื่อนไหวเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปี 67 ทวงถาม และส่งหนังสือไปถึงหลายหน่วยงาน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และบริษัทผู้รับเหมา แต่กลับได้รับการชี้แจงมาว่าต้องรอกระบวนการหารือร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อจัดสรรจำนวนเงินก่อนจ่ายให้กับแรงงาน และล่าสุดเมื่อสอบถามไปยัง สตง. กลับได้รับคำตอบว่ามีการจ่ายเงินค่าแรงมาแล้ว จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดเงินจึงยังไม่ถึงมือพี่น้องแรงงาน ซึ่งปัจจุบันแรงงานดังกล่าวกว่า 500 คน ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ต้องนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปจำนองเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่ายเป็นค่าครองชีพ อีกทั้งในการเดินทางไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่าง ๆ แต่ละครั้งก็ต้องมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายจำนวนมากเช่นเดียวกัน จึงขอให้คณะกมธ. ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งบริษัทผู้รับเหมา และหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว เพื่อเร่งคืนความเป็นธรรมให้กับแรงงานทุกคนตามสัญญาให้ได้รับค่าตอบแทนอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยนายฐิติพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่าการเรียกร้องในครั้งนี้ไม่ได้เรียกร้องเพื่อตนเองแต่เพื่อพี่น้องแรงงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมขอฝากข้อความถึง สตง. ว่าชีวิตแรงงานกว่า 100 ชีวิตที่ต้องสูญเสียจากเหตุการณ์ตึกถล่มในครั้งนี้ เหมือนเป็นการเสียชีวิตแทนเจ้าหน้าที่ สตง. ทุกคน จึงขอให้เข้าใจความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสีย และครอบครัวผู้ใช้แรงงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย

ด้านนายณัฐชา กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเสมือนผึ้งแตกรัง เพราะผู้รับเหมาช่วง ที่รับงานต่อมาจากผู้รับเหมาหลัก มีจำนวนมากและหลายบริษัท และเมื่อเกิดเหตุการณ์ตึกถล่มขึ้น งานก่อสร้างที่อยู่ในตัวอาคารได้เสียหายไปแล้วนั้น ไม่สามารถจะประเมินได้แน่ชัดว่าแรงงานคนใดทำงานถึงขั้นไหน ทำให้ทุกบริษัทต่างพยายามเอาตัวรอด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้แรงงานที่มายื่นหนังสือในครั้งนี้ไม่ใช่ผู้รับเหมาช่วง แต่เป็นแรงงานรายวัน เมื่อทำงานไปแล้ว ลงแรงไปแล้ว ควรที่จะได้รับค่าตอบแทน ส่วนเรื่องของบริษัทจะได้กำไรหรือขาดทุน หรือจัดการกับต้นทุนอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของบริษัทเอง อย่างไรก็ตามคณะกมธ. จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาโดยเร่งด่วน พร้อมจะเร่งทำหนังสือไปถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้รับทราบเรื่องดังกล่าวและขอให้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปนอกจากนี้ยังได้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า หน่วยงานหลักที่ควรเข้ามาบริหารจัดการเรื่องการจ่ายค่าแรงให้แก่พี่น้องแรงงานนั้นควรเป็น สตง. ไม่ใช่การปล่อยให้บริษัทรับเหมาซึ่งมีอยู่จำนวนมากจัดการกันเอง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง