Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

รัฐบาลประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีพิพาทปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา แถลงจะปกป้องอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มที่โดยยึดหลักการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เตรียมประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เขตแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 14 มิ.ย. นี้ ที่กัมพูชา ภูมิธรรมระบุ รัฐบาลจะพยายายามจำกัดวงไม่ให้เรื่องไปถึงศาลโลก จะหารือกรณีเฉพาะจุดปะทะ และยึด MOU 43 ไม่เล่นตามเกมของกัมพูชาที่จะดึงนานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

4 มิ.ย. 2568 จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้ากรณีปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า หลังเกิดเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดนระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา เมื่อเช้ามืดวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา จากการประชุมของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางรัฐบาลออกแถลงการณ์ดังต่อไปนี้

รัฐบาลขอยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและคุ้มครองบูรณภาพของดินแดนไทยอย่างเต็มที่โดยยึดหลักการในการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม  โดยจุดเริ่มต้นของสถานการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2568 ในขณะที่กองกำลังฝ่ายไทยลาดตระเวนตามปกติในพื้นที่ฝ่ายไทยซึ่งเป็นแนวที่ถือปฏิบัติเสมอมา แต่ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างกองกำลังไทยและกัมพูชา ที่บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี สถานการณ์จากการปะทะดังกล่าวทำให้กองกำลังไทยจำเป็นต้องป้องกันตัว และปกป้องพื้นที่อธิปไตยของไทย เป็นการดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

โฆษณา - Advertising

ภายหลังจากเกิดเหตุรัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้หารืออย่างใกล้ชิดในทุกระดับรวมถึงนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศได้มีการพูดคุยกันด้วยความห่วงใยในสถานการณ์ ผลจากการพูดคุยรัฐบาลทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่า จะร่วมมือกันทำให้สถานการณ์กลับสู่ปกติและไม่ลุกลามบานปลาย และเห็นพ้องที่จะใช้กลไกทวิภาคีต่างๆที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งหนึ่งในกลไกนั้น คือกลไก JBC ตามที่ ผู้บัญชาการทหารบก ของทั้งสองฝ่ายได้หารือกันไว้ เมื่อวันที่ 29  พ.ค. ที่ผ่านมา

ส่วนประเด็นท่าทีของฝ่ายกัมพูชาที่อาจจะใช้กลไกทางศาลหรือฝ่ายที่สามมาพิจารณาเรื่องนี้นั้น รัฐบาลขอเรียนว่าประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านของกัมพูชามีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขประเด็นปัญหาระหว่างกันโดยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ สนธิสัญญาและความตกลงต่างๆ เช่น MOU 2543 และข้อมูลหลักฐานต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายดาวเทียม และไทยพร้อมที่จะเจรจากับฝ่ายกัมพูชาผ่านกลไกระดับทวิภาคีที่มีอยู่ระหว่างกัน เช่น

- JBC (การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม) เป็นกลไกทางเทคนิคจัดตั้งขึ้นโดย MOU 2543 เพื่อหารือเรื่องการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทวิภาคี ขณะนี้ฝ่ายกัมพูชาได้ตอบรับตามคำขอของฝ่ายไทยที่จะจัดขึ้น (ในวาระที่ฝ่ายกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ) ในวันที่ 14 มิ.ย. นี้ ที่กัมพูชา

- GBC (คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา) เป็นกลไกระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ RBC (คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค) เป็นกลไกระดับแม่ทัพภาค ซึ่งทั้ง GBC และ RBC มีหน้าที่หลักในการดูแลสถานการณ์ชายแดนให้มีความสงบเรียบร้อยนอกจากนี้ รัฐบาลทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันที่จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับประชาชน เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

รัฐบาลขอยืนยันว่า ปัจจุบันสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทั่วไปมีความสงบเรียบร้อย รัฐบาลขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ตามขั้นตอนในการปกป้องอธิปไตยของไทย และรักษาสิทธิทางกฎหมายของไทยอย่างครบถ้วน รัฐบาลเชื่อมั่นว่า ไทยและกัมพูชาจะสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ บนพื้นฐานของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนบริเวณชายแดน รวมถึงความเป็นครอบครัวของ”อาเซียน”ด้วยกัน

เดอะ สแตนดาร์ด ขณะที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (4 มิ.ย. 2568) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงแถลงการณ์ของรัฐบาลเกี่ยวข้อพิพาทไทยกับกัมพูชา โดยใช้ 3 กลไกข้างต้น จะสามารถนำไปสู่ตัดเรื่องการนำคดีไปสู่ศาลโลกได้หรือไม่

ภูมิธรรมระบุว่า แถลงการณ์ฉบับนี้แสดงจุดยืนอธิปไตยของประเทศ สิทธิทางกฎหมายของไทย และแนวทางการแก้ปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรง บางเรื่องไทยไม่ได้เอ่ยถึงเพราะเขาพยายามขยายวงไปถึงศาลโลก ฝ่ายไทยพยายามจะจำกัดวงไม่ให้ไปถึงจุดนั้น พูดถึงเฉพาะจุดปะทะ และยึด MOU 43 ไม่เล่นตามเกมของกัมพูชาที่จะดึงนานาชาติเข้ามา เนื่องจากประเด็นพิพาทดังกล่าวกระทบต่อเขตแดนและเอกราชของประเทศไทย ซึ่งทุกฝ่ายตกลงกันแล้วว่าจะมีการประชุมร่วมกันสองประเทศอีกครั้งในวันที่ 14 มิ.ย. นี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) เขตแดนไทย-กัมพูชา ที่กัมพูชา นอกจากนี้ ไทยมีการเตรียมการต่อสู้ในแง่ของกฎหมาย และหากมีความจำเป็นก็มีการเตรีมการทางด้านการทหารในแนวหน้าไว้หมดแล้ว 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising