Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผู้บัญชาการทหารบกออกคำสั่งมอบอำนาจ ผบ.กองกำลังบูรพา และ ผบ.กองกำลังสุรนารี ควบคุมจุดผ่านแดนแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ตามมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) - ระงับนักท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา เดินทางผ่านเข้า-ออก จุดผ่านแดนถาวร 'บ้านแหลม-บ้านผักกาด' ชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้ (7 มิ.ย.) เป็นต้นไป - โฆษกกองทัพบกแจงคำสั่งควบคุมจุดผ่านแดนจะดำเนินการเป็นขั้นตอน ตามสถานการณ์และเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ - กองกำลังบูรพาส่งหนังสือถึง ผู้ว่าฯ สระแก้ว ควบคุมการ เปิด-ปิดด่านเร็วขึ้น ชาวไทยที่ไปเล่นการพนันและไปท่องเที่ยวห้ามออกประเทศ ส่วนชาวกัมพูชาที่เข้ามาค้าขายสามารถผ่านเข้าออกได้ โดยมีหนังสือเดินทางหรือ Border pass เท่านั้น ให้ ตม.พิจารณาหนังสือเดินทาง จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน - ไทยยกระดับโต้กัมพูชา หลังปฏิเสธข้อเสนอลดความตึงเครียด เสริมกำลังพลเข้าประชิดแนวชายแดน ยันประชุม JBC ยังมีอยู่ พร้อมเดินหน้าเจรจาอย่างสันติวิธี


แฟ้มภาพกรมประชาสัมพันธ์

7 มิถุนายน 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงนามในคำสั่งกำหนดอำนาจให้ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี มีอำนาจในการควบคุมการเปิด–ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยสามารถพิจารณากำหนดมาตรการ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่จำเป็น ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ตามลำดับขั้นความเข้มงวดในแต่ละพื้นที่

การดำเนินการดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ซึ่งมอบหมายให้กองทัพบกเป็นหน่วยหลักในการควบคุมการเปิด–ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภท เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติตามข้อกำหนดของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด

โฆษณา - Advertising

การออกมาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายกัมพูชารุกล้ำชายแดนไทยหลายครั้ง พร้อมแสดงท่าทียั่วยุอย่างเปิดเผย แม้ไทยจะใช้สันติวิธีและพยายามเจรจา แต่กัมพูชายังเสริมกำลังและจัดตั้งฐานทหารใกล้ชายแดน แสดงถึงความไม่ร่วมมือและเป็นภัยต่ออธิปไตยและความมั่นคงของไทย ทำให้ไทยจำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาผลประโยชน์และความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามแนวชายแดน

สำหรับรายละเอียดทั้งหมดในคำสั่งดังกล่าวสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางการสื่อสารทางการของกองทัพบกที่เว็บไซต์ www.rta.mi.th เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากทางราชการ

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ออกหนังสือราชการ ระงับนักท่องเที่ยวไทย-กัมพูชา เดินทางผ่านเข้า-ออก

นาวาเอก นพโรจน์  สิริปริยพงศ์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ลงนามในหนังสือราชการด่วนที่สุด แจ้งไปยังผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อขอระงับนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวกัมพูชา เดินทางผ่านเข้า - ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรฯ โดยอ้างอิงตามประกาศให้ใช้กฎอัยการศึก ในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เฉพาะอำเภอขลุง อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว และตามมาตรา 5 แห่ง พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก 2547  กำหนดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร มีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนต้องปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร

เนื่องจากปัจจุบันมีสถานการณ์ อันเป็นภัยคุกคามจากประเทศกัมพูชา และอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และประชาชนชาวกัมพูชา อาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก 2547 ขอให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการตามที่เคยปฏิบัติมา และขอให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองจันทบุรี ระงับนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางผ่านออกไปยังประเทศกัมพูชา และระงับนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา เดินผ่านเข้ามายังประเทศไทย ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดจันทบุรี เป็นการชั่วคราว (ยกเว้นแรงงานชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยให้การค้าขายระหว่างประเทศเป็นไปตามปกติ)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ผกก.ตชด.12 ตรวจความพร้อม โรงเรียน ตชด. ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา หากเกิดกรณีฉุกเฉิน

พ.ต.อ.ปาริชาติ บรรจงปรุ ผกก.ตชด.12 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รร.ตชด.บ้านเขาสารภี ต. ทับพริก อ.คลองหาดจว.สระแก้ว และ รร.ตชด.ประชารัฐบำรุง1  ต.ป่าไร่  อ.อรัญจว.สระแก้ว โดยตรวจสอบความพร้อมของหลุมหลบภัย  หากเกิดกรณี ฉุกเฉิน พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ครูใหญ่และครูผู้สอน ของ รร.ตชด. ในสังกัด กก.ตชด.12  ที่มีพื้นที่เสี่ยงภัยและได้รับผลกระทบจากการสู้รบระหว่างไทย -กัมพูชา ทำการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ การอพยพนักเรียน รร.ตชด.

โดยซักซ้อมให้นักเรียนหลบภัยเข้าบังเกอร์ ทั้งที่มีภายในโรงเรียน และเน้นทักษะให้นักเรียนสามารถอพยพได้อย่างเป็นระบบ ลดความตื่นตระหนก และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ความไม่สงบและภัยคุกคาม หากเกิดสถานการณ์จริงขึ้น

โฆษกกองทัพบกแจงคำสั่งควบคุมจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา จะดำเนินการเป็นขั้นตอน ตามสถานการณ์และเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

จากกรณีที่กองทัพบกได้ออกคำสั่งให้มีการควบคุมจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อรักษาอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และความมั่นคงของชาติ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าวมิได้เป็นการใช้มาตรการสูงสุดในทันที แต่เป็นแนวทางปฏิบัติแบบเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาจากระดับความรุนแรงของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ เน้นจากเบาไปหาหนักตามความเหมาะสม โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก

ขั้นที่ 1 จำกัดการผ่านแดนเฉพาะบุคคลที่มีเหตุจำเป็น เช่น การค้าขาย การขนส่งสินค้า แรงงาน และงานจำเป็นอื่น ๆ โดยเพิ่มระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นักพนัน หรือกลุ่มที่อาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

ขั้นที่ 2 ปรับลดช่วงเวลาในการเปิด–ปิดจุดผ่านแดน พร้อมทั้งกำหนดวัน–เวลาการเข้า–ออกอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของบุคคลและกิจกรรมในพื้นที่ชายแดน

ขั้นที่ 3 ปิดจุดผ่านแดนบางจุด (Selective Closure) โดยพิจารณาจากจุดที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีข้อมูลด้านความมั่นคงที่อาจนำไปสู่การรุกล้ำ หรือการก่อเหตุจากฝ่ายตรงข้าม

ขั้นที่ 4 ปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต หรือมีการรุกรานอย่างชัดเจน เพื่อควบคุมสถานการณ์ในระดับสูงสุด

โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวได้มอบอำนาจให้กองกำลังบูรพา และกองกำลังสุรนารี เป็นผู้พิจารณากำหนดรายละเอียด หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน และความปลอดภัยของประชาชน

สำหรับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความมั่นคง เช่น นักศึกษาที่เดินทางไปเรียน ผู้ป่วย ฯลฯ อยู่ในข้อยกเว้นตามประกาศนี้ ซึ่งทางกองกำลังป้องกันชายแดนจะร่วมกับฝ่ายปกครองในพื้นที่ พิจารณาให้สามารถเดินทางผ่านช่องทางได้

กองทัพบก ขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนมั่นใจว่าการดำเนินการใด ๆ จะคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนอย่างรอบคอบ และจะปรับมาตรการให้เหมาะสมตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

กองกำลังบูรพาส่งหนังสือถึง ผู้ว่าฯ สระแก้ว เปิด-ปิด ด่านเร็วขึ้น ให้ ตม.พิจารณาหนังสือเดินทาง จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน

กองกำลังบูรพา มีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว  เรื่อง มาตราการควบคุมจุดผ่านแดนถาวรฯ / จุดผ่อนการค้าฯ ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสระแก้ว โดยระบุว่า กองกำลังบูรพา ในฐานะหน่วยรับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนไทย - กัมพูชา บริเวณจังหวัดสระแก้ว ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยและกัมพูชา ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร จากความตึงเครียดจากสถานการณ์ในขณะนี้

อีกทั้งได้ดำเนินการตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติได้มอบหมายให้กองทัพบก ดำเนินการควบคุมการเปิด - ปิด จุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา จึงกำหนดมาตรการดำเนินการในพื้นที่แนวชายแดน ไทย - กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ดังนี้

1. จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ ปรับเวลาเปิด-ปิด จากเดิมที่ปฏิบัติปกติของตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว เวลา 06.00 – 22.00  น. เป็น 08.00 – 16.00 น.

ชาวไทยที่ไปเล่นการพนันและไปท่องเที่ยว ห้ามออกประเทศ ส่วนชาวกัมพูชาที่เข้ามาค้าขาย สามารถผ่านเข้า - ออกได้ โดยมีหนังสือเดินทาง หรือ Border pass เท่านั้น และให้ตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว พิจารณาหนังสือเดินทางหรือ Border pass จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน

การส่งป่วยด้านมนุษยธรรม ให้ผ่านเข้า – ออกได้ โดยพิจารณาจากสำนักงานประสานงานชายแดนไทย - กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการทัพภาค 1 เป็นผู้อนุมัติเท่านั้น

สำหรับชาวไทยที่ไปทำงานหรือค้าขายในกัมพูชา สามารถออกไปได้ โดยให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พิจารณาหนังสือเดินทาง หรือ Border pass จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน

ห้ามรถบรรทุกสินค้าขนาด 6 ล้อขึ้นไปผ่าน ให้ไปใช้การผ่านแดนที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา เท่านั้น

2. จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา (หนองเอี๋ยน - สตึงบท) อำเภออรัญประเทศ ปรับเวลาเปิด-ปิด จากเดิมที่ปฏิบัติปกติของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เวลา 06.00 – 18.00 น. เป็น 08.00 – 16.00 น. รถบรรทุกสินค้าขนาด 6 ล้อขึ้นไป ให้ไปใช้การผ่านแดนที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา เท่านั้น

3. จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด ปรับเวลาเปิด-ปิด จากเดิมที่ปฏิบัติปกติของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว เวลา 06.00 – 18.00 น. เป็น 08.00 – 16.00 น. ชาวไทยที่ไปเล่นการพนันและไปท่องเที่ยว ห้ามออกนอกประเทศ ส่วนชาวกัมพูชาที่เข้ามาค้าขาย สามารถผ่านเข้า - ออกได้ โดยมีหนังสือเดินทาง หรือ Border pass เท่านั้น และให้ ตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว พิจารณาหนังสือเดินทางหรือ Border pass จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน

การส่งป่วยด้านมนุษยธรรม ให้ผ่านเข้า-ออกได้ โดยพิจารณาจาก สำนักงานประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการทัพภาค 1  เป็นผู้อนุมัติเท่านั้น สำหรับชาวไทยที่ไปทำงานหรือค้าขายในกัมพูชา สามารถออกไปได้ โดยให้ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว พิจารณาหนังสือเดินทาง หรือ Border pass จาก 14 วัน เหลือ 7 วัน และห้ามรถบรรทุกสินค้าขนาด 6 ล้อขึ้นไป ผ่านเข้าออก และให้ใช้การผ่านแดนที่ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา เท่านั้น

4. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา อำเภอตาพระยา ปรับเวลาเปิด-ปิด เป็น 08.00 – 12.00 น. เข้าออกผ่านแดนตามปกติ เน้นคัดกรองคนผ่านเข้า - ออก สามารถอนุญาต/ไม่อนุญาตผ่านแดน ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ ห้ามรถบรรทุกสินค้าชนาด 6 ล้อขึ้นไปผ่าน ให้ใช้การผ่านแดนที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา เท่านั้น

5. จุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ อำเภออรัญประเทศ ปรับเวลาเปิด-ปิด เป็น 08.00 – 12.00 น. เข้าออกผ่านแดนตามปกติ เน้นคัดกรองคนผ่านเข้า - ออก สามารถอนุญาต/ไม่อนุญาตผ่านแดน ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ ห้ามรถบรรทุกสินค้าขนาด 6 ล้อขึ้นไปผ่าน ให้ไปใช้การผ่านแดนที่จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา เท่านั้น

ทั้งนี้ ขอให้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เป็นต้นต้นไป จนกว่าจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงจากกองกำลังบูรพา และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รับทราบด้วย จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ พลตรีเบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา

ไทยยกระดับโต้กัมพูชา หลังปฏิเสธข้อเสนอลดความตึงเครียด เสริมกำลังพลเข้าประชิดแนวชายแดน ยันประชุม JBC ยังมีอยู่ พร้อมเดินหน้าเจรจาอย่างสันติวิธี

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย พันเอกหญิง แพทย์หญิงดังใจ สุวรรณกิตติ โฆษกกระทรวงกลาโหม และพลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดน ไทย-กัมพูชา

โดยนายนิกรเดช กล่าวถึง ความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตามที่เกิดเหตุปัญหาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริเวณช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำเป็นต้องป้องกันตัวเองและปกป้องอธิปไตยของไทย ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามหลักสากล ที่ผ่านมาฝ่ายไทยใช้ความอดทนอดกั้นและแก้ไขสถานการณ์ด้วยสันติวิธี โดยเรียกร้องขอกัมพูชา พยายามลดความตึงเครียดในพื้นที่ และจำกัดความขัดแย้ง ให้อยู่เพียงในจุดที่เกิดเหตุ โดยมีการพูดคุยหารือทั้งระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกองทัพบกของทั้ง 2 ประเทศ บนพื้นฐานของความสุจริตใจ และความสัมพันธ์ที่ดีของไทยและกัมพูชาในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็เห็นฟ้องถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี โดยผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่แล้วมาโดยตลอด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศ ได้มีการหารือกันที่จังหวัดสระแก้วเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยฝ่ายไทยพยายามย้ำ อีกครั้งถึงความจำเป็นในการลดระดับความตึงเครียดบริเวณชายแดน และให้ปรับกำลังทหารให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติเดิม ก่อนที่จะเกิดเหตุความขัดแย้ง เพื่อลดการปะทะของทหารที่จะส่งผลกระทบกับประชาชนของทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายที่ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธทันทีต่อข้อเสนอ อีกทั้งยังมีการเสริมกำลังทหารตามบริเวณพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังปฏิเสธที่จะปฏิบัติตาม MOU43 บนพื้นฐานการเจรจาแบบสันติวิธี ซึ่งการเจรจาดังกล่าวเพิ่มความตึงเครียดและทำให้สถานการณ์ในพื้นที่มีความเปราะบางมากขึ้น การดำเนินการของฝ่ายกัมพูชาข้างต้น แสดงให้เห็นถึงการขาดเจตนารมณ์ และความจริงใจที่จะร่วมมือกับฝ่ายไทยในการที่จะลดความตึงเครียด และทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ

ดังนั้น เป็นไปตามมติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. วันที่ 6 มิถุนายน 2568 และเพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทยตามแนวชายแดน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการควบคุมการเปิดปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา โดยที่ประชุม สมช.ได้มอบหมาย ให้กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 รวมถึงกองกำลังจันทบุรี-ตราด เป็นผู้กำหนดมาตรฐาน กฎเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขเวลาที่เหมาะสมตามสถานการณ์บริเวณจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งความเข้มข้นของการควบคุมเป็นไปตามสถานการณ์ความตึงเครียด

นายนิกรเดช ย้ำว่าการดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชนไทยและกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน และความสงบเรียบร้อยตลอดแนวชายแดน โดยฝ่ายไทยจะคำนึงและระมัดระวังไม่ให้การดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการค้าขายและความเป็นอยู่ของประชาชนของทั้ง 2 ประเทศที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งด้านมนุษยธรรม

ทั้งนี้ ไทยเรียกร้องให้กัมพูชาลดระดับความตึงเครียดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม ที่จะส่งผลเสียกับประชาชนทั้งสองฝ่ายตามแนวชายแดน และฝ่ายไทยยืนยันความพร้อมที่จะใช้กลไกทวิภาคีโดยการ ใช้การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ไทย กัมพูชา ที่จะมีกำหนดเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ รวมถึงกลไกทวิภาคีอื่น เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติบนพื้นฐานความเคารพและความจริงใจต่อกัน เพื่อให้ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับไปสู่ความสงบสุขเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ โดยย้ำว่าการประชุม JBC ยังคงมีอยู่และหวังว่าจะเป็นการเจรจาจริงใจ

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รับและดำเนินการตามนโยบายของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ผ่านมาไม่ได้ละเลย หากแต่อดทนและพยายามใช้การเจรจาอย่างสันติวิธี มากไปกว่านั้นยังได้กำชับให้กำลังพลในพื้นที่เฝ้าระวังไม่ให้เกิดการรุกล้ำเป็นอันขาด แต่กระบวนการที่ผ่านมากลับได้รับการตอบสนองไม่เป็นทางบวก จึงต้องปรับมาตรการ ซึ่งที่ประชุม สมช.ได้มอบหมายให้กองทัพบก เป็นผู้รับผิดชอบนำแผนไปปฏิบัติต่อ

ด้านพลตรี วินธัย กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 และภาคที่ 2 กองบัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด กองทัพบกได้มีการอำนวยการให้ผู้ขับหมวดทหารในพื้นที่กองกำลังสุรนารี และกองกำลังบูรพา มีอำนาจในการควบคุม เปิด-ปิดจุดผ่านแดน ซึ่งเพิ่มเติมในเรื่องขั้นตอน การดำเนินการยังคงนึกถึงผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตกิจกรรมที่มีบริเวณชายแดน ให้แต่ละหน่วยได้พิจารณาขั้นตอน คือ ขั้นตอนแต่ละจุด อาจจะไม่เหมือนกัน โดยขั้นตอนแรกเป็นเรื่องของการจำกัดบุคคล จะมีการคัดกรอง เช่น กลุ่มคนที่อาจจะไปเล่นการพนัน หรือกลุ่มคนที่ไปสนับสนุนการกระทำผิดกฏหมายต่างๆ แต่สำหรับส่วนอื่นๆ เจ้าหน้าที่ยังพิจารณาสามารถที่จะเข้าออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยกลุ่มที่จะเดินทางเข้ามารับการศึกษา เช่น นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มคนที่ต้องมีการเข้าออกรักษาพยาบาล โดยเฉพาะคนชรา

ส่วนขั้นที่สองนั้น พลตรีวินธัย กล่าวต่อว่า เป็นลักษณะควบคุมเรื่องเวลา กำหนดช่วงเวลาเข้า-ออก เช่น เวลาเดิมด่านมีเวลาเปิดที่ยาว อาจจะปรับสั้นขึ้นตามความเป็นจริงเท่านั้น หรือพิจารณาบางจุดที่ไม่จำเป็นบางจุดที่กระทำผิดกฎหมายบ่อย เช่น ลักลอบนำเข้าสินค้า อาจจะมีการพิจารณาปิดบางจุดที่ไม่จำเป็น แต่ยังคำนึงถึงการดำเนินชีวิตของประชาชน แต่ทั้งนี้ การปิดทุกจุดพรมแดน ถึงแม้ว่าตอนนี้กองทัพบกมีคำสั่งให้หน่วยสามารถดำเนินการได้ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการต่างๆ จะต้องมีการประสานกับทุกระดับเหมือนเดิม แต่สำคัญคือ เรื่องความปลอดภัยของประชาชน แต่ด้วยกำลังพลขอทำความเข้าใจกับประชาชนในมุมของความมั่นคง จำเป็นต้องมีการพิจารณา เพราะหนึ่งชีวิตสำคัญมากของกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร

วันนี้ ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เริ่มปิดด่านเร็วขึ้นในเวลา 16.30 น.นั้น ถือเป็นมาตรการใหม่ พล.ต.วินธัย กล่าวย้ำว่า การเปิด-ปิดจุดผ่านแดนเป็นดุลพินิจของหน่วยทหาร หน่วยปกครอง และตำรวจในพื้นที่ ว่า จะดำเนินการอย่างไร


ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2] [3] [4] [5] [6]

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising