Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อนิยามคำว่าครอบครัวที่คำนึงถึงความหลากหลายนั้น ควรจะไปไกลยิ่งกว่า "พ่อแม่ลูก" แต่รวมถึงครอบครัวรูปแบบอื่นๆ ซึ่งในฮ่องกงก็เริ่มมีคู่รัก LGBTQ+ ที่มีลูกอย่างเปิดเผยบ้างแล้ว แต่ทว่าพวกเขาก็ยังคงเผชิญกับอุปสรรคทั้งความไม่เข้าใจจากสังคม และเรื่องทางกฎหมายที่ปิดกั้น ไม่ยอมรับครอบครัวแบบพ่อสองคน แม่สองคน หรือครอบครัวที่หลากหลายอื่นๆ

ในฮ่องกง มีกรณีที่คู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศเปิดเผยตัวเพิ่มมากขึ้น ทั้งคู่ที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรหรือใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว เช่นกรณีคู่หญิงรักหญิง เอ็ด กับ ซากุระ สองคุณแม่ที่มีลูกชื่อ อันยา อายุ 2 ขวบ เธอเป็นเด็กหลอดแก้วที่ได้มาจากการใช้ไข่ของคู่รักคนใดคนหนึ่งผสมกับสเปิร์มของผู้ให้บริจาค

แต่ในเรื่องของการยอมรับทางกฎหมายนั้น คู่รักหลากหลายทางเพศในฮ่องกงก็ยังคงเผชิญกับอุปสรรค และในขณะเดียวกันสังคมฮ่องกงยังคงมองพ่อแม่ที่เป็นคู่รักหลากหลายทางเพศอย่างกรณีของ เอ็ด กับ ซากุระ เป็นเรื่องใหม่

ซากุระเล่าถึงเรื่องที่เคยมีพนักงานแคชเชียร์แสดงความแปลกใจที่รู้ว่าอันยา ลูกสาวของพวกเขา เป็นเด็กที่มีแม่สองคน แทนที่จะเป็นพ่อแม่แบบคู่รักเพศชายหญิง

โฆษณา - Advertising

กรณีของ เอ็ด กับ ซากุระ เป็นตัวอย่างของครอบครัวรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่พ่อแม่ลูกแบบครอบครัวดั้งเดิมของคู่รักเพศชายหญิง แต่เป็นครอบครัวสีรุ้งของผู้มีความหลากหลายในฮ่องกงที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

แบร์รี ลี ประธานองค์กรเกรย์แอนด์ไพรด์ องค์กรเอ็นจีโอที่ช่วยเหลือเกย์วัยกลางคนและเกย์สูงอายุกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว คนรักเพศเดียวกันจำนวนมากที่ยังคงไม่เปิดเผยตัวในเรื่องความสัมพันธ์หรือการมีลูกเพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อครอบครัว แต่ในทุกวันนี้มีผู้คนเปิดเผยมากขึ้นในเรื่องนี้เพราะพวกเขารู้สึกว่าสังคมให้การยอมรับมากขึ้น เช่นมีการจูงมือกันในที่สาธารณะ หรือในงานของ LGBTQ+

ฟรานซิส ถัง ผู้ก่อตั้งองค์กรเอ็นจีโอ เกย์ ฮาร์โมนี กล่าวว่าก่อนที่จะมีลูกได้นั้นกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศจะต้องผ่านหลักไมล์บางอย่างในชีวิตก่อน เช่น รู้สึกว่าสามารถหาความสงบในจิตใจตัวเองและคนรอบข้างได้ก่อน พวกเขาถึงเริ่มคิดถึงการมีครอบครัว แต่มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับชาว LGBTQ+ เพราะการตีตราในสังคม

พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้มีหลากหลายทางเพศ "ชนกลุ่มน้อยในหมู่ชนกลุ่มน้อย" ในฮ่องกง

กลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครองชาว LGBTQ+ ในฮ่องกงนั้น นับได้ว่าเป็น "ชนกลุ่มน้อยในหมู่ชนกลุ่มน้อย" อีกทอดหนึ่ง เพราะในฮ่องกงไม่มีการรับรองสมรสเท่าเทียมสำหรับทุกเพศ รวมถึงมีกฎหมายเรื่องการเจริญพันธุ์ที่เข้มงวด ทำให้เป็นเรื่องยากที่คู่รักเพศเดียวกันจะมีลูก

โฆษณา - Advertising

คู่รัก LGBTQ+ หลายคู่ที่ไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้เอง มักจะใช้วิธีการรับอุปการะบุตร หรือไม่เช่นนั้นก็ใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งหมายถึงการใช้ไข่หรือสเปิร์มของอีกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อนำไปผสมกับสเปิร์มหรือไข่ของผู้ที่ให้บริจาคหรือที่มาจากการซื้อขาย

แต่ในแง่ของกฎหมายนั้น ยังเต็มไปด้วยข้อจำกัดที่กลายเป็นอุปสรรคของคู่รักเพศหลากหลายที่ต้องการจะมีลูก เช่น มีการจำกัดการทำเด็กหลอดแก้วไว้ให้สำหรับคู่รักชายหญิงและคู่ที่แต่งงานแล้วเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกรณีการสั่งห้ามซื้อขายเซลล์สืบพันธุ์หรือตัวอ่อนเพื่อช่วยเหลือด้านการเจริญพันธุ์ในหมู่คนรักเพศเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะเป็นการซื้อขายจากต่างประเทศก็ตาม เป็นหนึ่งในกฎหมายหายากของฮ่องกงที่ขยายอำนาจควบคุมไปถึงการกระทำในต่างประเทศด้วย

แต่กฎหมายห้ามเหล่านี้ก็ไม่สามารถหยุดคู่รักเพศเดียวกันในฮ่องกงได้ พวกเขายังคงแสวงหาขอซื้อความช่วยเหลือในการเจริญพันธุ์เพื่อที่จะมีลูก เช่น กรณีของ ซากุระ กับ เอ็ด

ซากุระ กับ เอ็ด ได้ไปทำเด็กหลอดแก้วที่ทวีปอเมริกาเหนือเมื่อปี 2564 โดยที่ซากุระเป็นผู้อุ้มท้อง ในตอนนั้นพวกเขาไม่รู้จักพ่อแม่ที่เป็นคนรักเพศเดียวกันคนอื่นๆ เลยในฮ่องกง จนต่อมาได้เช้าร่วมกลุ่มเฟสบุคที่ชื่อ "ครอบครัวสีรุ้งในฮ่องกง" และกลุ่ม WhatsApp สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นคนรักเพศเดียวกันซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีลูกอยู่ในวัยเด็กเล็กหัดเดิน โดยรวมๆ แล้วมีพ่อแม่ในนั้นมากกว่า 100 คู่ โดยมาจากต่างวัฒนธรรมกัน

โฆษณา - Advertising

ปัญหาด้านกฎหมายที่ไม่รับรองคู่รักเพศหลากหลาย

เนื่องจากในฮ่องกงยังไม่มีกฎหมายรับรองสมรสเท่าเทียม ทำให้เวลาพ่อแม่คนรักเพศเดียวกันรับอุปการะบุตร จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิเป็นพ่อหรือแม่บุญธรรมของเด็ก

แต่ในฮ่องกงก็มีนักกฎหมายที่พยายามสู้เพื่อสิทธิในเรื่องนี้ เช่น จอยเซลีน เชา ทนายความครอบครัวได้ให้การช่วยเหลือคู่รักเพศเดียวกันในการได้มาซึ่งเอกสารรับรองการเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเด็ก รวมถึงพินัยกรรมในเรื่องนี้ เพื่อถ้าหากว่าพ่อแม่ตามกฎหมายของเด็กเสียชีวิตไปแล้ว พ่อหรือแม่อีกคนหนึ่งของเด็กก็จะสามารถรับเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเด็กแทนได้

หรือในอีกกรณีหนึ่งคือเอกสารรับรองสถานะผู้ปกครองเด็กชั่วคราว ที่จะอนุญาตให้พ่อหรือแม่อีกคนหนึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กได้ในตอนที่พ่อหรือแม่ตามกฎหมายไม่อยู่ในตอนนั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์เวลาเผชิญกับปัญหาที่โรงเรียนหรือที่โรงพยาบาล ทำให้พ่อหรือแม่อีกคนหนึ่งแสดงตัวเป็นผู้ปกครองเด็กแทนได้

แต่ก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสถานะผู้ปกครองเด็กแทนสถานะการเป็นพ่อแม่ ว่ามันอาจจะทำให้พ่อแม่ของเด็กรู้สึกว่าตัวเองเป็น "พ่อแม่ระดับที่สอง" มากกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองได้เป็นพ่อแม่เด็กอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังจะสร้างปัญหาทำให้เด็กไม่สามารถรับมรดกของพ่อหรือแม่หรือผู้ปกครองบางคนได้

โฆษณา - Advertising

นักกฏหมายบางคนก็ได้ต่อสู้เรียกร้องให้คู่รักเพศเดียวกันมี "สิทธิในการสร้างครอบครัวได้" เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคู่รักเลสเบียนคู่หนึ่งที่มีลูกผ่านการทำเด็กหลอดแก้ว แต่ก็มีปัญหาว่าสูติบัตรของเด็กไม่ได้ระบุว่าคู่รักเลสเบียนคู่นี้เป็นแม่ทั้งสองคน ทำให้ทนายความ ไนเจล แคท ช่วยร้องเรียนต่อศาลให้มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้

คดีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับ คู่รักเลสเบียนชื่อ R และ B พวกเธอได้ใช้วิธีการทำเด็กหลอดแก้วที่แอฟริกาเมื่อปี 2563 โดยการใช้ไข่ของ R ไปผสมเทียมแล้วให้ B เป็นผู้ตั้งครรภ์ จนกระทั่งพวกเธอคลอดลูกที่ชื่อ K ที่ฮ่องกงในปี 2564

แต่เนื่องจากฮ่องกงไม่มีการรับรองสมรสเท่าเทียม ในทางกฎหมายแล้วจึงมองว่าคนที่จะเป็นพ่อแม่ของเด็กได้ต้องเป็นสามีภรรยาคู่รักชายหญิงเท่านั้น ทำให้ในกรณีของ R และ B นั้นมีการนับเฉพาะ B ที่เป็นคนคลอดลูกออกมา ว่าเป็นแม่เพียงคนเดียวของ K ส่วน R นั้นไม่ใช่

ในปี 2566 คู่รักเลสเบียนรายนี้เคยร้องเรียนต่อศาลเพื่อให้ R รับสิทธิในการเป็นแม่เด็กด้วยโดยอ้างอิงตามบัญญัติพ่อแม่และเด็ก แต่ผู้พิพากษาก็ปฏิเสธ ทำให้ ทนายความ ไนเจล แคท นำเรื่องนี้ฟ้องร้องต่อศาลสูง

โฆษณา - Advertising

แคทบอกว่า ถึงแม้ R จะเดินไปบอกใครก็ได้ว่าเธอเป็นแม่ของเด็กอีกคนหนึ่ง แต่เธอก็ไม่มีเอกสารทางการที่จะพิสูจน์ในเรื่องนี้ รวมถึงในสูติบัตรของ K ก็ไม่ได้ระบุว่า R เป็นแม่ของเด็กด้วย ทำให้แคทมองว่าควรจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้คู่รักเพศเดียวกันทั้งสองคนเป็นพ่อหรือแม่ของเด็กได้ทั้งคู่

ในคดีนี้ อิสซาเบล แทม ทนายความตัวแทนของ B บอกว่า ลูกความของเธอเผชิญกับการกีดกันเลือกปฏิบัติบนฐานของเพศวิถี เพราะถ้าหากว่า R และ B ไปทำเด็กหลอดแก้วในฐานะที่ทั้งสองคนเป็นคู่รักเพศชายหญิงพวกเขาก็จะไม่เผชิญกับเรื่องแบบนี้

แทม บอกอีกว่าการกีดกันเลือกปฏิบัติในแง่นี้ถือเป็นการเลือกปฏิบัติในระดับ "ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากเป็นพิเศษ" เพราะเป็นการกีดกันบนฐานของลักษณะบุคคลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งในกรณีนี้เธอหมายถึงเพศวิถีหญิงรักหญิง

ปลูกฝังความเข้าใจ "ครอบครัวสีรุ้ง"

เรื่องนี้ทำให้คนต้องหันมาคิดถึงครอบครัวในรูปแบบใหม่ที่เป็นครอบครัวสีรุ้ง ซึ่งอยู่นอกกรอบความคิดเดิมๆ ที่ว่าครอบครัวต้องมีเฉพาะพ่อแม่ลูกแบบคู่รักชายหญิงเท่านั้น แต่สามารถมีพ่อพ่อลูก แม่แม่ลูก หรือรูปแบบอื่นๆ ได้ตามแบบคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการยอมรับทางกฎหมายเท่านั้น แต่รวมไปถึงการยอมรับทางสังคมด้วย

ในฮ่องกงนั้นมีลูกจากพ่อแม่คู่รักเพศหลากหลายเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะยังน้อยมาก ในบางโรงเรียนเด็กเหล่านี้แทบจะเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่มีพ่อแม่เป็นคู่รัก LGBTQ+ ซึ่งถึงแม้ว่าโรงเรียนจะไม่ได้เลือกปฏิบัติใดๆ กับเด็กก็ตาม แต่เพื่อนร่วมชั้นของเด็กเหล่านี้ก็ยังคงขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้

ตัวอย่างในกรณีของ อเล็กซานดรา ลูกสาวของ เทรเวอร์ กับ แฟรงค์ ผู้ที่พวกเขารับอุปการะมาตั้งแต่เกิดตอนที่พวกเขายังอยู่ที่แคนาดา อเล็กซานดรา ปัจจุบันอายุ 12 ปี กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติในฮ่องกง เธอบอกว่าช่วงแรกๆ เด็กคนอื่นๆ ก็มองว่ามัน "เจ๋งดี" ที่เธอมีพ่อสองคน แต่พอเด็กในโรงเรียนของเธอโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มมีการใช้คำพูดรุกล้ำล่วงเกินเกี่ยวกับพ่อๆ ของเธอ

อเล็กซานดราเล่าว่า เพื่อนของเธอบางคนถามว่าพ่อๆ ของเธอ "ทำตัวเกย์ไหม" หรือ ทำอะไร "น่าสงสัย" ไหม ซึ่งบ้างก็ถามเพราะอยากรู้จริงๆ แต่บางส่วนก็นับเป็นการล่วงเกิน ซึ่งเทรเวอร์มองว่าปัญหาเกิดมาจากการขาดความรู้ และการที่ผู้คนไม่คุ้นเคยหรือได้พบเจอกับครอบครัวสีรุ้งแบบนี้มาก่อน

บางครอบครัว ก็พยายามให้การศึกษาเด็กในเรื่องนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ผ่านทางหนังสือภาพสำหรับเด็กที่แสดงให้เห็นว่า ครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีแต่พ่อกับแม่เสมอไป แต่บางทีก็มีครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวแม่กับแม่ หรือครอบครัวรูปแบบอื่นๆ ได้เช่นกัน

ในฮ่องกงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับสิทธิความหลากหลายทางเพศอยู่บ้าง แต่ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า ยิ่งการเปลี่ยนแปลงทางระบบการเมืองการเลือกตั้งเมื่อปี 2564 ยิ่งทำให้น่ากังวล เพราะการปฏิรูปในปี 2564 มีการกำหนดให้ผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้แทนฯ ต้องเป็น "คนรักชาติ" เท่านั้น ทำให้ฮ่องกงได้ ส.ส. ที่เต็มไปด้วยฝ่ายสนับสนุนอำนาจดั้งเดิม ซึ่งส.ส.กลุ่มนี้ก็มักจะเป็นพวกต่อต้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ นักการเมืองกลุ่มนี้เคยอ้างว่าครอบครัวที่เป็นสามีภรรยาแบบชายรักหญิงจะ "ให้การค้ำจุนที่เหมาะสมมากกว่า" ต่อครอบครัว และจะเป็นการ "ลดพฤติกรรมเบี่ยงเบน"

 

เรียบเรียงจาก

Partners in Pride: A new generation of LGBTQ couples juggling parenthood, life and law in Hong Kong, HKFP, 08-06-2025

Same-sex couples should have ‘right to found family,’ lawyer tells Hong Kong court in reciprocal IVF case, HKFP, 06-06-2025

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Recognition_of_same-sex_unions_in_Hong_Kong

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising