Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • ตั้งแต่ปี 2024 โครงการอสังหาริมทรัพย์ในเมืองอาซากุระ จังหวัดฟุกุโอกะ จุดชนวนการคัดค้านกว่า 1,200 รายการ และกระแสข่าวลือบนโซเชียลมีเดียบิดเบือนข้อเท็จจริงจนลุกลามเป็นวงกว้าง ก่อนโครงการจะถูกยกเลิกในปี 2025
  • ความขัดแย้งลามถึงคูหาเลือกตั้ง เมื่อผู้สมัครที่ชูธงคัดค้านโครงการพลิกเอาชนะนายกเทศมนตรีคนเก่าในการเลือกตั้งท้องถิ่น สะท้อนพลังทางการเมืองของกระแสต่อต้านชาวต่างชาติในญี่ปุ่นยุคนี้
  • ผลสำรวจชี้ว่าคนญี่ปุ่นกว่า 66% สนับสนุนนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้น ขณะที่ข้อมูลจริงกลับพบว่าชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นน้อยกว่าที่กระแสโซเชียลพยายามปลุกความกลัว


ภาพถ่ายทางอากาศของย่านฮาราซุรุ ออนเซ็น เมืองอาซากุระ จังหวัดฟุกุโอกะ เมืองเล็กริมแม่น้ำที่มีประชากรเพียง 50,000 คน กลายเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งด้านอสังหาริมทรัพย์และการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2025 | ภาพจาก: inakagurashiweb.com

ในปี 2026 ที่ญี่ปุ่นกำลังถกเถียงอย่างเข้มข้นเรื่องนโยบายรับแรงงานต่างชาติและอัตลักษณ์ของชาติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ชื่ออาซากุระเมื่อปีที่แล้วยังคงถูกหยิบยกมาพูดถึงในฐานะกรณีศึกษาว่าด้วยการที่ความกลัวและข้อมูลเท็จในโลกออนไลน์สามารถพลิกโฉมการเมืองท้องถิ่นได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี

ช่วงเดือน เมษายน 2025 ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีในเมืองเล็กๆ ชื่ออาซากุระ จังหวัดฟุกุโอกะ สร้างความฮือฮาไปทั่วญี่ปุ่น ผู้สมัครที่ชูธงคัดค้านโครงการอสังหาริมทรัพย์ของนักพัฒนาจีนพลิกเอาชนะนายกเทศมนตรีคนก่อนในการเลือกตั้งที่ปกติแล้วไม่มีใครให้ความสนใจ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น เมืองที่มีประชากรเพียง 50,000 คน ห่างจากตัวเมืองฟุกุโอกะราว 20 กิโลเมตรแห่งนี้ ต้องผ่านความขัดแย้งมานานกว่าหนึ่งปี มันเริ่มต้นจากแผนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ธรรมดา ๆ แผนหนึ่ง แล้วกลายร่างเป็นสมรภูมิของความกลัว ข่าวลือ และการเมืองที่คุกรุ่นที่สุดในรอบหลายปี

ย้อนกลับไปในปี 2024 บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่งเปิดเผยต่อชาวบ้านในอาซากุระว่ามีแผนสร้างคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ติดสนามกอล์ฟในย่านคาคิบารุ โครงการระยะแรกประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง สูง 14 ชั้น รวม 164 ยูนิต พร้อมแผนขยายในอนาคตเป็น 6 อาคาร รองรับผู้อยู่อาศัยราว 2,000 คน ฟังดูเหมือนโครงการก่อสร้างทั่วไปที่ไม่น่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนใด ๆ แต่ตัวเลขชุดหนึ่งที่บริษัทเปิดเผยในการประชุมชาวบ้านกลับจุดชนวนความขัดแย้ง นั่นคือสัดส่วนผู้ซื้อที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 40% ฮ่องกงและไต้หวัน 40% และชาวญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้รวมกันเพียง 20% หมายความว่าผู้อยู่อาศัย 90% จะเป็นชาวต่างชาติ

ในตอนแรก ปฏิกิริยาของชาวเมืองยังเงียบสงบ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อเรื่องนี้ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์

เมื่อโซเชียลจุดไฟ


ในยุคที่ชาวญี่ปุ่นทุกเจเนอเรชันเข้าถึงโซเชียลมีเดียได้อย่างง่ายดาย ข่าวลือและกระแสต่อต้านจึงสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วและกว้างขวางกว่าที่เคย | ภาพจาก: nikkei.com

ปลายปี 2024 กระแสต่อต้านเริ่มแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียญี่ปุ่น ควบคู่ไปกับสโลแกนต่อต้านผู้อพยพที่เร้าอารมณ์ ข้อมูลที่หมุนเวียนอยู่บนอินเทอร์เน็ตนั้นบิดเบือนจากความเป็นจริงอย่างมาก มีการอ้างว่าจะมีการก่อสร้างคอนโดจำนวนมหาศาล มีผู้อพยพจากจีนหลายหมื่นคนเตรียมหลั่งไหลเข้ามา และที่หนักที่สุดคือมีข่าวลืออ้างว่าผู้ว่าราชการจังหวัดฟุกุโอกะอนุมัติโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว

จังหวัดฟุกุโอกะต้องออกมาชี้แจงในเดือนกันยายน 2024 ว่าทุกอย่างที่แพร่บนโลกออนไลน์นั้นไม่เป็นความจริง โครงการดังกล่าวเคยยื่นขอใบรับรองที่จำเป็นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 แต่ไม่เคยได้รับการอนุมัติ และหลังจากนั้นไม่มีการหารือใด ๆ เพิ่มเติม ไม่มีการรื้อถอน ไม่มีการพัฒนาที่ดินแม้แต่น้อย คำชี้แจงออกมาแล้ว แต่ไฟในโซเชียลก็ไม่ยอมดับ

รายงานของ Asia Times ระบุว่าเนื้อหาต่อต้านชาวต่างชาติบางส่วนบนโซเชียลมีเดียไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่ถูกสร้างโดยผู้ผลิตคอนเทนต์ที่รับจ้าง และอาจใช้ AI ในการสร้างเนื้อหา มีการพบประกาศรับสมัครผู้สร้างวิดีโอ "ต่อต้านจีน" บน CrowdWorks แพลตฟอร์มจ้างงานออนไลน์รายใหญ่ของโตเกียว ซึ่งถูกถอดออกในเวลาต่อมาหลังพบว่าละเมิดแนวทางของแพลตฟอร์มที่ห้ามสร้างเนื้อหาบิดเบือนข้อเท็จจริง

ขณะที่กระแสออนไลน์กำลังร้อนแรง เดือนธันวาคม 2024 กลุ่มผู้ประท้วงราว 60 คน พร้อมธงฮิโนมารุเดินขบวนในใจกลางเมืองอาซากุระ ตะโกนสโลแกน "เมืองอาซากุระต้องปกป้องความปลอดภัยของประชาชน" น่าสังเกตว่าในจำนวนผู้ประท้วงเหล่านั้น มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่เป็นชาวเมืองอาซากุระจริง ๆ ที่เหลือมาจากพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ผู้จัดการชุมนุมยอมรับตรง ๆ ว่าเขาระดมพลผ่านโซเชียลมีเดีย และตั้งใจจะให้เรื่องนี้ไวรัลโดยอาศัยกระแสความรู้สึกต่อต้านจีนที่กำลังคุกรุ่นในสังคม เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดเทศบาลแสดงความผิดหวัง โดยกล่าวว่าอาซากุระกลายเป็น "เป้าหมายหลัก" ของกลุ่มต่อต้านการอพยพจากทั่วประเทศ ชาวบ้านในพื้นที่ยังรวมตัวยื่นเรื่องร้องเรียนและคัดค้านมากกว่า 1,200 รายการ พร้อมล่ารายชื่อกดดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เผชิญกับแรงต้านที่รุนแรง บริษัทผู้พัฒนาพยายามถอยในเดือนตุลาคม 2024 โดยออกแถลงการณ์ว่าสัดส่วนผู้ซื้อที่เปิดเผยไปนั้นเป็นเพียง "การคาดการณ์" ตามความต้องการตลาด และยืนยันว่าโครงการจะ "ขายโดยไม่แบ่งแยกสัญชาติ" พร้อมชี้แจงด้วยว่าเป้าหมายของโครงการไม่ใช่การส่งเสริมการย้ายถิ่นฐาน แต่ความเสียหายต่อภาพลักษณ์เกิดขึ้นไปแล้ว เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นผู้บริหารสนามกอล์ฟเริ่มลังเลจะให้ใช้พื้นที่ต่อไป

จากสนามกอล์ฟถึงคูหาเลือกตั้ง - บทเรียนที่ใหญ่กว่าอาซากุระ


ผู้ประท้วงพร้อมธงชาติญี่ปุ่นและป้ายข้อความ "คัดค้านนโยบายผู้อพยพ" เดินขบวนบนถนนในเมืองอาซากุระ จังหวัดฟุกุโอกะ ในช่วงปลายปี 2024 สะท้อนกระแสต่อต้านโครงการคอนโดสำหรับชาวต่างชาติ | ภาพจาก: FNN Prime Online

วันที่ 14 เมษายน 2025 เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นผู้บริหารสนามกอล์ฟในย่านคาคิบารุแจ้งต่อบริษัทผู้พัฒนาอย่างเป็นทางการว่าตัดสินใจ "กลับไปเริ่มต้นใหม่" ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงการยกเลิกโครงการทั้งหมด เขาให้เหตุผลสั้นๆ ว่า "เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์กับชุมชน ไม่สามารถให้ความร่วมมือในการก่อสร้างได้" บริษัทผู้พัฒนายอมรับการตัดสินใจนั้น และเทศบาลรับทราบข้อสรุปในวันถัดมา โครงการที่เริ่มต้นด้วยความฝันสร้างคอนโดหรูสำหรับผู้ซื้อในเอเชีย จบลงโดยไม่มีการวางอิฐแม้แต่ก้อนเดียว

แต่เรื่องราวยังไม่จบ เพราะ 5 วันต่อมาการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีพิสูจน์ว่าโครงการนี้ทิ้งรอยไว้ลึกกว่าที่ใครคิด ผู้สมัครที่ชูธงคัดค้านโครงการพลิกเอาชนะนายกเทศมนตรีคนปัจจุบันที่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัย ผู้ชนะการเลือกตั้งให้สัมภาษณ์สั้นๆ หลังทราบผลว่า "เรื่องแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่" และนั่นคือหัวใจของประเด็นทั้งหมด

อาซากุระไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่เป็นภาพจำลองของความตึงเครียดที่กำลังสะสมในญี่ปุ่นยุคนี้ ในด้านหนึ่ง ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตประชากร อัตราเกิดต่ำ และขาดแคลนแรงงานอย่างเฉียบพลัน รัฐบาลจำเป็นต้องเปิดรับแรงงานต่างชาติมากขึ้นทุกปี แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจของ Asahi Shimbun เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 พบว่า 66% มองว่านโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดขึ้นมีแนวโน้มที่ดี ขณะที่ผลสำรวจของ Yomiuri เดือนธันวาคม 2025 พบว่า 68% มองว่าการเพิ่มขึ้นของผู้พำนักชาวต่างชาติทำให้ความปลอดภัยสาธารณะแย่ลง

ยิ่งกว่านั้น ความกลัวเรื่องชาวต่างชาติ "กว้านซื้อ" อสังหาริมทรัพย์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในข้ออ้างหลักที่ใช้โจมตีโครงการในอาซากุระ ก็ยังขัดแย้งกับข้อมูลจริง ผลสำรวจของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น พบว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ผู้ซื้อคอนโดในโตเกียวจากต่างประเทศทั้งหมดมีเพียง 258 ราย โดยเป็นชาวไต้หวัน 192 ราย ชาวจีนแผ่นดินใหญ่เพียง 30 ราย สิงคโปร์ 21 ราย และฮ่องกง 15 ราย ตัวเลขเหล่านี้ห่างไกลจากภาพการบุกรุกที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างสิ้นเชิง

กระแสข่าวจากเมืองอาซากุระเงียบลงแล้วหลังการยกเลิกโครงการและการเลือกตั้งผ่านพ้นไป สนามกอล์ฟในย่านคาคิบารุยังคงสีเขียวเหมือนเดิม ไม่มีอาคาร 14 ชั้น ไม่มีผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติ และไม่มีสิ่งที่ข่าวลือบอกว่าจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและยังคงดำเนินต่อไปคือคำถามที่ใหญ่กว่า ว่าญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไรกับโลกที่เปลี่ยนไป เมื่อความกลัวสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าความจริง และเมื่อโครงการคอนโดหนึ่งแห่งในเมืองชนบทสามารถสั่นสะเทือนการเมืองได้ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติพร้อมกัน


ที่มา:
Condo Plan in Fukuoka Prefecture Scrapped Amid Opposition to Foreign Occupants (Kyodo News, Japan Today, 22 April 2025) 
Fukuoka Condo Rumors Denied by Prefecture (Fukuoka Now, 24 September 2025) 
The Truth About Japan's Rising Anti-Foreign Sentiment (Peter Chai, Asia Times, 22 December 2025) 
"Foreign Resident Condominium" Project Scrapped: Over 1,200 Protests, "Don't Decide Asakura's Future Without Us!" — City Holds Unprecedented Press Conference to Deny Misinformation
(FNN Prime Online, 21 April 2025) 
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง